กรมอุตุฯ ยันระบบอากาศเวียดนามยังไม่เป็นพายุ และยังไม่เข้าไทย! แต่เตือน 4 ภาคเตรียมรับมือฝนตกหนัก-ตกสะสม เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน
กรมอุตุนิยมวิทยา ออกแถลงการณ์สยบกระแสข่าวลือ ชี้แจงกรณีการก่อตัวของระบบอากาศบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ยืนยันขณะนี้ยังเป็นเพียง “หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง” ยังไม่ได้พัฒนาตัวเป็นพายุ และยังไม่มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนอย่าเพิ่งวางใจ พร้อมเตือนรับมืออิทธิพลมรสุมที่จะมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้หลายพื้นที่ทั่วไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมาก เสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม
เปิดผลประชุมรับมือวิกฤตฝน เตือนพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศ
วันนี้ (14 ก.ย. 69) กรมอุตุนิยมวิทยาได้จัดประชุมด่วนเพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมาก ณ ศูนย์ปฏิบัติการพยากรณ์อากาศ ชั้น 11 อาคาร 50 ปีอุตุนิยมวิทยา รวมถึงผ่านระบบออนไลน์ร่วมกับศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคและสถานีอุตุนิยมวิทยาต่าง ๆ นำโดย นายนัฐวุฒิ แดนดี รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ฝ่ายวิชาการ เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย นายสุรพงษ์ สารปะ ผู้อำนวยการกองพยากรณ์อากาศ
จากการประเมินแบบจำลองและสถานการณ์ล่าสุด ที่ประชุมระบุว่าประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยแบ่งตามภูมิภาค ดังนี้
- ภาคตะวันออก เป็นพื้นที่ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะในจังหวัด จันทบุรี และ ตราด
- ภาคเหนือตอนล่าง & ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน มีฝนตกหนักบางแห่ง
- ภาคกลาง & ภาคใต้ตอนบน มีฝนตกหนักกระจายตัว
- กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการจราจร
กรมอุตุนิยมวิทยาจึงขอแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ให้ระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ได้ในระยะนี้
เจาะลึกระบบอากาศเวียดนามตอนบน สรุปชัด พายุหรือแค่หย่อมความกดอากาศ?
จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการก่อตัวของระบบอากาศบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน จนสร้างความวิตกกังวลให้แก่ประชาชนว่าระบบดังกล่าวจะพัฒนาเป็นพายุหมุนเขตร้อนและพัดเข้าสู่ประเทศไทยนั้น
กรมอุตุนิยมวิทยาได้ชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องดังนี้
1. สถานะปัจจุบัน ระบบอากาศดังกล่าวยังเป็นเพียง หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง เท่านั้น ยังไม่ได้ยกระดับเป็นพายุ
2. ทิศทางเคลื่อนตัว ปัจจุบันยังไม่มีแนวโน้มเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทย โดยตรง
3. การวิเคราะห์จากแบบจำลอง ECMWF
- มีโอกาสสูงมากที่จะคงสถานะเป็นเพียงหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง
- โอกาสที่จะพัฒนาเป็น พายุดีเปรสชัน มีจำกัด
- โอกาสที่จะพัฒนาไปถึงขั้น พายุโซนร้อน นั้นค่อนข้างต่ำมาก
เปิดกลไกผลกระทบ เหตุใดไทยจึงยังมีฝนตกหนัก ทั้งที่พายุไม่เข้า?
แม้นว่าศูนย์กลางของหย่อมความกดอากาศต่ำจะไม่ได้เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่กรมอุตุนิยมวิทยาเน้นย้ำว่า "ไม่เข้า ไม่ได้แปลว่าไร้ผลกระทบ"
ตามแบบจำลองทางอุตุนิยมวิทยา เมื่อหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงนี้เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศ สปป.ลาว แล้วค่อย ๆ อ่อนกำลังลง แรงเหวี่ยงและระบบอากาศดังกล่าวจะไปเร่งกำลังของมรสุมที่พัดปกคลุมประเทศไทยให้มีกำลังแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์ทางอากาศในไทย ดังนี้
- มีปริมาณเมฆเพิ่มมากขึ้นทั่วทุกภูมิภาค
- ร่องมรสุมและมรสุมประจำฤดูพัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมเต็มที่
- เกิดฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะในพื้นที่รับลมมรสุม
ดังนั้น สิ่งที่ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดในระยะนี้ ไม่ใช่เรื่องของการรับมือพายุโดยตรง แต่คือปริมาณฝนสะสมที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดน้ำท่วมขังและน้ำท่วมฉับพลัน
สรุปสถานการณ์สั้น ๆ จำง่าย (Key Takeaways)
เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน กรมอุตุนิยมวิทยาได้สรุปสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน ไว้ดังนี้
- ยังไม่ใช่พายุ เป็นเพียงหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง
- ยังไม่เข้าไทย ศูนย์กลางไม่ได้เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง
- ยังต้องระวัง มรสุมจะมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ฝนตกเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง
- แนวทางปฏิบัติตน ติดตามข่าวสารและประกาศแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากทิศทางและความรุนแรงของสภาพอากาศสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามปัจจัยแวดล้อม
ข้อแนะนำในการเตรียมพร้อมรับมือสำหรับประชาชน
-
ตรวจสอบบ้านเรือน ทำความสะอาดทางระบายน้ำรอบบ้าน ไม่ให้มีเศษขยะหรือใบไม้บดบังทางน้ำไหล
-
หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง สังเกตสัญญาณเตือนภัยธรรมชาติ หากอาศัยอยู่ใกล้พื้นที่ลาดเชิงเขาหรือทางน้ำไหล ควรเตรียมพร้อมอพยพเมื่อมีฝนตกสะสมติดต่อกันหลายชั่วโมง
-
วางแผนการเดินทาง ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกจากบ้าน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเดินทางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งอาจเจอพื้นที่น้ำท่วมขังรอการระบาย
-
รับฟังข่าวสารจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ หลีกเลี่ยงการส่งต่อข่าวลือที่ไม่มีแหล่งที่มา และโปรดตรวจสอบข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาหรือหน่วยงานราชการเป็นหลัก
ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านทางเว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ





