วันจันทร์ ที่ 14 กันยายน 2569

Login
Login

กรมอุตุฯ เคลียร์ชัด! พายุเข้าไทยจริงไหม? เตือน 4 ภาคระวังน้ำท่วม

กรมอุตุฯ ยันระบบอากาศเวียดนามยังไม่เป็นพายุ และยังไม่เข้าไทย! แต่เตือน 4 ภาคเตรียมรับมือฝนตกหนัก-ตกสะสม เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกแถลงการณ์สยบกระแสข่าวลือ ชี้แจงกรณีการก่อตัวของระบบอากาศบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ยืนยันขณะนี้ยังเป็นเพียง “หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง” ยังไม่ได้พัฒนาตัวเป็นพายุ และยังไม่มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนอย่าเพิ่งวางใจ พร้อมเตือนรับมืออิทธิพลมรสุมที่จะมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้หลายพื้นที่ทั่วไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมาก เสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม

เปิดผลประชุมรับมือวิกฤตฝน เตือนพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศ

วันนี้ (14 ก.ย. 69) กรมอุตุนิยมวิทยาได้จัดประชุมด่วนเพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมาก ณ ศูนย์ปฏิบัติการพยากรณ์อากาศ ชั้น 11 อาคาร 50 ปีอุตุนิยมวิทยา รวมถึงผ่านระบบออนไลน์ร่วมกับศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคและสถานีอุตุนิยมวิทยาต่าง ๆ นำโดย นายนัฐวุฒิ แดนดี รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ฝ่ายวิชาการ เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย นายสุรพงษ์ สารปะ ผู้อำนวยการกองพยากรณ์อากาศ

จากการประเมินแบบจำลองและสถานการณ์ล่าสุด ที่ประชุมระบุว่าประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยแบ่งตามภูมิภาค ดังนี้

  • ภาคตะวันออก เป็นพื้นที่ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะในจังหวัด จันทบุรี และ ตราด
  • ภาคเหนือตอนล่าง & ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน มีฝนตกหนักบางแห่ง
  • ภาคกลาง & ภาคใต้ตอนบน มีฝนตกหนักกระจายตัว
  • กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการจราจร

 

กรมอุตุนิยมวิทยาจึงขอแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ให้ระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ได้ในระยะนี้

เจาะลึกระบบอากาศเวียดนามตอนบน สรุปชัด พายุหรือแค่หย่อมความกดอากาศ?

จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการก่อตัวของระบบอากาศบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน จนสร้างความวิตกกังวลให้แก่ประชาชนว่าระบบดังกล่าวจะพัฒนาเป็นพายุหมุนเขตร้อนและพัดเข้าสู่ประเทศไทยนั้น

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องดังนี้

1. สถานะปัจจุบัน ระบบอากาศดังกล่าวยังเป็นเพียง หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง เท่านั้น ยังไม่ได้ยกระดับเป็นพายุ

2. ทิศทางเคลื่อนตัว ปัจจุบันยังไม่มีแนวโน้มเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทย โดยตรง

3. การวิเคราะห์จากแบบจำลอง ECMWF

  • มีโอกาสสูงมากที่จะคงสถานะเป็นเพียงหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง
  • โอกาสที่จะพัฒนาเป็น พายุดีเปรสชัน มีจำกัด
  • โอกาสที่จะพัฒนาไปถึงขั้น พายุโซนร้อน นั้นค่อนข้างต่ำมาก

 

เปิดกลไกผลกระทบ เหตุใดไทยจึงยังมีฝนตกหนัก ทั้งที่พายุไม่เข้า?

แม้นว่าศูนย์กลางของหย่อมความกดอากาศต่ำจะไม่ได้เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่กรมอุตุนิยมวิทยาเน้นย้ำว่า "ไม่เข้า ไม่ได้แปลว่าไร้ผลกระทบ"

ตามแบบจำลองทางอุตุนิยมวิทยา เมื่อหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงนี้เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศ สปป.ลาว แล้วค่อย ๆ อ่อนกำลังลง แรงเหวี่ยงและระบบอากาศดังกล่าวจะไปเร่งกำลังของมรสุมที่พัดปกคลุมประเทศไทยให้มีกำลังแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์ทางอากาศในไทย ดังนี้

  • มีปริมาณเมฆเพิ่มมากขึ้นทั่วทุกภูมิภาค
  • ร่องมรสุมและมรสุมประจำฤดูพัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมเต็มที่
  • เกิดฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะในพื้นที่รับลมมรสุม

ดังนั้น สิ่งที่ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดในระยะนี้ ไม่ใช่เรื่องของการรับมือพายุโดยตรง แต่คือปริมาณฝนสะสมที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดน้ำท่วมขังและน้ำท่วมฉับพลัน

สรุปสถานการณ์สั้น ๆ จำง่าย (Key Takeaways)

เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน กรมอุตุนิยมวิทยาได้สรุปสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน ไว้ดังนี้

  • ยังไม่ใช่พายุ เป็นเพียงหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง
  • ยังไม่เข้าไทย ศูนย์กลางไม่ได้เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง
  • ยังต้องระวัง มรสุมจะมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ฝนตกเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง
  • แนวทางปฏิบัติตน ติดตามข่าวสารและประกาศแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากทิศทางและความรุนแรงของสภาพอากาศสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามปัจจัยแวดล้อม

ข้อแนะนำในการเตรียมพร้อมรับมือสำหรับประชาชน

  1. ตรวจสอบบ้านเรือน ทำความสะอาดทางระบายน้ำรอบบ้าน ไม่ให้มีเศษขยะหรือใบไม้บดบังทางน้ำไหล
  2. หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง สังเกตสัญญาณเตือนภัยธรรมชาติ หากอาศัยอยู่ใกล้พื้นที่ลาดเชิงเขาหรือทางน้ำไหล ควรเตรียมพร้อมอพยพเมื่อมีฝนตกสะสมติดต่อกันหลายชั่วโมง
  3. วางแผนการเดินทาง ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกจากบ้าน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเดินทางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งอาจเจอพื้นที่น้ำท่วมขังรอการระบาย
  4. รับฟังข่าวสารจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ หลีกเลี่ยงการส่งต่อข่าวลือที่ไม่มีแหล่งที่มา และโปรดตรวจสอบข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาหรือหน่วยงานราชการเป็นหลัก

ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านทางเว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ