วันศุกร์ ที่ 23 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปภ. สั่งทุกจังหวัด รับมือน้ำท่วม 24 ชม. เตือนภัยผ่าน Cell Broadcast

ปภ. สั่งด่วนทุกจังหวัดรับมือน้ำท่วม 24 ชม. ขานรับข้อสั่งการ "เจเศรษฐ์" ชู "น่านโมเดล" ยกระดับเตือนภัย Cell Broadcast พร้อมอพยพกลุ่มเปราะบาง

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สั่งการด่วนถึงทุกจังหวัดทั่วประเทศ ให้เร่งนำข้อสั่งการจากการประชุมเตรียมความพร้อมรับมือและติดตามสถานการณ์อุทกภัย ไปสู่การปฏิบัติอย่างเคร่งครัดและเป็นรูปธรรม หลังได้รับมอบนโยบายสำคัญจาก นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานการประชุมฯ เพื่อยกระดับมาตรการเฝ้าระวัง การแจ้งเตือนภัย การอพยพ และการฟื้นฟูหลังเกิดภัยพิบัติให้เป็นระบบ ยึดความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นศูนย์กลาง

เน้นย้ำ 5 มาตรการหลัก รับมือภัยน้ำท่วม-ดินโคลนถล่ม

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ตามที่ ปภ. ได้จัดประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัย ณ เทศบาลเมืองน่าน จังหวัดน่าน เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา เพื่อวางแนวทางป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเชิงรุก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจึงได้ส่งหนังสือเน้นย้ำแนวทางการปฏิบัติงานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานภาคีเครือข่าย ให้เร่งดำเนินการใน 5 ด้านสำคัญ ดังนี้

1. เฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast

ให้จังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงน้ำล้นตลิ่ง น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม พร้อมกำหนดเกณฑ์การแจ้งเตือนที่ชัดเจน

  • ประสานงานร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน เพื่อตรวจสอบข้อมูลในระดับพื้นที่
  • หากคาดว่าสถานการณ์จะส่งผลกระทบ ให้ประสาน ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เพื่อส่งข้อความแจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast ไปยังโทรศัพท์มือถือของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงโดยตรง ควบคู่กับการแจ้งเตือนผ่านหอเตือนภัย เสียงตามสาย และหอกระจายข่าวในชุมชน เพื่อให้ประชาชนได้รับข่าวสารที่ถูกต้อง รวดเร็ว และทั่วถึง

2. ยกระดับแผนอพยพ ให้ความสำคัญกลุ่มเปราะบางเป็นอันดับแรก

ให้ทุกหน่วยงานทบทวนแผนเผชิญเหตุและเตรียมความพร้อมในการเคลื่อนย้ายประชาชน โดยเน้นย้ำการช่วยเหลือ กลุ่มเปราะบาง ได้แก่ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ เด็กอ่อน และคนพิการ เป็นลำดับแรก

  • กำหนดเส้นทางอพยพ จุดปลอดภัย และจุดจอดรถยนต์บนที่สูงอย่างชัดเจน พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบล่วงหน้า
  • จัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวให้มีความพร้อม ทั้งด้านสุขอนามัย น้ำดื่ม และอาหารสดสุกใหม่ครบ 3 มื้อ โดยไม่จำกัดจำนวน หากทรัพยากรในพื้นที่ ไม่เพียงพอ ให้ประสานสำนักงาน ปภ. จังหวัด หรือหน่วยงานเครือข่ายสนับสนุนทันที

3. ตรวจสอบเครื่องจักรกลและกำลังพล พร้อมปฏิบัติการ 24 ชั่วโมง

เตรียมความพร้อมด้านเครื่องมือและอุปกรณ์สาธารณภัย เช่น เรือท้องแบน รถย้ายผู้ประสบภัย เครื่องสูบน้ำระยะไกล และเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ โดยติดตั้งในจุดเสี่ยงภัยล่วงหน้า พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่ประจำการตลอด 24 ชั่วโมง

  • สำหรับพื้นที่ที่เข้าถึงยาก ตัดขาด หรือมีความเสี่ยงสูง ให้ประสานขอสนับสนุน เฮลิคอปเตอร์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (KA-32) เพื่อเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยและลำเลียงเสบียงอาหารทันที

4. เร่งฟื้นฟูหลังน้ำลด คืนความเป็นปกติโดยเร็ว

ในพื้นที่ที่สถานการณ์น้ำเริ่มคลี่คลาย ให้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร อาทิ อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.), กองอาสารักษาดินแดน (อส.) และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ร่วมกันทำความสะอาดและฟื้นฟูบ้านเรือนประชาชน รวมถึงพื้นที่สาธารณะ

  • ประสานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) และการประปาส่วนภูมิภาค (PWA) เข้าตรวจเช็กและฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

5. มาตรการพิเศษสำหรับพื้นที่เสี่ยงชายฝั่งและเชิงเขา

  • จังหวัดชายฝั่งทะเล เข้มงวดมาตรการความปลอดภัยการเดินเรือช่วงคลื่นลมแรง ประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจแก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยว และเรือประมงขนาดเล็ก
  • พื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่ม บริเวณพื้นที่ลาดชันและเชิงเขา หากพบฝนตกสะสมต่อเนื่อง 2–3 วัน และมีความชื้นสัมพัทธ์ในดินสูง ให้อำเภอและท้องถิ่นจัดเวรยามสำรวจความเสี่ยง พร้อมสั่งการอพยพประชาชนทันทีเมื่อถึงจุดวิกฤต

ถอดบทเรียน Best Practice “น่านโมเดล” มุ่งยึดความปลอดภัยประชาชน

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดี ปภ. กล่าวทิ้งท้ายว่า สิ่งสำคัญที่สุดในการรับมือกับสาธารณภัยคือการเตรียมความพร้อมก่อนเกิดเหตุ ทุกจังหวัดต้องนำแนวปฏิบัติที่ดี หรือ Best Practice ของจังหวัดน่าน ซึ่งได้รับคำชมเชยในการบริหารจัดการภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ มาปรับใช้เป็นต้นแบบในการวางแผนเผชิญเหตุให้เหมาะกับบริบทความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่ พร้อมจัดฝึกซ้อมแผนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายมีความคุ้นเคยและสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดตามข้อสั่งการของ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย โดยถือเอาความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด