เอกนิติ สั่งด่วน! รับมือน้ำป่าไหลหลาก เตือนสระบุรี-ปราจีนฯ-นครนายก เฝ้าระวัง 24 ชม. พร้อมอพยพกลุ่มเปราะบางทันที ฝนถอนกำลัง 2 ก.ย. นี้
วันนี้ (31 ส.ค. 69) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งภาคกลาง แสดงความห่วงใยประชาชนหลังเกิดเหตุฝนตกหนักสะสม และน้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่จังหวัดสระบุรีเมื่อคืนที่ผ่านมา พร้อมสั่งการด่วนให้จังหวัดในพื้นที่ภาคกลางและจังหวัดเสี่ยงภัย ติดตามสถานการณ์น้ำ อย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง
น้ำป่าทะลักสระบุรี กระทบรีสอร์ต-บ้านเรือนประชาชน
นายเอกนิติ เปิดเผยว่า สถานการณ์ในช่วงค่ำวันที่ 30 สิงหาคม ถึง 31 สิงหาคม 2569 มีฝนตกหนักสะสมจนเกิดน้ำป่าไหลหลากจากพื้นที่สูงลงสู่พื้นที่ด้านล่างอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือน ที่พัก รีสอร์ต และเส้นทางสัญจรในหลายจุด โดยเฉพาะบริเวณตำบลชะอม อำเภอแก่งคอย และอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี
ด้านกรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่า ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 2 กันยายน 2569 โดยเฉพาะพื้นที่ด้านตะวันตกของภาคเหนือและภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและด้านตะวันออก รวมถึงภาคตะวันออก
จึงขอกำชับจังหวัดภาคกลาง ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ และให้ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน และสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด
สั่งเข้ม 3 จังหวัดเสี่ยง สระบุรี-ปราจีนบุรี-นครนายก พร้อมอพยพ 24 ชม.
เพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ รองนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเชิงรุก
โดยเฉพาะจังหวัดสระบุรี ปราจีนบุรี และนครนายก ให้เพิ่มความเข้มข้นในการเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกลสาธารณภัย และทรัพยากรให้พร้อมช่วยเหลือประชาชนทันที
รวมถึงประสานอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอย่างรวดเร็วและทั่วถึง หากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรง ให้เร่งอพยพประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ไปยังพื้นที่ปลอดภัย
“สิ่งสำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของประชาชน จังหวัดต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและทำงานเชิงรุก พื้นที่ใดมีความเสี่ยงต้องแจ้งเตือนให้เร็ว อพยพให้ไว และดูแลประชาชนตั้งแต่ช่วงเกิดเหตุจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ” นายเอกนิติ กล่าวเพิ่มเติม





