จังหวัดน่านประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉินเหตุอุทกภัย-น้ำป่าไหลหลาก อ.ปัว กระทบ 12 ตำบล 107 หมู่บ้าน เร่งนำเงินทดรองราชการเยียวยาด่วน
จังหวัดน่าน ออกประกาศกำหนดเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เหตุน้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่อำเภอปัว ครอบคลุม 12 ตำบล 107 หมู่บ้าน หลังฝนตกหนักสะสม เพื่อเร่งนำเงินทดรองราชการเข้าช่วยเหลือประชาชนตามระเบียบกระทรวงการคลัง
ล่าสุดวันนี้ (19 ส.ค. 69) นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ปฏิบัติราชการแทน ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้ลงนามในประกาศจังหวัดน่าน เรื่อง เขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย และน้ำป่าไหลหลาก) ในพื้นที่อำเภอปัว หลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากฝนตกหนักถึงหนักมากสะสม และร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดเวลา 03.00 น. ของวันเดียวกัน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน ดินโคลนถล่ม และดินสไลด์ในหลายจุด
พื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน อำเภอปัว รวม 12 ตำบล 107 หมู่บ้าน
- ตำบลเจดีย์ชัย : หมู่ที่ 1 - 9
- ตำบลแงง : หมู่ที่ 1 - 7
- ตำบลศิลาเพชร : หมู่ที่ 1 - 10
- ตำบลภูคา : หมู่ที่ 1 - 14
- ตำบลปัว : หมู่ที่ 1 - 8
- ตำบลศิลาแลง : หมู่ที่ 1 - 8
- ตำบลสถาน : หมู่ที่ 1 - 13
- ตำบลไชยวัฒนา : หมู่ที่ 1 - 8
- ตำบลวรนคร : หมู่ที่ 1 - 8
- ตำบลอวน : หมู่ที่ 1 - 11
- ตำบลสกาด : หมู่ที่ 1 - 4
- ตำบลป่ากลาง : หมู่ที่ 1 - 7
เร่งเยียวยาความเสียหายตามระเบียบกระทรวงการคลัง
เหตุอุทกภัยครั้งนี้สร้างความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน บ้านเรือนประชาชน พื้นที่การเกษตร ประมง ปศุสัตว์ รวมถึงสิ่งสาธารณประโยชน์ และสถานการณ์ยังไม่ยุติ เนื่องจากเป็นกรณีจำเป็นเร่งด่วนที่ไม่สามารถรอการประชุมคณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด (ก.ช.ภ.จ.) ได้ทันท่วงที
จังหวัดน่านจึงอาศัยอำนาจตามข้อ 20 วรรคท้าย ของระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2568 ประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตให้ความช่วยเหลือฯ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดสรรงบประมาณและอนุมัติความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยตามหลักเกณฑ์อย่างเร่งด่วน โดยมีระยะเวลาดำเนินการไม่เกิน 3 เดือน นับแต่วันที่เกิดภัย





