วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

เริ่ม 1 ส.ค. เพิ่มสิทธิข้าราชการ ใช้ยา 'รักษากระดูกพรุน' เสี่ยงสูงต่อการหัก

เริ่ม 1 ส.ค. เพิ่มสิทธิข้าราชการ ใช้ยา “รักษากระดูกพรุน” กรณี “เสี่ยงสูงมากต่อการหัก” เพื่อให้ผู้มีสิทธิ - บุคคลในครอบครัว เข้าถึงยาที่จำเป็น สอดคล้องกับแนวเวชปฏิบัติ

เมื่อวันที่ 1 ส.ค. น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลาง ออกหลักเกณ์ใหม่ให้ สิทธิข้าราชการสามารถเบิกค่ายาTeriparatide - Romosozumab” สำหรับรักษา “โรคกระดูกพรุนที่มีความเสี่ยงสูงมากต่อการเกิดกระดูก” โดยให้มีผลใช้บังคับสำหรับค่ารักษา ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ 1 ส.ค.69 เป็นต้นไป
     

น.ส.พลอยทะเล กล่าวว่า ตามที่กรมบัญชีกลางได้มีการกำหนดให้รายการยารักษาโรคมะเร็ง และโลหิตวิทยาและยาประเภทอื่นๆ ที่มีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งเป็นทะเบียนยาใหม่ทุกประเภทที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.61 เป็นต้นไป จะไม่สามารถเบิกจากทางราชการได้ จนกว่าจะมีการพิจารณาปรับเข้าระบบ Pior Authorization (PA) หรือกรอบรายการยาแล้วแต่กรณี นั้น ปัจจุบันยา Teriparatide ที่ใช้สำหรับรักษาผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนที่มีความเสี่ยงสูงมากต่อการเกิดกระดูกหัก (ยารักษากระดูกพรุน) ซึ่งเป็นยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติ และยา Romosozumab ขึ้นทะเบียนกับ อย. เมื่อวันที่ 20 ต.ค.63 
     

ดังนั้น เพื่อให้ผู้มีสิทธิและบุคคลในครอบครัวสามารถเข้าถึงยาที่จำเป็น และมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับแนวเวชปฏิบัติ ภายใต้การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลที่เป็นไปอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับภาระงบประมาณ จึงเห็นสมควรให้ดำเนินการใน 2 ส่วน ประกอบด้วย

(1.) กำหนดหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนที่มีความเสี่ยงสูงมากต่อการเกิดกระดูกหัก และกำหนดอัตราการเบิกจ่ายค่ายา ดังนี้

1.1 ยา Teriparatide ในอัตราไม่เกิน 7,710 บาทต่อ 1 ด้ามต่อกล่อง

1.2 ยา Romosozumab ในอัตราไม่เกิน 16,670 บาทต่อ 2 ด้ามต่อกล่อง

ทั้งนี้ การใช้ยา Teriparatide และ Romosozumab ต้องเป็นไปตามแนวทางกำกับการเบิกจ่ายค่ายาที่กรมบัญชีกลางกำหนด จึงจะสามารถเบิกจ่ายจากทางราชการได้

(2.) กำหนดให้สถานพยาบาลเป็นผู้เบิกจ่ายค่ายา Teriparatide และ Romosozumab ในระบบเบิกจ่ายตรงสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการเท่านั้น หากสถานพยาบาลมีการออกใบเสร็จรับเงินค่ายา ให้ระบุเป็น “ค่ายาที่เบิกไม่ได้” และไม่ให้ออกใบรับรองในการสั่งใช้ยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติ โดยผู้มีสิทธิจะไม่สามารถนำใบเสร็จรับเงินค่ายาดังกล่าวมายื่นเบิกเงินกับส่วนราชการต้นสังกัดได้
     

“รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญกับสุขภาพของประชาชน มุ่งให้ประชาชนทุกกลุ่มได้รับการรักษาพยาบาลอย่างทั่วถึง เข้าถึงการรักษาด้วยยาที่มีความจำเป็น ยกระดับคุณภาพระบบสาธารณสุขให้ตอบโจทย์วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป” น.ส.พลอยทะเล กล่าว