วันพุธ ที่ 22 กรกฎาคม 2569

Login
Login

เปิดแผน อววน.พลิกโฉม Sandbox แผนแก้จน 5 ด้าน นำร่อง 20 จังหวัดทั่วประเทศ

หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) และ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ภายใต้กำกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เดินหน้าขับเคลื่อนระบบนิเวศการขจัดความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่อย่างเต็มรูปแบบ ตามที่ประชุมสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สภานโยบาย) ครั้งที่ 3/2569 ได้มีมติเห็นชอบให้ “แผนขจัดความยากจนและยกระดับฐานะทางสังคม 5 ด้าน ด้วยการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.)” เป็นวาระขับเคลื่อนสำคัญของประเทศ

โดยหน่วย บพท. ทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการบริหารจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมเพื่อนำร่องสร้างพื้นที่นวัตกรรม หรือ  Sandbox ที่มุ่งเปลี่ยนรูปแบบจากการช่วยแก้ปัญหาความยากจนแบบชั่วคราว ไปสู่ระบบนิเวศการแก้จนที่เบ็ดเสร็จและแม่นยำในชีวิตจริงของประชาชน

เป้าหมายสำคัญของแผนปฏิบัติการนี้ คือการเพิ่มรายได้ภาคครัวเรือนและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืนในพื้นที่เป้าหมาย 20 จังหวัดต้นแบบที่มีดัชนีความก้าวหน้าของคนต่ำที่สุด ผ่าน 5 มิติหลักของแผนขจัดความยากจน ได้แก่ มิติด้านเศรษฐกิจ มิติด้านมาตรฐานความเป็นอยู่ มิติด้านสุขภาพ มิติด้านการศึกษา และมิติด้านการคุ้มครองทางสังคมและการมีส่วนร่วม โดยวางบทบาทให้มหาวิทยาลัยในพื้นที่ทำหน้าที่เป็นกลไกกลางของระบบแก้จนเชิงพื้นที่ เพื่อเชื่อมโยงท้องที่ท้องถิ่นร่วมกับภาคีเครือข่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องผ่านยุทธศาสตร์สำคัญ 4 ด้าน ได้แก่

1) ด้านกลไกการบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ให้ตรงกับปัญหาจริงในพื้นที่ พร้อมผลักดันโมเดลแก้จนเข้าสู่แผนพัฒนาจังหวัดและท้องถิ่น เพื่อลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มความต่อเนื่องในการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนในระยะยาว

2) ด้านการพัฒนาฐานข้อมูลที่ชี้เป้าความยากจนอย่างแม่นยำ (PPPConnext) และระบบสารสนเทศสนับสนุนเพื่อการตัดสินใจ (DSS) เพื่อวิเคราะห์ปัญหา ศักยภาพ และจัดกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งจะช่วยให้รัฐสามารถจัดสรรทรัพยากรและส่งต่อความช่วยเหลือได้ตรงจุด

3) ด้านการแปลงแผนงานสู่การปฏิบัติจริง สร้างการทำงานแบบเสริมพลังระหว่างกันด้วยการสร้างกลไกกลางเชื่อมโยงมหาวิทยาลัยกับหน่วยงานภูมิภาคและท้องถิ่น เพื่อให้การแก้ปัญหาความยากจน ขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด

เปิดแผน อววน.พลิกโฉม Sandbox แผนแก้จน 5 ด้าน นำร่อง 20 จังหวัดทั่วประเทศ

4) ด้านการติดตามและประเมินผล โดยประเมินทั้งคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของครัวเรือนและประสิทธิภาพของระบบการช่วยเหลือ เพื่อนำผลลัพธ์เชิงประจักษ์มาสังเคราะห์เป็นบทเรียนในการปรับปรุงและพัฒนานโยบายการแก้ไขปัญหาความยากจนของประเทศ

จากผลการดำเนินงานแผนงานวิจัยและนวัตกรรมขจัดความยากจนที่ผ่านมาหน่วย บพท. ได้สร้างผลลัพธ์เชิงประจักษ์ในการค้นหาสอบทานคนจนได้แล้วถึง 1,243,449 คน จาก 303,444 ครัวเรือน พร้อมเกิดโมเดลแก้จนด้วย ววน. แล้วกว่า 458 โมเดล ซึ่งสามารถนำมาเป็นแนวทางขยายผลให้ครอบคลุมทั้ง 5 มิติ ดังนี้

1. มิติด้านเศรษฐกิจ: "โมเดลผักยกแคร่สร้างสุข จังหวัดนครราชสีมา" ที่แก้ปัญหาพื้นที่น้ำท่วมขังและดินเค็มโดยปรับการปลูกผักบนแคร่ไม้ไผ่ ช่วยให้ครัวเรือนยากจนและผู้สูงอายุมีรายได้เพิ่มขึ้น และ โครงการ “ผักผลไม้เพิ่มบุญ” จังหวัดสุรินทร์ ที่สร้างทักษะอาชีพและระบบตลาดสีเขียว หนุนครัวเรือนพัฒนาทักษะเกษตรปลอดภัยแบบครบวงจรจนถึงตลาดออนไลน์ ช่วยให้ 409 ครัวเรือนมีรายได้เพิ่มเฉลี่ย 1,131 บาท/เดือน

2. มิติด้านมาตรฐานความเป็นอยู่: "แพลตฟอร์มรับมือภัยพิบัติ (Disaster Platform)" ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งใช้นำเทคโนโลยี GIS มาเชื่อมโยงฐานข้อมูลครัวเรือนยากจนและกลุ่มเปราะบาง จากระบบข้อมูลระดับประเทศ อาทิ PPPConnext, DSS และระบบของสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) เชื่อมโยงครัวเรือนเปราะบางเข้ากับข้อมูลพื้นที่เสี่ยง เพื่อวางแผนรับมือ ช่วยเหลือ และฟื้นฟูจากภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ

3. มิติด้านสุขภาพ: โครงการการนำร่องใช้ที่ใช้ระบบ SNAPP (ระบบฐานข้อมูลผู้มีสิทธิได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพและระบบการยืมคืนอุปกรณ์เครื่องช่วยความพิการ) จังหวัดสกลนคร ซึ่งระบบนี้ได้เชื่อมโยงเข้ากับระบบข้อมูลระดับประเทศอย่าง PPPConnext และเครือข่ายสุขภาพในพื้นที่ ทำให้สามารถชี้เป้าและส่งต่อผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือผู้ป่วยติดเตียงเข้าสู่ระบบบริการที่เหมาะสมได้อย่างแม่นยำ เกิดระบบการดูแลต่อเนื่องในชุมชน และกลายเป็นโมเดลต้นแบบในการแก้ไขปัญหาความยากจนมิติด้านสุขภาพที่มีประสิทธิภาพสูงในปัจจุบัน

4. มิติด้านการศึกษา: โมเดลแก้จนเชิงรุกจังหวัดมุกดาหารที่ใช้ฐานข้อมูลครัวเรือนยากจนทำหน้าที่ค้นหาและชี้เป้า เพื่อส่งต่อเยาวชนที่ขาดโอกาสอย่างแม่นยำ ซึ่งมุ่งเน้นการเชื่อมโยง 3 แกนสำคัญคือ "การศึกษา–ทักษะอาชีพ–การมีงานทำ" เข้าด้วยกัน เพื่อลดความเสี่ยงไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบ พร้อมกับเสริมทักษะอาชีพ เทคโนโลยี และการแปรรูปสินค้าเกษตรที่สอดรับกับความต้องการของตลาดแรงงาน ถือเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มโอกาสทางสังคมและหยุดยั้งการส่งต่อความยากจนข้ามรุ่นจากรุ่นพ่อแม่สู่รุ่นลูกได้อย่างเป็นระบบ

5. มิติด้านการคุ้มครองทางสังคมและการมีส่วนร่วม: นวัตกรรมสวัสดิการชุมชนอย่าง "กองบุญข้าวปันสุข" ในพื้นที่อำเภอเสนางคนิคม จังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งเกิดจากการขับเคลื่อนภายใต้โครงการวิจัยแก้ไขปัญหาความยากจน โดยใช้แนวคิดการระดมและจัดสรร “ข้าว” เข้ามาเป็นโครงข่ายความปลอดภัยทางสังคม เพื่อช่วยเหลือครัวเรือนยากจนและกลุ่มเปราะบางที่มีรายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านอาหารและสร้างความมั่นคงทางอาหารในระดับครัวเรือน โดยใช้ข้อมูลจาก AmnatConnext, PPPConnext และ TPMAP ในการจำแนกกลุ่มเป้าหมายตามความต้องการและความเปราะบาง เพื่อให้การช่วยเหลือตรงกลุ่ม ทำให้การกระจายสวัสดิการเป็นไปอย่างแม่นยำ เป็นธรรม และไม่ซ้ำซ้อน

เปิดแผน อววน.พลิกโฉม Sandbox แผนแก้จน 5 ด้าน นำร่อง 20 จังหวัดทั่วประเทศ

สำหรับก้าวต่อไปในการยกระดับนโยบาย หน่วย บพท. มุ่งขยายผลสัมฤทธิ์โดยการถอดบทเรียนองค์ความรู้และโมเดลแก้จนที่ประสบความสำเร็จจาก 20 จังหวัดนำร่อง เพื่อถ่ายทอดและส่งต่อให้แก่จังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศสามารถนำไปประยุกต์ใช้ตามบริบทของแต่ละพื้นที่ โดยผนึกกำลังเชิงนโยบายและโครงสร้างสนับสนุนที่เข้มแข็งจากหน่วยงานยุทธศาสตร์หลักของระบบ อววน. ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.), สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) เพื่อผสานเทคโนโลยีและนวัตกรรมร่วมกับงบประมาณ บูรณาการเข้ากับกระทรวงภาคีหลัก เช่น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อนำผลลัพธ์จากพื้นที่ Sandbox ไปสนับสนุนการกำหนดนโยบายสวัสดิการสังคมในระดับประเทศ ปูทางให้กลุ่มเปราะบางสามารถก้าวข้ามกับดักความยากจนได้อย่างแท้จริง