ข้อควรรู้ “กรมที่ดิน” ย้ำชัด เช่าที่ดินเกิน 3 ปี ควรจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน เพื่อการคุ้มครองสิทธิของทั้งผู้ให้เช่าและผู้เช่า ให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างถูกต้อง
“กรมที่ดิน” ย้ำชัด เช่าที่ดินเกิน 3 ปี ควรจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน เพื่อการคุ้มครองสิทธิของทั้งผู้ให้เช่าและผู้เช่า ให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างถูกต้อง
หลายคนทำสัญญาเช่าบ้าน เช่าที่ดิน หรือเช่าอาคารเป็นเวลา 5 ปี 10 ปี หรือ 20 ปี แล้วเข้าใจว่าสัญญามีผลตามระยะเวลาที่ตกลงกัน แต่ความจริงแล้ว หากเป็นการเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่มีกำหนดเวลาเกิน 3 ปี กฎหมายกำหนดให้ต้องจดทะเบียนการเช่าที่สำนักงานที่ดิน หากไม่ดำเนินการ สิทธิการเช่าจะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเพียง 3 ปีแรก เท่านั้น
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดว่า การเช่าอสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดิน บ้าน อาคาร หรือห้องชุด ที่มีกำหนดระยะเวลา เกิน 3 ปี หรือกำหนดตลอดอายุของผู้เช่าหรือผู้ให้เช่า ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดิน จึงจะมีผลบังคับตามระยะเวลาที่ตกลงกัน
การจดทะเบียนถือเป็นการรับรองสิทธิของคู่สัญญา ช่วยสร้างความมั่นใจให้ทั้งผู้ให้เช่าและผู้เช่า ลดข้อพิพาท และทำให้สิทธิการเช่าได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย
หากไม่จดทะเบียน จะเกิดอะไรขึ้น?
แม้ในสัญญาจะระบุว่าเช่าเป็นเวลา 10 ปี หรือ 20 ปี แต่หากไม่ได้จดทะเบียน สัญญาจะมีผลบังคับได้เพียง 3 ปี ส่วนระยะเวลาที่เกินจากนั้นจะไม่สามารถอ้างสิทธิตามสัญญาเช่าได้
เตรียมตัวก่อนจดทะเบียน
โดยทั่วไป ผู้ให้เช่าและผู้เช่าควรไปดำเนินการร่วมกัน ณ สำนักงานที่ดินที่ที่ดินตั้งอยู่ พร้อมเตรียมเอกสารสำคัญ ดังนี้
- โฉนดที่ดินหรือหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน
- บัตรประจำตัวประชาชนหรือเอกสารแสดงตัวตนของคู่สัญญา
- สัญญาเช่า (ถ้ามี)
- หนังสือมอบอำนาจ (กรณีมอบอำนาจ)
- เอกสารอื่น ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด
สรุป
- เช่าไม่เกิน 3 ปี : ทำสัญญาเป็นหนังสือก็เพียงพอ
- เช่าเกิน 3 ปี : ต้องจดทะเบียนการเช่าที่สำนักงานที่ดิน เพื่อให้สัญญามีผลตามระยะเวลาที่ตกลงกัน
- "เช่าเกิน 3 ปี อย่าลืมจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน เพราะการจดทะเบียน คือการคุ้มครองสิทธิของทั้งผู้ให้เช่าและผู้เช่า ให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างถูกต้อง"
อ้างอิง - ภาพ : กรมที่ดิน





