วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

เงินหมุนเวียนทะลุ 1.2 พันล้าน เพจปลอมร้านทองชื่อดัง ตุ๋นเทรดหุ้น

คดีดัง เงินหมุนเวียนทะลุ 1.2 พันล้าน เพจปลอมร้านทองชื่อดัง ตุ๋นเทรดหุ้น ล่าสุดตำรวจเครือข่ายชายสูงอายุบัญชีม้า

อัปเดตคดีดัง เงินหมุนเวียนทะลุ 1.2 พันล้าน เพจปลอมร้านทองชื่อดัง ตุ๋นเทรดหุ้น ล่าสุดตำรวจเครือข่ายชายสูงอายุบัญชีม้า

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ร่วมกันจับกุม นาย ส อายุ 53 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 12/2569

ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จฯ, ร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากของตน (บัญชีม้า)”

ตำรวจจับกุมได้ที่ บริเวณหน้าบ้านพักแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ หมู่ 22 ตำบลหนองหว้า อำเภอเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว

สืบเนื่องจาก มีขบวนการอาชญากรรมออนไลน์ใช้กลอุบายตั้งเพจเฟซบุ๊กปลอม แอบอ้างชื่อและนำตราสัญลักษณ์ของร้านทองและบริษัทค้าทองคำที่มีชื่อเสียงระดับประเทศมาใช้หลอกลวงให้ประชาชนร่วมลงทุน “เทรดหุ้นทองคำ” ที่ไม่มีอยู่จริง

โดยมีการโฆษณาชวนเชื่อการันตีผลตอบแทนในอัตราที่สูงลิ่วในระยะเวลาอันสั้นเพื่อกระตุ้นความโลภของเหยื่อ เมื่อมีผู้เสียหายหลงเชื่อ กลุ่มคนร้ายจะส่งลิงก์แพลตฟอร์มลงทุนปลอมที่ทำเลียนแบบขึ้นมาให้สมัครสมาชิก

ในช่วงแรกของการลงทุน กลุ่มคนร้ายจะจ่ายเงินปันผลให้จริงเพื่อสร้างความตายใจและกระตุ้นให้โอนเงินลงทุนเพิ่ม แต่เมื่อผู้เสียหายโอนเงินเพิ่มขึ้นเป็นหลักแสนหลักล้านและต้องการถอนเงินออกจากระบบ กลุ่มคนร้ายกลับบ่ายเบี่ยงอ้างเงื่อนไขต่างๆ

เช่น ต้องจ่ายภาษีเพิ่ม หรือระบบขัดข้อง ก่อนจะบล็อกช่องทางการติดต่อและหลบหนีไป ส่งผลให้กลุ่มผู้เสียหายสูญเสียเงินรวมกว่า 4 ล้านบาท

จากการขยายผลเส้นทางการเงินของเครือข่ายนี้พบเงินหมุนเวียนในระบบสูงกว่า 1,200 ล้านบาท

และพบบัญชีธนาคารของนาย ส เป็นบัญชีม้าแถวสำคัญที่รับโอนเงินโดยตรงจากผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่จึงสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและวางกำลังเข้าจับกุมตัวไว้ได้ นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าตนเองเห็นโพสต์รับสมัครงานแอดมินเพจและแพ็คสินค้าออนไลน์ จึงหลงเชื่อและถูกหลอกให้เปิดบัญชีพร้อมส่งมอบรหัสผ่านและสแกนใบหน้าให้กลุ่มคนร้ายไป โดยอ้างว่าไม่ทราบมาก่อนว่าจะถูกนำไปใช้กระทำความผิด

การปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.วิญญู แจ่มใส ผกก.5 บก.ปปป. รรท.ผกก.3 บก.ปอศ. ได้สั่งการให้ พ.ต.ต.รัฐชิน เจริญรัมย์ สว.กก.3 บก.ปอศ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปอศ. ดำเนินการ

ที่มา ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)