มท.2 สนธิกำลังฝ่ายปกครอง บุกจับร้านกัญชาภูเก็ต ฝ่าฝืนคำสั่งพักใบอนุญาต ลอบขายเย้ยกฎหมาย ยึดของกลางกว่า 5 แสนบาท
วันที่ 11 กรกฎาคม 2569 เวลา 13.00 น. นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง ร้อยตำรวจตรี สิงห์คำ คำยอด ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ นำชุดปฏิบัติการกรมการปกครอง ส่วนการสอบสวนคดีอาญา สำนักการสอบสวนและนิติการ สนธิกำลังร่วมกับที่ทำการปกครองจังหวัดภูเก็ต สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ที่ทำการปกครองอำเภอถลาง และสำนักงานสาธารณสุขอำเภอถลาง เปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นและจับกุมสถานประกอบการ จำหน่ายกัญชา ในพื้นที่อำเภอถลาง และอำเภอเมืองภูเก็ต หลังพบพฤติการณ์ฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงาน ลักลอบจำหน่ายกัญชาในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการจำหน่ายกัญชา ในจังหวัดภูเก็ต พบข้อเท็จจริงว่า มีผู้ประกอบการบางราย แม้จะถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตแล้ว แต่ยังคงเปิดให้บริการและลักลอบจำหน่ายกัญชาแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย
จากการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน เจ้าหน้าที่ได้วางแผนเข้าตรวจสอบสถานประกอบการเป้าหมายพร้อมกันในพื้นที่อำเภอถลางและอำเภอเมืองภูเก็ต โดยพบว่าร้านเป้าหมายในอำเภอถลางยังคงเปิดให้บริการและมีการจำหน่ายกัญชาจริงตามที่ได้รับแจ้ง ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่อีกชุดหนึ่งได้เข้าจับกุมสถานประกอบการในพื้นที่อำเภอเมืองภูเก็ต ซึ่งมีพฤติการณ์กระทำความผิดในลักษณะเดียวกัน
เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมตรวจยึดของกลาง รวมมูลค่ากว่า 500,000 บาท ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนในพื้นที่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 ฐานศึกษาวิจัย ส่งออก จำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากผู้อนุญาต ตามมาตรา 46 ประกอบมาตรา 52 และมาตรา 78 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และความผิดตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ฐานฝ่าฝืนมาตรา 6(10) เกี่ยวกับการแสดงฉลากอาหาร ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะสถานประกอบการที่จงใจฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงาน หรือแสวงหาประโยชน์โดยไม่คำนึงถึงกฎหมายและความปลอดภัยของประชาชน การดำเนินการในครั้งนี้เป็นการยืนยันว่ารัฐจะไม่ปล่อยให้ผู้กระทำผิดใช้พื้นที่ท่องเที่ยวเป็นแหล่งกระทำความผิด และจะดำเนินการกับผู้ฝ่าฝืนอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น
ทั้งนี้ กรมการปกครอง ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะเดินหน้ากวดขัน ตรวจสอบ และบังคับใช้กฎหมายกับสถานประกอบการจำหน่ายกัญชาทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด สร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย และรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ท่องเที่ยวและพื้นที่สาธารณะอย่างเคร่งครัด


