วันพุธ ที่ 15 กรกฎาคม 2569

Login
Login

ตรวจงบฯ ‘พลทหารอาสา’(10 พลัส) กห.‘เลิกเกณฑ์ทหาร’ ตกปลาบ่อเดิม

จับตา “ทหารอาสา” หนึ่งในนโยบายรัฐบาล ที่นายกฯ “อนุทิน ชาญวีรกูล” แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เป็นนโยบายที่พรรคภูมิใจไทย รณรงค์ในการหาเสียงเลือกตั้ง จะทำได้จริงหรือไม่โดยหวังเปลี่ยนการเกณฑ์ทหารภาคบังคับ ไปสู่ระบบสมัครใจ เปิดรับสมัคร 100,000 คน ระยะเวลา 4 ปี มีค่าตอบแทนเดือนละ 12,000 บาท 

หลังจากโครงการนี้ ถูกบรรจุไว้ในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณฯ 2570 ในแผนงานบุคลากรภาครัฐของกระทรวงกลาโหม ภายใต้ชื่อ “โครงการพลทหารอาสา (10พลัส)” ที่เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 29 มิ.ย.- 1 ก.ค.2569 ที่ผ่านมา

กระทรวงกลาโหม ตั้งงบประมาณในโครงการพลทหารอาสา (10พลัส) ปีแรก จำนวน 25,000 อัตรา วงเงิน 1,455.9156 ล้านบาท แบ่งเป็น กองทัพบก 18,784 อัตรา กองทัพเรือ 3,496 อัตรา กองทัพอากาศ 2,174 อัตรา กองบัญชาการกองทัพไทย 300 อัตรา สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม 246 อัตรา

ย้อนไปดูการประชุมสภากลาโหม ครั้งที่ 4/2569 เมื่อ 25 มิ.ย.2569 ที่ประชุมได้เห็นชอบร่างกฎกระทรวง กำหนดระยะเวลาการทำหน้าที่ เงินเดือน และค่าตอบแทนอย่างอื่น สิทธิประโยชน์ ระเบียบ และวินัยของบุคคลเข้าทำหน้าที่ทหารเป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ซึ่งเป็นกฎหมายสำคัญในการรองรับการดำเนินโครงการทหารอาสา

โดยมีสาระสำคัญ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมนิยามคำว่า “ส่วนราชการ” ให้ครอบคลุมถึงสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อให้สามารถรับบุคคลเข้าทำหน้าที่ทหารเป็นการชั่วคราว หรือทหารอาสา เข้าปฏิบัติภารกิจได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และสอดคล้องกับนโยบายโครงการทหารอาสาของรัฐบาล

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบความคืบหน้าการขับเคลื่อนนโยบายทหารอาสา ซึ่งได้มีการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานโดยเฉพาะ พร้อมดำเนินการแก้ไขกฎกระทรวง ข้อบังคับ และยกร่างระเบียบกระทรวงกลาโหมที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งกำหนดกรอบระยะเวลาในการดำเนินงานในแต่ละด้านไว้อย่างชัดเจน

สำหรับการรับสมัครทหารอาสา จะดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ โดยมีเป้าหมายรับสมัคร ปีละ 25,000 นาย ในห้วงเดือน ก.ย.2569 ถึงเดือน ม.ค.2570 โดยแบ่งความรับผิดชอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการในแต่ละด้านเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งรัดการดำเนินงานให้เป็นไปตามกรอบเวลาที่กำหนด

ในส่วนของการเตรียมความพร้อมด้านงบประมาณ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการ กระทรวงกลาโหมได้กำหนดเข้าหารือและทำความตกลงร่วมกับกรมบัญชีกลาง ในวันที่ 6 ก.ค.2569 เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถเปิดรับสมัครทหารอาสาได้ตามแผนที่กำหนด

ทั้งนี้ หากพิจารณาแรงจูงใจ ค่าตอบแทน สิทธิอื่นๆ ใน “โครงการพลทหารอาสา(10พลัส)” เมื่อเทียบกับ“โครงการรับสมัครและคัดเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการกองประจำการโดยวิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์” ที่กองทัพบก ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2565

โดยทั้ง 2 โครงการ แทบไม่แตกต่างกัน ทั้งสิทธิ และสวัสดิการ อาทิ เงินเดือน เงินเพิ่มค่าครองชีพ เบี้ยเลี้ยงประจำ สิทธิรักษาพยาบาล สวัสดิการทั่วไป การส่งเสริมทางการศึกษา และการฝึกอบรมวิชาชีพ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางประกอบอาชีพที่มีวินัย มีทักษะ มีโอกาสเติบโตทั้งในสายทหาร และสายอาชีพ หลังปลดประจำการ พร้อมสวัสดิการและความมั่นคง

โครงการพลทหารอาสา (10พลัส) ค่าตอบแทน 1,2000 บาท ระยะเวลา 4 ปี UP-SKILL / RE-SKILL เพิ่มทักษะ สร้างอาชีพ และมีโอกาสสอบเป็นนายสิบ นายทหาร

ส่วนโครงการรับสมัครและคัดเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการกองประจำการโดยวิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ ค่าตอบแทนรวม 11,000 บาท ครบ 2 ปี ได้สิทธิ์สอบเข้าโรงเรียนนายสิบทหารบก รับคะแนนเพิ่ม 15% ในการสอบคัดเลือกเข้ารับราชการในสังกัดกองทัพบก

ทั้งนี้ หากย้อนดูตัวเลข การรับสมัครและคัดเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการกองประจำการโดยวิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ ประจำปี 2569 กองทัพบก เปิดรับสมัคร 28,209 คน มีผู้สมัคร 29,891 คน คิดเป็นร้อยละ 105.9 ของยอดเปิดรับสมัคร ผ่านคุณสมบัติ 22,062 นาย

ทว่า กองทัพ มีความต้องการทหารกองเกินเข้ากองประจำการปี 2569 จํานวน 84,380 นาย ขณะที่มีผู้สมัครทหารออนไลน์ จำนวน 22,062 นาย จึงเหลือยอดเกณฑ์ 62,318 นาย ซึ่งในจำนวนนี้ กองทัพบก มีความต้องการ 42,926 นาย กองทัพเรือ 11,101 นาย กองทัพอากาศ 6,704 นาย สํานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม 770 นาย กองทัพไทย 817 นาย 

"เป้าหมายทหารสมัครใจ 100% แรงจูงใจที่ดีที่สุดก็คือ การเพิ่มค่าตอบแทน โครงการพลทหารอาสา (10พลัส) ค่าตอบแทน 1,2000 บาท ยังไม่จูงใจให้คนสมัครใจมากพอ และไม่แตกต่างของเดิมมากนัก รับเบ็ดเสร็จ 1,1000 บาท และต้องหักค่าใช้จ่าย ค่าประกอบเลี้ยง เช่นเดียวกัน สำหรับการเพิ่มสิทธิ์ สมัครนักเรียนนายสิบ สอบข้าราชการกองทัพบก เป็นเรื่องทั่วไป ที่ผ่านมามีคนสามารถทําได้ แต่เปอร์เซ็นต์น้อยมาก และเป็นเรื่องที่ไกลตัว"

"ยกตัวอย่าง กองทัพบก มีการเปิดรับสมัครทหารอาสาทุกปี และต้องสอบผ่านกรมยุทธศึกษาทหารบก มีทั้งนายทหารชั้นสัญญาบัตร และทหารชั้นประทวน เมื่อสอบผ่าน และเรียกตัว มีผู้ไม่มารายงานตัวจํานวนมาก โดยเฉพาะทหารชั้นประทวน มีผู้สละสิทธิ์จนไม่ถึงยอดที่เปิดรับสมัคร ทั้งที่ติดยศนายสิบ สัญญา 4 ปี ต่อได้ 4 ปี รวมสิทธิสวัสดิการดีกว่าโครงการพลทหารอาสา แต่เนื่องจากเงินเดือนน้อย จึงไม่จูงใจ" แหล่งข่าวกองทัพบก ระบุ

เคมเปญ “ยกเลิกเกณฑ์ทหาร” ที่จุดประกายโดย “เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล” นักกิจกรรมการเมือง และพรรคก้าวไกลในอดีต หรือพรรคประชาชนปัจจุบัน ใช้เป็นนโยบายหาเสียง และได้รับเสียงตอบรับจากคนรุ่นใหม่อย่างท่วมท้น สร้างแรงกดดันให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่นั่งนายกฯ ควบรมว.กลาโหม ในขณะนั้น 

จึงมอบหมายให้กองทัพบกไปหาแนวทาง และวิธีการ จนเป็นที่มาของโครงการรับสมัครและคัดเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการกองประจำการโดยวิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ ยุค พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ เป็น ผบ.ทบ. ได้ประกาศใช้ครั้งแรกในปี 2565

ต่อมาเข้าสู่ยุค “รัฐบาลเพื่อไทย” ยังผลักดันนโยบายยกเลิกเกณฑ์ทหาร ด้วยโปรโมชั่น แต่ไม่ได้เดินออกนอกกรอบเดิมของกองทัพบก ที่ปูทางเอาไว้ ตัวเลขชายไทยสมัครใจเป็นทหาร ไม่มีแนวโน้มจะนำไปสู่ การสมัครใจแบบ100%

เมื่อมาถึงยุค “รัฐบาลภูมิใจไทย” แม้จะใช้หลังพิงกองทัพ แต่หากไม่ผลักดันนโยบายนี้ ก็กระไรอยู่ จึงเป็นที่มาโครงการพลทหารอาสา (10พลัส) แต่ยังไม่สมารถเดินหน้าไปสู่เป้าหมายได้ เพราะผู้สมัคร ก็เป็นกลุ่มที่อยากสมัครอยู่แล้ว

ดังนั้น จึงคาดการณ์ได้ว่า ตัวเลขผู้สมัครใจโครงการพลทหารอาสา (10พลัส) ที่จะเปิดรับในปีแรก 2,5000 นาย ในเดือน ก.ย.2569 - ม.ค.2570 จึงอาจเป็นตัวเลขกลุ่มเดียวกับโครงการสมัครทหารออนไลน์ กองทัพบก สถานการณ์จึงไม่ต่างกับการตกปลาในบ่อเดียวบ่อเดิม