วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

CAAT ยกเครื่องมาตรการบิน ค้นลูกเรือเท่าผู้โดยสาร ปิดช่องโหว่ขนยา

CAAT สั่งยกเครื่องมาตรการบินด่วน! เพิ่มความเข้มงวดตรวจค้นลูกเรือเท่าผู้โดยสาร หวังปิดช่องโหว่และสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติ

คมนาคมขยับรับลูกคดีฉาว! "ภัทรพงศ์" สั่ง กพท. บูรณาการทุกหน่วยงาน ปิดช่องโหว่ลักลอบขนยาเสพติดผ่านสายการบินระหว่างประเทศ ย้ำชัด "ตรวจค้นลูกเรือ" ใช้มาตรฐานเดียวกับผู้โดยสาร ไม่มีข้อยกเว้น พร้อมอัดเทคโนโลยี Biometrics เสริมความมั่นคงระยะยาว

กพท. นัดถกด่วน หลังเกิดเหตุลูกเรือไทยถูกจับที่ออสเตรเลีย

นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีพนักงานสายการบินของไทยถูกควบคุมตัวที่ประเทศออสเตรเลียเนื่องจากพัวพันกับการลักลอบขนส่งยาเสพติด โดยระบุว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้ตนเร่งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ล่าสุด ตนได้สั่งการให้ พล.อ.อ.มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เรียกประชุมด่วนร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่

  • บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT)
  • กรมศุลกากร
  • สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.)
  • หน่วยงานด้านความมั่นคง

เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหา อุดช่องโหว่ และยกระดับมาตรการป้องกันการลักลอบขนส่งยาเสพติดผ่านเที่ยวบินระหว่างประเทศอย่างเร่งด่วน

กางมาตรการระยะสั้น เพิ่มโทษทางวินัย-เข้มงวดสัมภาระ

ผลการประชุมร่วมกันได้ข้อสรุปในการดำเนินมาตรการระยะสั้นที่ต้องทำทันที ดังนี้

  • การบินไทย เพิ่มความเข้มงวดขั้นสูงสุดในการตรวจค้นตัวลูกเรือและสัมภาระก่อนปฏิบัติหน้าที่ พร้อมตั้งบทลงโทษทางวินัยอย่างเด็ดขาดสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืน หรือรับฝากสิ่งของโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • กพท. กำชับให้ทุกสายการบินในประเทศไทยใช้มาตรฐานการตรวจค้นแบบเดียวกันทั้งหมด พร้อมจัดทีมติดตามการปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด
  • AOT ยืนยันว่าปัจจุบันลูกเรือทุกคนต้องผ่านการตรวจค้นตามมาตรฐานเดียวกับผู้โดยสารทั่วไป และพร้อมสนับสนุนกำลังพลในการสแกนความปลอดภัย
  • ป.ป.ส. & กรมศุลกากร ร่วมมือกันอบรมและพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ตรวจค้น เพื่อเพิ่มทักษะในการสังเกตพฤติกรรมพิรุธและตรวจจับวัตถุต้องสงสัย

แผนระยะยาว ดึงระบบ Biometrics และข้อมูล PNR คัดกรองความเสี่ยง

สำหรับแนวทางการป้องกันในระยะยาว ที่ประชุมเห็นชอบให้มีการปรับปรุงระบบฐานข้อมูลและนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการสกัดกั้นขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ

  • ระบบข้อมูล PNR ผลักดันการใช้ข้อมูล Passenger Name Record (PNR) เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมและความเสี่ยงของบุคคลอย่างเป็นระบบ
  • การเชื่อมโยงฐานข้อมูล ศึกษาการเชื่อมโยงข้อมูลแบบไร้รอยต่อระหว่าง กรมศุลกากร, สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) และหน่วยงานความมั่นคง
  • เทคโนโลยี Biometrics AOT เตรียมนำระบบสแกนอัตลักษณ์บุคคล (Biometrics) มาใช้ในกระบวนการเช็กอินสัมภาระ เพื่อยืนยันตัวตนและติดตามตรวจสอบย้อนหลัง

ยันไทยตรวจเข้มตามมาตรฐานสากล สกัดจับได้ต่อเนื่อง

นายภัทรพงศ์ ย้ำส่งท้ายว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีมาตรการตรวจค้นลูกเรือที่เข้มงวดภายใต้มาตรฐานสากลเดียวกับผู้โดยสาร และอยู่ในการกำกับดูแลของ กพท. อย่างใกล้ชิด ที่ผ่านมาหน่วยงานความมั่นคงสามารถสกัดกั้นการลักลอบขนสิ่งผิดกฎหมายและยาเสพติดได้มาโดยตลอด แต่อาจไม่ได้เป็นข่าวสู่สาธารณะในทุกกรณี

"ผมได้กำชับให้ทุกฝ่ายยกเครื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยการบินใหม่ทั้งหมด ปิดทุกช่องโหว่ที่อาจถูกใช้เป็นเส้นทางขนยาเสพติด และดึงเทคโนโลยีมาช่วยบรูณาการข้อมูลข่าวกรอง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและนานาประเทศว่า ระบบการบินของไทยมีมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดในระดับสากล" นายภัทรพงศ์ กล่าวสรุป