ศธ. กางงบปี 70 กว่า 3.5 แสนล้านบาท เดินหน้านโยบาย All for Education มุ่งลดภาระครู ยกเลิกประเมิน ITA โรงเรียน เคลียร์ปมงบดิจิทัล ยันโปร่งใสตรวจสอบได้
KEY POINTS
- งบกระทรวงศึกษาธิการปี 2570 รั้งอันดับ 2 ของประเทศ วงเงินรวมกว่า 3.59 แสนล้านบาท
- ขับเคลื่อนนโยบาย "All for Education" มุ่งเน้น 5 ด้านหลัก คืนเวลาให้ครู ยกระดับความปลอดภัย และรื้อหลักสูตรความเหลื่อมล้ำ
- แจงปมงบดิจิทัล Digital Skill/Credit Portfolio โปร่งใส ตรวจสอบได้ ยืนยันไม่ซ้ำซ้อนระบบ NDLP
- ยกเลิกการประเมิน ITA ระดับโรงเรียน และโครงการโรงเรียนสีขาว ลดภาระครูอย่างเป็นรูปธรรม
- กาง Roadmap PISA 2029 ยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย สู่มาตรฐาน OECD
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวาระการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยกระทรวงศึกษาธิการได้รับจัดสรรงบประมาณรวมทั้งสิ้น 359,576.8846 ล้านบาท ซึ่งสูงเป็นอันดับ 2 ของประเทศ
สำหรับสัดส่วนงบประมาณส่วนใหญ่เป็นงบบุคลากรภาครัฐ 64.70% ตามด้วยงบยุทธศาสตร์ 32.13% งบพื้นฐาน 2.95% และงบบูรณาการ 0.22% ทั้งนี้ ในส่วนของงบประมาณตามนโยบายขับเคลื่อนการศึกษาไทยปี 2570 ภายใต้แนวคิด “All for Education” ได้รับจัดสรรจำนวน 78,783 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 228 โครงการ
กางนโยบาย 5 ด้านหลัก "All for Education"
- คืนเวลาให้ครู เพื่ออนาคตให้เด็ก ปรับลดภาระงานเอกสารและการประเมินผล
- รื้อหลักสูตรความเหลื่อมล้ำ กระจายงบประมาณและสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม
- ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง เน้นทักษะที่ใช้ประโยชน์ได้จริงในชีวิตและอาชีพ
- โรงเรียนต้องเป็น “พื้นที่ปลอดภัย” อย่างแท้จริง มุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อาคารเรียน และระบบดูแลนักเรียน
- สร้างสถาปัตยกรรมใหม่ ด้วย พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ปรับปรุงกฎหมายเพื่อรองรับการศึกษาในอนาคต
เคลียร์ชัด 2 บิ๊กโปรเจกต์ดิจิทัล ศธ. ยันวัตถุประสงค์ต่างกัน ไม่ซ้ำซ้อน
รมว.ศธ. ได้ชี้แจงถึงข้อสังเกตของสมาชิกสภาฯ เกี่ยวกับความซ้ำซ้อนของระบบดิจิทัลและแพลตฟอร์มภายในกระทรวง โดยยืนยันว่าทั้ง 2 โครงการมีเป้าหมายที่แตกต่างกันชัดเจน ดังนี้
- NDLP (National Digital Learning Platform) แพลตฟอร์มสื่อเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางครอบคลุม 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ตั้งเป้าขยายผลให้มีผู้ใช้งานทั้งครูและนักเรียนไม่น้อยกว่า 5 ล้านคน
- Digital Skill/Credit Portfolio โครงการส่งเสริมการศึกษาเท่าเทียมด้วยระบบดิจิทัล มุ่งเน้นการวางแผนเส้นทางอาชีพ 447 เรื่อง ใน 4 ด้าน ตั้งแต่การสำรวจตัวเองจนถึงความพร้อมสู่อาชีพและการเป็นพลเมืองโลก
"สำหรับงบผูกพันระยะยาวปี 2569 - 2573 วงเงินกว่า 3,158 ล้านบาท ของโครงการ Digital Skill/Credit Portfolio นั้น ขณะนี้ยังไม่ได้เริ่มจัดซื้อจัดจ้าง และได้เชิญ สตง., ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. มาร่วมตรวจสอบเพื่อความโปร่งใส 100% หากประเมินแล้วไม่เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อเด็ก ยืนยันพร้อมทบทวน ยกเลิก หรือปรับเปลี่ยน TOR ทันที"
นอกจากนี้ ศธ. ยังเตรียมเชื่อมโยงระบบ Credit Portfolio สู่ระดับอุดมศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างไร้รอยต่อ ผ่านการจัดทำ Digital ID, AI Framework มุ่งสู่ Single Platform และร่วมมือกับกระทรวง อว. และกระทรวงแรงงาน ผ่านระบบธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ (National Credit Bank)
ปลดล็อก "ลดภาระครู" ยกเลิกประเมิน ITA ระดับโรงเรียน-โรงเรียนสีขาว
เพื่อขับเคลื่อนนโยบายคืนเวลาให้ครูอย่างเป็นรูปธรรม ในงบประมาณปี 2570 ศธ. ไม่ได้มีการขอเงินงบประมาณเพิ่ม แต่ใช้วิธีการปรับลดตัวชี้วัดและการประเมินผลที่ซ้ำซ้อน
- ลดตัวชี้วัด สพฐ. ปรับลดตัวชี้วัดการประเมินผลจากเดิม 151 ตัวชี้วัด เหลือเพียง 43 ตัวชี้วัด มีผลทันที
- ยกเลิก ITA ระดับโรงเรียน มีการยกเลิกไปแล้วตั้งแต่วันงบประมาณ 2569 ปัจจุบันเหลือเพียงการประเมินในระดับเขตพื้นที่เท่านั้น เพื่อไม่ให้เป็นภาระงานในห้องเรียนของครู
- ยกเลิกโครงการโรงเรียนสีขาว เริ่มตั้งแต่งบประมาณปี 2570 เป็นต้นไป โดยจะปรับไปใช้ระบบดูแลนักเรียนผ่านโครงการอื่นที่มีอยู่เพื่อป้องกันปัญหายาเสพติดอย่างเข้มงวด โดยไม่เพิ่มภาระงานเอกสารให้ครู
ปฏิรูปงบประมาณรายหัว-คุมเข้ม "เรียนฟรีที่มีอยู่จริง"
ศธ. ได้ตั้งคณะอนุกรรมการฯ ออกแบบ สูตรการจัดสรรงบประมาณอุดหนุนรายหัวรูปแบบใหม่ ที่คำนวณตามบริบทและความจำเป็นของแต่ละโรงเรียน โดยตั้งเป้านำร่องใช้งานภายในปีงบประมาณ 2571
พร้อมกันนี้ สพฐ. ได้ออกงมาตรการซักซ้อมการเก็บเงินบำรุงการศึกษาของโรงเรียน โดยเน้นย้ำว่า "โรงเรียนจะเก็บเงินได้เฉพาะส่วนที่เกินหลักสูตรแกนกลางเท่านั้น" และต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษา อนุมัติโดยเขตพื้นที่ฯ และต้องเป็นไปด้วยความสมัครใจของผู้ปกครอง
รับมือวิกฤตคะแนน PISA ต่ำสุด กาง Roadmap PISA 2029 สู่มาตรฐาน OECD
นายประเสริฐ ยอมรับถึงความกังวลต่อผลสอบ PISA 2022 ของเด็กไทยที่ลดต่ำลงที่สุดตั้งแต่เข้าร่วมในปี 2001 ซึ่งสะท้อนวิกฤตเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน กระทรวงศึกษาธิการจึงได้วาง Roadmap PISA 2029 เพื่อยกระดับคะแนนอย่างเป็นระบบ ผ่าน 4 ยุทธศาสตร์หลัก
- ยุทธศาสตร์และธรรมาภิบาลร่วม
- การเรียนรู้และประเมินสมรรถนะ
- การใช้ข้อมูลสนับสนุนแบบมุ่งเป้า
- การสร้างวัฒนธรรมและแรงจูงใจผู้เรียน
พร้อมกันนี้ จะเร่งจัดทำแบบสอบถาม OECD/EDPC เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นสมาชิก OECD เต็มรูปแบบ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการศึกษาไทยให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล
"กระทรวงศึกษาธิการพร้อมน้อมรับทุกข้อเสนอแนะจากสมาชิกสภาฯ และขอยืนยันว่าจะยึดหลักการบริหารงบประมาณปี 2570 โดยมุ่งลงทุนที่ตัวเด็ก คืนเวลาให้ครู และโปร่งใสตรวจสอบได้จริง เพื่อให้เงินภาษีของประชาชนเกิดประโยชน์สูงสุด" รมว.ศธ. กล่าวทิ้งท้าย





