วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

ศธ. กางงบปี 70 กว่า 3.5 แสนล้าน ชูนโยบาย All for Education พลิกโฉมการศึกษา

ศธ. กางงบปี 70 กว่า 3.5 แสนล้านบาท เดินหน้านโยบาย All for Education มุ่งลดภาระครู ยกเลิกประเมิน ITA โรงเรียน เคลียร์ปมงบดิจิทัล ยันโปร่งใสตรวจสอบได้

KEY POINTS

  • งบกระทรวงศึกษาธิการปี 2570 รั้งอันดับ 2 ของประเทศ วงเงินรวมกว่า 3.59 แสนล้านบาท
  • ขับเคลื่อนนโยบาย "All for Education" มุ่งเน้น 5 ด้านหลัก คืนเวลาให้ครู ยกระดับความปลอดภัย และรื้อหลักสูตรความเหลื่อมล้ำ
  • แจงปมงบดิจิทัล Digital Skill/Credit Portfolio โปร่งใส ตรวจสอบได้ ยืนยันไม่ซ้ำซ้อนระบบ NDLP
  • ยกเลิกการประเมิน ITA ระดับโรงเรียน และโครงการโรงเรียนสีขาว ลดภาระครูอย่างเป็นรูปธรรม
  • กาง Roadmap PISA 2029 ยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย สู่มาตรฐาน OECD

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวาระการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยกระทรวงศึกษาธิการได้รับจัดสรรงบประมาณรวมทั้งสิ้น 359,576.8846 ล้านบาท ซึ่งสูงเป็นอันดับ 2 ของประเทศ

สำหรับสัดส่วนงบประมาณส่วนใหญ่เป็นงบบุคลากรภาครัฐ 64.70% ตามด้วยงบยุทธศาสตร์ 32.13% งบพื้นฐาน 2.95% และงบบูรณาการ 0.22% ทั้งนี้ ในส่วนของงบประมาณตามนโยบายขับเคลื่อนการศึกษาไทยปี 2570 ภายใต้แนวคิด “All for Education” ได้รับจัดสรรจำนวน 78,783 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 228 โครงการ

กางนโยบาย 5 ด้านหลัก "All for Education"

  1. คืนเวลาให้ครู เพื่ออนาคตให้เด็ก ปรับลดภาระงานเอกสารและการประเมินผล
  2. รื้อหลักสูตรความเหลื่อมล้ำ กระจายงบประมาณและสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม
  3. ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง เน้นทักษะที่ใช้ประโยชน์ได้จริงในชีวิตและอาชีพ
  4. โรงเรียนต้องเป็น “พื้นที่ปลอดภัย” อย่างแท้จริง มุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อาคารเรียน และระบบดูแลนักเรียน
  5. สร้างสถาปัตยกรรมใหม่ ด้วย พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ปรับปรุงกฎหมายเพื่อรองรับการศึกษาในอนาคต

ศธ. กางงบปี 70 กว่า 3.5 แสนล้าน ชูนโยบาย All for Education พลิกโฉมการศึกษา

 

เคลียร์ชัด 2 บิ๊กโปรเจกต์ดิจิทัล ศธ. ยันวัตถุประสงค์ต่างกัน ไม่ซ้ำซ้อน

รมว.ศธ. ได้ชี้แจงถึงข้อสังเกตของสมาชิกสภาฯ เกี่ยวกับความซ้ำซ้อนของระบบดิจิทัลและแพลตฟอร์มภายในกระทรวง โดยยืนยันว่าทั้ง 2 โครงการมีเป้าหมายที่แตกต่างกันชัดเจน ดังนี้

  • NDLP (National Digital Learning Platform) แพลตฟอร์มสื่อเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางครอบคลุม 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ตั้งเป้าขยายผลให้มีผู้ใช้งานทั้งครูและนักเรียนไม่น้อยกว่า 5 ล้านคน
  • Digital Skill/Credit Portfolio โครงการส่งเสริมการศึกษาเท่าเทียมด้วยระบบดิจิทัล มุ่งเน้นการวางแผนเส้นทางอาชีพ 447 เรื่อง ใน 4 ด้าน ตั้งแต่การสำรวจตัวเองจนถึงความพร้อมสู่อาชีพและการเป็นพลเมืองโลก

"สำหรับงบผูกพันระยะยาวปี 2569 - 2573 วงเงินกว่า 3,158 ล้านบาท ของโครงการ Digital Skill/Credit Portfolio นั้น ขณะนี้ยังไม่ได้เริ่มจัดซื้อจัดจ้าง และได้เชิญ สตง., ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. มาร่วมตรวจสอบเพื่อความโปร่งใส 100% หากประเมินแล้วไม่เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อเด็ก ยืนยันพร้อมทบทวน ยกเลิก หรือปรับเปลี่ยน TOR ทันที"

นอกจากนี้ ศธ. ยังเตรียมเชื่อมโยงระบบ Credit Portfolio สู่ระดับอุดมศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างไร้รอยต่อ ผ่านการจัดทำ Digital ID, AI Framework มุ่งสู่ Single Platform และร่วมมือกับกระทรวง อว. และกระทรวงแรงงาน ผ่านระบบธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ (National Credit Bank)

ปลดล็อก "ลดภาระครู" ยกเลิกประเมิน ITA ระดับโรงเรียน-โรงเรียนสีขาว

เพื่อขับเคลื่อนนโยบายคืนเวลาให้ครูอย่างเป็นรูปธรรม ในงบประมาณปี 2570 ศธ. ไม่ได้มีการขอเงินงบประมาณเพิ่ม แต่ใช้วิธีการปรับลดตัวชี้วัดและการประเมินผลที่ซ้ำซ้อน

  • ลดตัวชี้วัด สพฐ. ปรับลดตัวชี้วัดการประเมินผลจากเดิม 151 ตัวชี้วัด เหลือเพียง 43 ตัวชี้วัด มีผลทันที
  • ยกเลิก ITA ระดับโรงเรียน มีการยกเลิกไปแล้วตั้งแต่วันงบประมาณ 2569 ปัจจุบันเหลือเพียงการประเมินในระดับเขตพื้นที่เท่านั้น เพื่อไม่ให้เป็นภาระงานในห้องเรียนของครู
  • ยกเลิกโครงการโรงเรียนสีขาว เริ่มตั้งแต่งบประมาณปี 2570 เป็นต้นไป โดยจะปรับไปใช้ระบบดูแลนักเรียนผ่านโครงการอื่นที่มีอยู่เพื่อป้องกันปัญหายาเสพติดอย่างเข้มงวด โดยไม่เพิ่มภาระงานเอกสารให้ครู

ปฏิรูปงบประมาณรายหัว-คุมเข้ม "เรียนฟรีที่มีอยู่จริง"

ศธ. ได้ตั้งคณะอนุกรรมการฯ ออกแบบ สูตรการจัดสรรงบประมาณอุดหนุนรายหัวรูปแบบใหม่ ที่คำนวณตามบริบทและความจำเป็นของแต่ละโรงเรียน โดยตั้งเป้านำร่องใช้งานภายในปีงบประมาณ 2571

พร้อมกันนี้ สพฐ. ได้ออกงมาตรการซักซ้อมการเก็บเงินบำรุงการศึกษาของโรงเรียน โดยเน้นย้ำว่า "โรงเรียนจะเก็บเงินได้เฉพาะส่วนที่เกินหลักสูตรแกนกลางเท่านั้น" และต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษา อนุมัติโดยเขตพื้นที่ฯ และต้องเป็นไปด้วยความสมัครใจของผู้ปกครอง

รับมือวิกฤตคะแนน PISA ต่ำสุด กาง Roadmap PISA 2029 สู่มาตรฐาน OECD

นายประเสริฐ ยอมรับถึงความกังวลต่อผลสอบ PISA 2022 ของเด็กไทยที่ลดต่ำลงที่สุดตั้งแต่เข้าร่วมในปี 2001 ซึ่งสะท้อนวิกฤตเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน กระทรวงศึกษาธิการจึงได้วาง Roadmap PISA 2029 เพื่อยกระดับคะแนนอย่างเป็นระบบ ผ่าน 4 ยุทธศาสตร์หลัก

  1. ยุทธศาสตร์และธรรมาภิบาลร่วม
  2. การเรียนรู้และประเมินสมรรถนะ
  3. การใช้ข้อมูลสนับสนุนแบบมุ่งเป้า
  4. การสร้างวัฒนธรรมและแรงจูงใจผู้เรียน

พร้อมกันนี้ จะเร่งจัดทำแบบสอบถาม OECD/EDPC เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นสมาชิก OECD เต็มรูปแบบ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการศึกษาไทยให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล

"กระทรวงศึกษาธิการพร้อมน้อมรับทุกข้อเสนอแนะจากสมาชิกสภาฯ และขอยืนยันว่าจะยึดหลักการบริหารงบประมาณปี 2570 โดยมุ่งลงทุนที่ตัวเด็ก คืนเวลาให้ครู และโปร่งใสตรวจสอบได้จริง เพื่อให้เงินภาษีของประชาชนเกิดประโยชน์สูงสุด" รมว.ศธ. กล่าวทิ้งท้าย