วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

จับตา! เอลนีโญแรงปลายปี 69 สั่งรับมือด่วน หวั่นฝนต่ำกว่าปกติ

รมว.เกษตรฯ สั่งกรมชลประทานรับมือเอลนีโญกำลังแรงปลายปี 69 หวั่นฝนต่ำกว่าปกติ เร่งงัดยุทธศาสตร์กักเก็บน้ำ พร้อมระดมเครื่องจักร 5.7 พันหน่วยสู้ภัยน้ำ

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงแนวโน้มสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศในปัจจุบัน โดยได้สั่งการและกำชับให้กรมชลประทานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมวางแผนบริหารจัดการน้ำเชิงรุก เพื่อรองรับความเสี่ยงจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ที่อาจส่งผลให้ประเทศไทยมีปริมาณฝนต่ำกว่าค่าปกติในช่วงปลายปี 2569 นี้

การดำเนินงานครั้งนี้ มุ่งเน้นการเก็บกักน้ำไว้ใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค การรักษาระบบนิเวศ การเกษตร และอุตสาหกรรม ควบคู่ไปกับการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในช่วงฤดูฝนอย่างมีประสิทธิภาพ

จับตาภัยแล้ง! คาด "เอลนีโญ" ทวีความรุนแรงปลายปี 2569

จากการติดตามข้อมูลสภาพอากาศล่าสุด พบว่าประเทศไทยมีแนวโน้มเข้าสู่สภาวะเอลนีโญกำลังอ่อน และจะคงสภาวะดังกล่าวต่อเนื่องไปจนถึงช่วงต้นปี 2570

ข้อควรระวัง มีโอกาสสูงที่เอลนีโญจะพัฒนาเป็นเอลนีโญกำลังแรงในช่วงปลายปี 2569 ซึ่งอาจทำให้ปริมาณฝนของประเทศใกล้เคียงหรือต่ำกว่าค่าปกติ

กระทรวงเกษตรฯ จึงได้สั่งการให้กรมชลประทานบูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินแนวโน้มฝน น้ำท่า และปริมาณน้ำต้นทุนล่วงหน้า พร้อมปรับแผนบริหารจัดการน้ำให้ยืดหยุ่นและสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

จับตา! เอลนีโญแรงปลายปี 69 สั่งรับมือด่วน หวั่นฝนต่ำกว่าปกติ

เปิดสถิติน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ และ 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยา

ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ได้รายงานสถานการณ์น้ำ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ดังนี้

ภาพรวมอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ

  • ปริมาณน้ำรวม กว่า 42,000 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือคิดเป็น ร้อยละ 55 ของความจุอ่างฯ รวมกัน
  • ปริมาณน้ำที่รองรับได้อีก กว่า 34,600 ล้าน ลบ.ม.

สถานการณ์น้ำ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา

(เขื่อนภูมิพล, เขื่อนสิริกิติ์, เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์)

  • ปริมาณน้ำรวม ประมาณ 12,663 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น ร้อยละ 51 ของความจุอ่างรวมกัน

ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำยังอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถบริหารจัดการได้ และคาดการณ์ว่าเมื่อถึงต้นฤดูแล้งปี 2569/2570 จะมีปริมาณน้ำต้นทุนเพียงพอต่อการสนับสนุนการใช้น้ำในทุกภาคส่วนอย่างแน่นอน

ชูยุทธศาสตร์ "ต้นกัก กลางหน่วง ปลายระบาย" รับมือฤดูฝน

นายสุริยะฯ เน้นย้ำให้กรมชลประทานดำเนินมาตรการบริหารจัดการน้ำฤดูฝน ปี 2569 อย่างเข้มข้น โดยยึดหลักยุทธศาสตร์สำคัญคือ "ต้นกัก กลางหน่วง ปลายระบาย" เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ พร้อมทั้งทบทวนแผนการบริหารจัดการอ่างเก็บน้ำให้เก็บกักน้ำในช่วงฤดูฝนนี้ไว้ให้ได้มากที่สุด เพื่อใช้เป็นน้ำต้นทุนรองรับวิกฤตภัยแล้งในฤดูกาลถัดไป

จับตา! เอลนีโญแรงปลายปี 69 สั่งรับมือด่วน หวั่นฝนต่ำกว่าปกติ

เตรียมพร้อมเครื่องจักร-กำลังพลกว่า 5,700 หน่วย ช่วยเหลือประชาชน

เพื่อรับมือกับความเสี่ยงอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในบางพื้นที่ กรมชลประทานได้เตรียมความพร้อมด้านบุคลากร และระดมเครื่องจักรกลสนับสนุนรวมทั้งสิ้น 5,732 หน่วย ทั่วประเทศ ประกอบด้วย

  • เครื่องสูบน้ำ 1,914 เครื่อง
  • เครื่องผลักดันน้ำ 367 เครื่อง
  • รถบรรทุกน้ำ 203 คัน
  • เครื่องจักรสนับสนุนอื่นๆ 3,248 หน่วย

นอกจากนี้ ยังได้เร่งตรวจสอบความพร้อมของอาคารชลประทาน คันกั้นน้ำ และระบบระบายน้ำ ให้พร้อมใช้งานได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ สอดคล้องตาม 9 มาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2569 ของคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.)

แนะเกษตรกรใช้หลัก 3R รณรงค์ประหยัดน้ำ-ปลูกพืชน้ำน้อย

ในส่วนของภาคการเกษตร รมว.เกษตรฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้สั่งการให้เร่งสร้างการรับรู้และแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำแก่เกษตรกรและกลุ่มผู้ใช้น้ำอย่างต่อเนื่อง พร้อมรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนบริหารจัดการน้ำตามหลัก 3R คือ

  • Reduce (ลดการใช้)
  • Reuse (นำกลับมาใช้ซ้ำ)
  • Recycle (หมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่)

รวมถึงส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อย และปรับเปลี่ยนแผนการเพาะปลูกให้สอดรับกับปริมาณน้ำต้นทุนในพื้นที่ เพื่อลดความเสี่ยงผลผลิตเสียหายจากสภาวะภัยแล้งเอลนีโญ

"ขอให้ทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด บูรณาการการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วน เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำของประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบจากอุทกภัย ภัยแล้ง และความเสี่ยงจากเอลนีโญ พร้อมสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้แก่ประชาชนในทุกพื้นที่อย่างต่อเนื่อง" นายสุริยะฯ กล่าวทิ้งท้าย