วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน 2569

Login
Login

รั้วชายแดนไทย-กัมพูชา คืบ 45 % 'ผบ.ฉก.นย.จันทบุรี' ย้ำ ปิดชิด-หลักหมุดไม่หาย

"กมธ.ความมั่นคงฯ" ดูรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา คืบ 45 % “ผบ.ฉก.นย.จันทบุรี“ ย้ำ ช่องวางกำแพง รอ JBC อยู่ระหว่างก่อสร้าง ย้ำปิดชิดแน่นอน ยันหลักหมุดไม่หาย

27 มิ.ย.69.นายมณเฑียร สงฆ์ประชา สส.ชัยนาท พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการฯ เดินทางลงพื้นที่ จ.จันทบุรี เพื่อศึกษาดูงานพื้นที่ก่อสร้าง"รั้วชายแดนไทย-กัมพูชา" ที่ ต.เทพนิมิต อ.โป่งน้ำร้อน โดยมี น.อ. ปรัชญา หาญเทียม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ผบ.ฉก.นย.จันทบุรี) กล่าวรายงาน 

โดย น.อ. ปรัชญา ได้ยืนยันว่า การสร้างรั้วชายแดน ไทยจะสร้างชิดเส้นเขตแดน และได้แจ้งฝ่ายกัมพูชาไป เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด และขอยืนยันว่า ทุกขั้นตอนการปฏิบัติไทยยึดกฎหมายระหว่างประเทศ และไทยไม่ได้ทำฝ่ายเดียว ซึ่งทุกขั้นตอนในการสร้างรั้วชายแดน เราได้เชิญฝ่ายกัมพูชา มาตรวจสอบ และสังเกตการณ์ในการปฎิบัติงานทุกขั้นตอนก่อนที่เราจะดำเนินการ 

รั้วชายแดนไทย-กัมพูชา คืบ 45 % 'ผบ.ฉก.นย.จันทบุรี' ย้ำ ปิดชิด-หลักหมุดไม่หาย

น.อ. ปรัชญา ยังย้ำว่า ปัจจุบันในพื้นที่ปิดด่าน 100 % ไม่มีเปิด ตามนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ และรัฐบาล 

สำหรับรั้วชายแดนดังกล่าว ใช้งบประมาณจากกองทุนหทัยทิพย์ รับผิดชอบการก่อสร้างโดย หน่วยทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย ถูกสร้างขึ้นบริเวณหลักเขตแดนที่ 52–54 ในเฟสแรก ระยะทาง 1.3 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเขตแดนที่ไทย และกัมพูชา สามารถตกลงกันได้แล้ว ผ่านกลไก JBC  ปัจจุบันความคืบหน้าการก่อสร้างอยู่ที่ 45 % 

ส่วนในเฟสที่ 2 จะสร้างบริเวณเขตแดนที่ 54–59 ระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างถนน จากหลักเขตแดนที่ 54 ประมาณ 600 เมตร เพื่อรองรับการก่อสร้างรั้ว และโครงสร้างด้านความมั่นคงในระยะต่อไป รวมระยะทางก่อสร้างรั้วทั้งสิ้น 8.3 กิโลเมตร 

รั้วชายแดนไทย-กัมพูชา คืบ 45 % 'ผบ.ฉก.นย.จันทบุรี' ย้ำ ปิดชิด-หลักหมุดไม่หาย

โดยลักษณะของรั้วชายแดน คือ แผ่นปูนทึบสูง 1.95 เมตร ความสูงรวมของกำแพง คือ 4.3 เมตร มีแนวรั้วลวดหนามติดอยู่บนยอดกำแพง 

ส่วนช่องว่างรั้วกำแพง ที่เคยเป็นดรามาก่อนหน้านี้ คณะกรรมาธิการฯ ก็ได้ไปดู และสอบถามว่า เป็นไปตามข่าวจริงหรือไม่ ซึ่งผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ได้ชี้แจงว่า หลักเขตที่เป็นข่าวคือหลักเขตที่ 52 สร้างมาตั้งแต่สมัยสนธิสัญญาฝรั่งเศส ซึ่งถือเป็นสมบัติของทั้ง 2 ประเทศ (ไทย และกัมพูชา) โดยสาเหตุที่ต้องเว้นว่างก่อสร้างกำแพงไว้ ตรงบริเวณหลักเขต เนื่องจากกระบวนการของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม หรือ JBC ยังดำเนินการไม่ครบถ้วน และยังมาปรับปรุง หลังจากนั้นจะมีการนำแผ่นบานพับ แบบเปิด-ปิด ได้มาครอบตรงบริเวณหลักเขต เพื่อให้คณะกรรมการ JBC ร่วมกันตรวจสอบได้ ยืนยัน จะไม่เว้นช่องว่างไว้แน่นอน แต่ปัจจุบันยังสร้างไม่เสร็จ พร้อมยืนยันว่า หลักเขตก็ไม่ได้หายไปไหน หลังมีการไปตัดต่อภาพนำหลักเขตออก

ขณะเดียวกันคณะกรรมาธิการฯ ได้สอบถามถึงถนนเลียบกำแพงชายแดน ที่อยู่หลังกำแพงนั้นเป็นของใคร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี เปิดเผยว่า เป็นของฝ่ายกัมพูชาสร้างไว้ โดยใช้งบของกัมพูชาเอง ซึ่งได้ก่อสร้าง ห่างจากรั้วชายแดนไทย ประมาณ 3 เมตร 

จากนั้นคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐฯ ได้เดินทางไปสำรวจพื้นที่ตัว ก.ไก่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีลักษณะพื้นที่คล้ายตัว ก.ไก่ อยู่ในพื้นที่บ้านผักกาด อ.โป่งน้ำร้อน ซึ่งมีคลองตะเคียนอยู่ล้อมรอบ ถือเป็นเส้นแบ่งเขตแดนตามแนวธรรมชาติ แต่ปี 2563 พบว่า มีพื้นที่นี้ถูกตัดขาด ส่งผลให้พื้นที่ประมาณ 3 ไร่เศษถูกตัดขาด ซึ่งอาจส่งผลต่อแนวเส้นเขตแดน หากไม่เร่งรีบแก้ไข โดยกองกำลังการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) จึงได้ทำหนังสือประท้วงกัมพูชาว่า พื้นที่ที่ถูกตัดขาดไป ไม่ได้เกิดจากธรรมชาติ แต่เกิดจากฝีมือมนุษย์ เพื่อหวังให้เส้นทางน้ำเปลี่ยนไป แต่ฝ่ายกัมพูชาพยายามยืนยันว่า เกิดจากธรรมชาติ

น.อ. ปรัชญา กล่าวว่า ปัจจุบันกองทัพ และชาวบ้าน ได้ร่วมมือกันถมพื้นที่ปิดคลอง เพื่อให้แผ่นดินไทยกลับมาเชื่อมกันอีกครั้งเรียบร้อยแล้ว โดยใช้รถขนดินกว่า 200 คัน พร้อมสถาปนาความไว้ใจในพื้นที่ปักธงชาติไทย

อีกทั้งยังมีการทำถนนเข้ามายังในพื้นที่ ก.ไก่ และตัวยู เสร็จเรียบร้อยแล้วระยะทางรวมประมาณ 15 กิโลเมตร โดยใช้งบประมาณจากประชาชนทั้งหมด โดยในอนาคตหากต้องการให้ถนนมีความคงทน จะต้องมีการเปลี่ยนเป็นถนนลาดยาง ซึ่งต้องใช้งบประมาณจากภาครัฐ แต่ปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานที่จะเข้ามารับผิดชอบ ซึ่งอยู่ระหว่างพูดคุยกันว่า จะมอบหมายหน่วยงานใดเข้ามาดูแล เช่น กรมทางหลวงชนบท หรือว่า หน่วยทหารพัฒนา เพราะไม่ต้องการให้ถนนที่ประชาชนร่วมแรงร่วมใจในการทำมานั้นสูญเปล่า ซึ่งทางคณะกรรมาธิการฯ พร้อมเร่งรัด และประสานงาน เรื่องงบประมาณให้ แต่ว่า ขั้นตอนในการของบฯ จะต้องมีหน่วยงานราชการ อย่างน้อย 1 หน่วยงาน เป็นผู้รับผิดชอบพื้นที่เสียก่อน

ทั้งนี้ น.อ. ปรัชญา ยืนยันว่า ที่ผ่านมาทหารไม่ได้ละเลยในการปฏิบัติหน้าที่ และได้ดำเนินการจนสำเร็จลุล่วงด้วยดีด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

รั้วชายแดนไทย-กัมพูชา คืบ 45 % 'ผบ.ฉก.นย.จันทบุรี' ย้ำ ปิดชิด-หลักหมุดไม่หาย