วันอังคาร ที่ 28 กรกฎาคม 2569

Login
Login

ทำไม 'วิกฤตหนัก' ศัลยแพทย์เฉพาะทางผ่าตัดมะเร็งท่อน้ำดี หมอโอดแฉหมด

ความจริง! ทำไม 'วิกฤตหนัก' ขาดแคลนศัลยแพทย์เฉพาะทางผ่าตัดมะเร็งท่อน้ำดี ทั้งประเทศมีแค่ 90 คน หมอโรงพยาบาลโอดผ่าตัดมหาโหดยาวนาน

เปิดข้อมูลความจริง! ทำไม 'วิกฤตหนัก' ขาดแคลน ศัลยแพทย์เฉพาะทางผ่าตัดมะเร็งท่อน้ำดี ทั้งประเทศมีแค่ 90 คน หมอโอดผ่าตัดมหาโหดยาวนาน 12 ชั่วโมง

สถานการณ์"โรคมะเร็งท่อน้ำดี" ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคอีสาน ซึ่งยังคงเป็นวิกฤตสาธารณสุขที่น่าสะพรึงกลัวและเปรียบเสมือนระเบิดเวลาลูกใหญ่ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชนอายุ 15-25 ปี ที่พบสถิติการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับจากการบริโภคอาหารดิบและปลาร้าดิบในส้มตำพุ่งสูงอย่างน่าตกใจ ซึ่งกลุ่มนี้เสี่ยงกลายเป็นผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีรายใหม่ในอีก 15-20 ปีข้างหน้า

ผศ.ดร.นพ.อรรถพล ติตะปัญ ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญการผ่าตัดตับ ทางเดินน้ำดี และตับอ่อน โรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกที่สะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของ ระบบสาธารณสุขไทย โดยระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีรายใหม่สูงถึงประมาณ 20,000 คนต่อปี แต่ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยเพียง 20% หรือประมาณ 2,000 คนเท่านั้นที่อยู่ในระยะเริ่มต้นและร่างกายแข็งแรงพอจะเข้ารับการผ่าตัดได้

ส่วนที่เหลืออีกกว่า 80% ต้องเผชิญหน้ากับความตายเนื่องจากโรคลุกลามเข้าสู่ระยะแพร่กระจายแล้ว

ทำไม 'วิกฤตหนัก' ศัลยแพทย์เฉพาะทางผ่าตัดมะเร็งท่อน้ำดี หมอโอดแฉหมด

แฉขาดแคลนศัลยแพทย์ขั้นวิกฤต หมออีสานไม่ถึง 20 คน

ผศ.ดร.นพ.อรรถพล ระบุว่า ปัญหาใหญ่ที่เป็นคอขวดในการรักษาคือ "การขาดแคลนศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอนุสาขาผ่าตัดตับ ทางเดินน้ำดี และตับอ่อนอย่างรุนแรง" เนื่องจากโรคนี้มีความซับซ้อนสูงมาก ไม่ใช่ศัลยแพทย์ทั่วไปทุกคนจะสามารถผ่าตัดได้

ปัจจุบันทั่วประเทศไทยมีศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านนี้เพียง 90 กว่าคนเท่านั้น ซึ่งในจำนวนนี้ 30-40% กระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพมหานคร ขณะที่ภาคอีสานซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีผู้ป่วยหนาแน่นที่สุด กลับมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ไม่ถึง 20 คน

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ มีแพทย์เฉพาะทางด้านนี้เพียง 9 ท่าน แต่ต้องรองรับเคสผ่าตัดมะเร็งท่อน้ำดีเฉลี่ยสูงถึง 200 เคสต่อปี ซึ่งถือเป็นภาระงานที่หนักหน่วงและสะท้อนว่ากำลังคนฝั่งแพทย์ยังขาดแคลนไม่สอดคล้องกับจำนวนผู้ป่วย

เหตุผลความโหดในห้องผ่าตัด หมอยืนมาราธอน 12 ชม.

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเล่าถึงเบื้องหลังความยากลำบากในห้องผ่าตัดว่า โรคนี้เป็นงานที่เหนื่อยและยุ่งยากมาก

  • การผ่าตัดในเคสที่ก้อนมะเร็งอยู่บริเวณขั้วตับ ซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมของเส้นเลือดและท่อน้ำดีสำคัญ ถือเป็นงานหินระดับห้าดาว
  • แพทย์ต้องทำการเลาะและตัดต่อทางเดินน้ำดีรวมถึงเส้นเลือดใหม่ทั้งหมด มาตรฐานเวลาในการผ่าตัดจะเริ่มต้นที่ 5 ชั่วโมงขึ้นไป
  • ในเคสที่ยากและซับซ้อนมากๆ ศัลยแพทย์ต้องยืนปฏิบัติหน้าที่ต่อเนื่องยาวนานถึง 10-12 ชั่วโมง โดยแทบไม่ได้พัก


ทำไม 'วิกฤตหนัก' ศัลยแพทย์เฉพาะทางผ่าตัดมะเร็งท่อน้ำดี หมอโอดแฉหมด

ชะตากรรมผู้ป่วย ตรวจพบช้า "ผ่าก็ตาย ไม่ผ่าก็ตาย"

เมื่อเปิดสถิติโอกาสรอดชีวิต ผศ.ดร.นพ.อรรถพล ยอมรับตามตรงว่าในอดีต (ราว 30 ปีก่อน) หากผู้ป่วยเดินมาโรงพยาบาลด้วยอาการปวดท้อง ตัวเหลือง ตาเหลือง โอกาสรอดชีวิตเกิน 1 ปี มีเพียง 15% และมักเสียชีวิตภายใน 3 เดือนหลังผ่าตัด จนยุคนั้นเกิดความเชื่อสิ้นหวังว่า "ผ่าก็ตาย ไม่ผ่าก็ตาย ผ่าทำไมให้เสียเงิน"

ทำไม 'วิกฤตหนัก' ศัลยแพทย์เฉพาะทางผ่าตัดมะเร็งท่อน้ำดี หมอโอดแฉหมด

แม้ในปัจจุบันวิทยาการจะก้าวหน้าจนทำให้กลุ่มที่ตรวจพบไวและผ่าตัดได้มีโอกาสรอดเกิน 5 ปี (หายขาด) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 50% แต่หากผู้ป่วยปล่อยปละละเลยจนโรคเข้าสู่ระยะท้ายๆ (ระยะที่ 3-4) โอกาสที่มะเร็งจะกลับมาเป็นซ้ำก็สูงมาก และในรายที่ไม่สามารถผ่าตัดได้เลย จะมีชีวิตอยู่ต่อได้เพียง 3 ถึง 8 เดือนเท่านั้น โดยต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส ทั้งอาการปวด ท่อน้ำดีติดเชื้อ และทานอาหารไม่ได้

ต้นทุนค่าใช้จ่ายหลักแสน กระทบสถานะครอบครัว

ในแง่ของเศรษฐกิจและการรักษาพยาบาล ต้นทุนจริงที่โรงพยาบาลใช้ในการผ่าตัดมะเร็งท่อน้ำดีต่อเคสสูงถึง "แสนกว่าบาท" แม้ว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่จะสามารถใช้สิทธิ์ขั้นพื้นฐาน เช่น สิทธิ์ 30 บาทรักษาทุกโรค หรือสิทธิ์ข้าราชการ ทำให้ไม่ต้องจ่ายค่าผ่าตัดเอง แต่ในความเป็นจริง ครอบครัวของผู้ป่วยยังต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายแฝงอื่นๆ อีกจำนวนมาก

ตลอดระยะเวลาที่ล้มป่วย เช่น ค่าเดินทางมาโรงพยาบาล ค่าสูญเสียรายได้จากการที่ต้องมีคนในครอบครัวหยุดงานมาคอยดูแล รวมถึงยารักษาโรคบางประเภท เช่น ยามุ่งเป้า หรือยาภูมิคุ้มกันบำบัดในปัจจุบันที่ยังไม่สามารถเบิกได้ ทำให้คนไข้ต้องควักเงินกระเป๋าตัวเอง ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้แก่ฐานะทางการเงินของครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง

ทำไม 'วิกฤตหนัก' ศัลยแพทย์เฉพาะทางผ่าตัดมะเร็งท่อน้ำดี หมอโอดแฉหมด

ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกล่าวทิ้งท้ายอย่างห่วงใยว่า หนทางเดียวที่จะหยุดวงจรอุบาทว์นี้ได้คือ การป้องกันตั้งแต่ต้นเหตุด้วยการเลิกกินปลาดิบและปลาร้าดิบเด็ดขาด และสำหรับผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง ควรตระหนักและเข้ารับการตรวจคัดกรองพยาธิใบไม้ตับผ่านชุดตรวจปัสสาวะ (OV-ATK) หรืออัลตราซาวด์ช่องท้องปีละครั้งตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป เพื่อให้สามารถตรวจเจอโรคได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งมีโอกาสผ่าตัดรักษาหายขาดได้ ดีกว่าการปล่อยให้สายเกินแก้จนกลายเป็นการนับถอยหลังสู่ความสูญเสีย

 

ข้อมูลและภาพ มข. และทีมข่าวกรุงเทพธุรกิจ