วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน 2569

Login
Login

'ทับลาน' ในเงาสงครามเย็น จาก 'บ้านล้อมป่า' สู่ 'บ้านต้านคอมมิวนิสต์'

มองข้ามวาทกรรม ”เซฟทับลาน“ ย้อนประวัติศาสตร์สงครามเย็น ยุทธศาสตร์ ”บ้านล้อมป่า“ ต้านคอมมิวนิสต์ ต้นตอ ”คน“ มาก่อนอุทยานฯ

ประเด็นร้อน 'ป่าทับลาน' กรมอุทยานฯ ประกาศแนวทางแก้ปัญหาที่ดินทับซ้อน ยึดหลักสมดุลคนกับป่า ยืนยันคืนสิทธิทำกินให้เฉพาะ “ชาวบ้านดั้งเดิม” ที่พิสูจน์ได้ว่าอยู่มาก่อนประกาศเขตอุทยานฯ เท่านั้น

ตัวเลข 2.6 แสนไร่ (คือพื้นที่แนวเขตขัดแย้งทั้งหมด) ตัวเลขนี้มาจากแนวเขตจำแนกการใช้ประโยชน์ที่ดินทำกินของราษฎร (แนวเขตปี พ.ศ. 2543) ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดที่มีการทับซ้อนและมีปัญหาขัดแย้งยืดเยื้อระหว่างรัฐกับประชาชนมานานกว่า 50 ปี

ตัวเลข 1.5 แสนไร่ คือพื้นที่ที่จะถูก "เพิกถอน" ทันที จากพื้นที่ขัดแย้งทั้งหมด 

มติของคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติจะทำการปรับลดและเพิกถอนพื้นที่ออกจากการเป็นเขตอุทยานแห่งชาติทันทีจำนวน ประมาณ 155,000 ไร่ เพื่อส่งมอบให้หน่วยงานจัดสรรที่ดิน (เช่น ส.ป.ก.) ไปดำเนินการต่อ โดยทั้งหมดเป็นพื้นที่จัดสรรเดิมของรัฐ ได้แก่

1.พื้นที่ทับซ้อน ส.ป.ก. เดิม 53,000 กว่าไร่

2.โครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงเฉพาะพื้นที่ (พมพ.) 87,500 ไร่

3.โครงการหมู่บ้านตัวอย่างไทยสามัคคี 8,300 กว่าไร่

4.พื้นที่ราชพัสดุ (สนามฝึกซ้อมรบในราชการทหาร) 6,600 กว่าไร

ที่น่าพูดถึงคือ โครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงเฉพาะพื้นที่ (พมพ.) 87,500 ไร่ ซึ่งปัจจุบัน เป็น “เมือง” และหมู่บ้านในพื้นที่ อ.ครบุรี และ อ.เสิงสาง

ชุมชนและชาวบ้านได้ตั้งรกรากอยู่ใน “ป่าทับลาน” มาก่อนการประกาศเขตอุทยานฯ ปี 2524 อย่างแน่นอน

 

อุทยานแห่งชาติทับลาน ได้รับการประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2524 โดยได้รับการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 39 ของประเทศไทย

ก่อนจะถึงปี 2524 ในหน้าประวัตศาสตร์การเมืองไทยยุคสงครามเย็น พื้นที่ป่าทับลานตั้งแต่ปี 2510 เป็นต้นมาคือพื้นที่ “สีแดง” คืออยู่ในเขตอิทธิพลของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) เขตงานอีสานใต้

พคท.เขตงานอีสานใต้ ยึดแนวเทือกเขาพนมดงรักตามแนวพรมแดนไทย-กัมพูชา เป็น “ที่มั่นจรยุทธ์” ตั้งอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราชสีมา ปราจีนบุรี และนครนายก 

พคท.เขตงานอีสานใต้แบ่งการปกครองดังนี้

เขต 11 อุบลราชธานี

เขต 30 ศรีสะเกษ-สุรินทร์

เขต 20 บุรีรัมย์-นครราชสีมา-ปราจีนบุรี-นครนายก

ดังนั้น ประชาชนในป่าทับลาน เขต อ.ครบุรี อ.เสิงสาง อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี จึงอยู่ในเขตการเคลื่อนไหวของสหายอีสานใต้ เขตงาน 20

สถานการณ์การเมืองยุคประชาธิปไตยเบ่งบาน หลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 256 ส่งผลให้การต่อสู้ในเขตป่าเขาของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.)เติบใหญ่ขยายตัว โดยเฉพาะภาคอีสาน

ปี 2517 พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ สมัยดำรงตำแหน่งฐานะรองแม่ทัพภาคที่ 2 ร่วมกับคณะเสนาธิการกองทัพภาคที่ 2 ได้นำเสนอยุทธศาสตร์ “บ้านล้อมป่า” เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์

โดยเน้นการจัดตั้งหมู่บ้าน “ไทยอาสาป้องกันชาติ” (ทสปช.) มีการระดมชาวบ้านจากจังหวัดต่างๆ เข้าไปจับจองที่ทำกินและตั้งถิ่นฐานในป่า ที่มีการเคลื่อนไหวของ พคท. 

พูดง่ายๆ ยุทธศาสตร์ “บ้านล้อมป่า” คือ การส่งเสริมชาวบ้านบุกรุกป่าเพื่อความมั่นคง เพื่อต้านคอมมิวนิสต์ โดย กอ.รมน.ภาคที่ 2 เป็นผู้ให้การสนับสนุน

ในพื้นที่ อ.ครบุรี และ อ.เสิงสาง ทหารพรานได้รวบรวมชาวบ้านที่มาหักล้างถางป่าทับลาน เป็นที่ทำกินให้มาอยู่เป็นกลุ่มก้อน เรียกว่า “หมู่บ้านไทยอาสาป้องกันชาติ” 

“หมู่บ้านไทยสามัคคี” ที่ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ก็เกิดขึ้นมาจากยุทธศาสตร์ “บ้านล้อมป่า” ของพล.อ.เปรม สมัยที่เป็นแม่ทัพภาคที่ 2 

ทำนองเดียวกัน พื้นที่ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี สองฝั่งถนนสายวังน้ำเขียว-กบินทร์บุรี กอ.รมน.ก็ใช้การระดมชาวบ้านจากที่อื่นมาตั้งชุมชน เพื่อสกัดการขยายตัวของคอมมิวนิสต์อีสานใต้ 

กระทั่งเกิดเหตุการณ์สหายเขตงานอีสานใต้ ปะทะเจ้าหน้าที่ตำรวจ-อ.ส.ที่ ต.นาหินลาด อ.ปากพลี จ.นครนายก เมื่อปี 2523 สร้างความตกใจให้แก่กองทัพ และรัฐบาล พล.อ.เปรม

ทำไมสหายเขตงาน 20 จึงขยายงานข้ามอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มาถึง จ.นครนายก ห่างจากกรุงเทพฯแค่ 130 ก.ม.เท่านั้น 

ทั้งที่มีการจัดตั้งหมู่บ้านไทยอาสาป้องกันชาติสกัดตามแนวถนนสายวังน้ำเขียว-กบินทร์ ด้าน อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี

ด้วยเหตุนี้ จึงมีการประกาศเขต “อุทยานแห่งชาติทับลาน” แบบเร่งด่วน ในปี 2524 ใช้วิธีลากเส้นแผนที่ประกาศเขตอุทยานฯ โดยไม่ยอมเสียเวลาลงพื้นที่สำรวจจริง 

การประกาศอุทยานแห่งชาติ เป็นเครื่องมือด้านความมั่นคง เพื่อควบคุมประชาชนที่เข้ามาแสวงโชคในป่าทับลาน ซึ่งตอนหลังมีคนหลั่งไหลเข้ามาจำนวนมาก จนแยกไม่ออกว่าเป็น “ฝ่ายรัฐ” หรือ “ฝ่ายคอมมิวนิสต์”

เมื่อ “นโยบายความมั่นคง” สมัยปราบคอมฯ มาก่อนการอนุรักษ์ธรรมชาติ จึงก่อให้เกิด ปัญหาเขตอุทยานฯทับที่ดินทำกินของชาวบ้าน ที่ยืดเยื้อยาวนานมาจนถึงทุกวันนี้ 

เฉพาะพื้นที่สีแดงเก่า อ.เสิงสาง และ อ.ครบุรี ควรถึงเวลาคืนความชอบธรรมให้ชาวบ้าน กรณี อ.วังน้ำเขียว ยังมีปัญหาก็ควรพิสูจน์สิทธิ์กันต่อไป