“ยศสิงห์” นำทัพ กล้าธรรม ลุย บุญบั้งไฟล้าน หนองบัวลำภู ชู Soft Power ไทยสู่เวทีโลก ย้ำ “ธรรมนัส” ฝากความคิดถึงพี่น้อง ทุกคะแนนเสียงต้องสร้างประโยชน์สูงสุด
8 มิ.ย.ที่ จ.หนองบัวลำภู จ่าเอกยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รองหัวหน้าพรรคกล้าธรรม และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา เขต 4 ได้รับมอบหมายจาก ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “บุญบั้งไฟล้าน จังหวัดหนองบัวลำภู ประจำปี 2569” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7–13 มิถุนายน 2569 ณ สนามกีฬากลางจังหวัดหนองบัวลำภู
งานดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “อลังการบุญบั้งไฟล้าน วิจิตรตระการแพรพรรณลุ่มภู Soft Power ไทยสู่สายตาโลก” ถือเป็นมหกรรมวัฒนธรรมอีสานสำคัญระดับประเทศ ที่สะท้อนอัตลักษณ์ ความศรัทธา ภูมิปัญญาท้องถิ่น และพลังสร้างสรรค์ของประชาชนในพื้นที่ ผ่านขบวนบั้งไฟสุดอลังการ การแสดงแสง สี เสียง ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน ตลอดจนนิทรรศการผ้าแพรพรรณลุ่มภูอันทรงคุณค่า
จ่าเอกยศสิงห์ กล่าวว่า การเดินทางมาเป็นประธานเปิดงานในครั้งนี้ ได้รับมอบหมายโดยตรงจากร้อยเอกธรรมนัส ซึ่งติดภารกิจสำคัญไม่สามารถเดินทางมาร่วมงานได้ด้วยตนเอง แต่ได้ฝากความระลึกถึง ความห่วงใย และคำขอบคุณมายังพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดหนองบัวลำภูทุกคน โดยเฉพาะความไว้วางใจที่พี่น้องมอบให้พรรคกล้าธรรม จนมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคในพื้นที่ถึง 2 เขต คือ เขต 1 และเขต 3
“ท่านหัวหน้าพรรคฝากมาบอกพี่น้องชาวหนองบัวลำภูว่า แม้ตัวอยู่ไกล แต่หัวใจอยู่ใกล้เสมอ ความลำบากของพี่น้อง คือความลำบากของหัวหน้าพรรคและสมาชิกพรรคกล้าธรรมทุกคน ทุกคะแนนเสียงที่พี่น้องมอบให้ จะถูกใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อดูแลประชาชนและแก้ไขปัญหาให้ถึงที่สุด” จ่าเอกยศสิงห์ กล่าวและว่า
ร้อยเอกธรรมนัสเป็นผู้นำที่ยึดหลัก “ทำมากกว่าพูด” และให้ความสำคัญกับการลงมือแก้ปัญหาอย่างจริงจัง โดยพรรคกล้าธรรมมีเจตนารมณ์ชัดเจนในการยืนเคียงข้างประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องในต่างจังหวัด เกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อย และชุมชนท้องถิ่น ซึ่งเป็นฐานรากสำคัญของประเทศ
สำหรับประเพณีบุญบั้งไฟ จ่าเอกยศสิงห์มองว่า ไม่ได้เป็นเพียงพิธีกรรมความเชื่อที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน แต่ยังเป็น “ทุนทางวัฒนธรรม” ที่สามารถต่อยอดไปสู่พลังทางเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล หากได้รับการส่งเสริมอย่างเป็นระบบ ทั้งในด้านการท่องเที่ยว การสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชน การกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และการยกระดับอัตลักษณ์ไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล
“บ้านเมืองจะเข้มแข็งได้ ต้องเริ่มจากคนในพื้นที่รักและศรัทธาในบ้านของตนเอง เมื่อเรารักษาวัฒนธรรมของเราไว้ได้ เราก็รักษารากเหง้า ศักดิ์ศรี และอนาคตของลูกหลานเราไว้ได้เช่นกัน” จ่าเอกยศสิงห์ กล่าวและว่า
การพัฒนาประเทศในยุคใหม่ไม่ควรมองเพียงโครงสร้างพื้นฐานหรือการลงทุนขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ต้องมองเห็นคุณค่าของทุนทางวัฒนธรรมที่มีอยู่ในทุกจังหวัดของประเทศไทย เพราะวัฒนธรรมไม่ใช่เพียงเรื่องของอดีต หากแต่เป็นพลังของปัจจุบัน และสามารถกลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจของอนาคตได้จริง
ภายในงานมีประชาชน นักท่องเที่ยว ผู้นำท้องถิ่น ภาคเอกชน และหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมอย่างคึกคัก สะท้อนให้เห็นถึงพลังของวัฒนธรรมไทยที่ยังคงมีชีวิต มีเสน่ห์ และสามารถดึงดูดความสนใจจากผู้คนได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อย ร้านค้า ชุมชน และภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดหนองบัวลำภู
จ่าเอกยศสิงห์ กล่าวทิ้งท้ายว่า งานบุญบั้งไฟล้าน จังหวัดหนองบัวลำภู ไม่เพียงเป็นการสืบสานประเพณีอันทรงคุณค่าของชาวอีสานเท่านั้น แต่ยังเป็นภาพสะท้อนของ Soft Power ไทยที่มีรากฐานจากประชาชน จากชุมชน และจากวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งหากได้รับการผลักดันอย่างเหมาะสม จะสามารถสร้างรายได้ สร้างความภาคภูมิใจ และนำอัตลักษณ์ไทยก้าวสู่เวทีโลกได้อย่างสง่างาม

