วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน 2569

Login
Login

'สุชาติ' ขับเคลื่อนนโยบายนายกฯ เปิดงานสิ่งแวดล้อมโลก 2569 สู้วิกฤตโลกเดือด

'สุชาติ' ขับเคลื่อนนโยบายนายกฯ เปิดงานสิ่งแวดล้อมโลก 2569 สู้วิกฤตโลกเดือด

“สุชาติ” ขับเคลื่อนนโยบายนายกฯ เปิดงานสิ่งแวดล้อมโลก 2569 สู้วิกฤตโลกเดือด ผนึกทุกภาคส่วนเดินหน้าสู่ Net Zero

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จัดงานวันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Global Call for Climate Action : Inspired by Nature. For Climate. For Our Future.” หรือ “ร่วมปรับ ร่วมเปลี่ยน ร่วมสร้างประเทศไทยสู้โลกเดือด” ณ ห้องประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร โดยมีนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดงาน พร้อมประกาศความพร้อมของประเทศไทยในการขับเคลื่อนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นรูปธรรม

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และการยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อมของประเทศ โดยได้กำหนดนโยบายสำคัญทั้งด้านการบริหารจัดการน้ำ การป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติ การพัฒนาระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ การอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนการผลักดันประเทศไทยสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ. 2050

โดยกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน เพื่อขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่ไปกับการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงได้มีการนำเสนอร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เข้าครม. แล้ว  ขณะนี้อยู่ที่คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณากฎหมายรายมาตรา

นายสุชาติ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) และโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ระบุว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ภาวะ “โลกเดือด” (Global Boiling) ขณะที่ประเทศไทยได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน ทั้งจากคลื่นความร้อน ภัยแล้ง และอุทกภัยที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน

“วิกฤตสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เรื่องของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นความท้าทายร่วมกันของคนทั้งประเทศและประชาคมโลก การจัดงานวันสิ่งแวดล้อมโลกในปีนี้จึงเป็นเวทีสำคัญในการสร้างความตระหนักรู้ และเชิญชวนทุกภาคส่วนมาร่วมปรับ ร่วมเปลี่ยน และร่วมสร้างประเทศไทยให้พร้อมรับมือกับวิกฤตโลกเดือด เพื่อส่งต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สมบูรณ์ให้กับคนรุ่นต่อไป” นายสุชาติ กล่าว

ด้าน ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเอกชนที่มีบทบาทสำคัญในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิตและการลงทุนสู่เศรษฐกิจสีเขียว รวมถึงภาคประชาชนที่สามารถร่วมลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน

ภายในงานได้รับเกียรติจาก Ms. Dechen Tsering ผู้อำนวยการโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ร่วมกล่าวสุนทรพจน์ พร้อมจัดเวทีเสวนาและนิทรรศการนวัตกรรมสีเขียว เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำ

การจัดงานครั้งนี้มีผู้บริหารระดับสูง หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรระหว่างประเทศ เยาวชน และประชาชนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง สะท้อนพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน และพร้อมรับมือกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นรูปธรรม