วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

กางแผนเด็ดรับมือ 'เอลนีโญ' ลากยาว มั่นใจพื้นที่ EEC ไม่ขาดแคลนน้ำ

เปิดแผน สทนช. บริหารจัดการน้ำภาคตะวันออก สั่งปั๊มน้ำคลองสะพานเข้าอ่างฯ ประแสร์ 50 ล้าน ลบ.ม. สู้ภัยเอลนีโญลากยาว มั่นใจพื้นที่ EEC มีน้ำใช้ชัวร์

สทนช. บูรณาการหน่วยงานพันธมิตร ลงพื้นที่ระยอง-ชลบุรี ตรวจความพร้อมโครงข่ายน้ำ EEC สั่งกรมชลประทานเร่งปั๊มน้ำคลองสะพานเติมอ่างเก็บน้ำประแสร์เต็มสูบ 50 ล้าน ลบ.ม. รับมือวิกฤตฝนน้อยจากเอลนีโญที่คาดว่าจะลากยาวไปจนถึงสิงหาคม 2570 ย้ำต้องไม่กระทบผู้ใช้น้ำท้ายน้ำ

เกาะติดสถานการณ์น้ำ EEC รับมือเอลนีโญล่วงหน้า

นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำเชื่อมโยงในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ณ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาประแสร์ จังหวัดระยอง

การประชุมครั้งนี้มีหน่วยงานหลักเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ได้แก่ กรมชลประทาน, การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.), สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และบริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสวอเตอร์ (EASTW) เพื่อร่วมกันวางแผนป้องกันความเสี่ยงจากภาวะฝนน้อยกว่าปกติ

สทนช. ประเมินว่าปรากฏการณ์เอลนีโญจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยตั้งแต่วันนี้ ลากยาวต่อเนื่องไปจนถึงเดือนสิงหาคม 2570 จึงต้องเร่งเตรียมความพร้อมล่วงหน้าเพื่อปกป้องพื้นที่เศรษฐกิจหลักของประเทศ

สั่งอัปเกรดแผนสูบน้ำคลองสะพาน เติมน้ำต้นทุนระยอง-ชลบุรี

เลขาธิการ สทนช. ได้มอบหมายให้กรมชลประทานนำข้อมูลคาดการณ์ปริมาณฝนล่วงหน้า 6 เดือนจากกรมอุตุนิยมวิทยา มาใช้ประเมินน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งปรับแนวทางการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ ดังนี้:

  • เพิ่มเป้าหมายการสูบน้ำ : จากเดิมที่มีแผนสูบน้ำคลองสะพานเส้นที่ 1 ไปยังอ่างเก็บน้ำประแสร์ในปี 2569 ปริมาณ 25 ล้านลูกบาศก์เมตร ให้หาแนวทางเพิ่มการสูบน้ำเต็มศักยภาพสูงสุดที่ 50 ล้านลูกบาศก์เมตร
  • เงื่อนไขสำคัญ : การสูบน้ำเพื่อเพิ่มน้ำต้นทุนให้พื้นที่ EEC ในครั้งนี้ จะต้องคำนึงถึงผลกระทบและไม่ให้เกิดความเดือดร้อนต่อระดับน้ำด้านท้ายน้ำของคลองสะพาน

เปิดโครงข่ายน้ำเชื่อมโยง EEC ยึด "อ่างเก็บน้ำประแสร์" เป็นศูนย์กลาง

สำหรับการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกจะใช้ระบบผันน้ำระหว่างอ่างเก็บน้ำเป็นกลไกหลักในการกระจายน้ำ โดยมี อ่างเก็บน้ำประแสร์ จ.ระยอง เป็นศูนย์กลาง (Hub) ในการรับน้ำจากลุ่มน้ำวังโตนด จ.จันทบุรี จากนั้นจะผันน้ำส่วนเกินไปสำรองไว้ยังอ่างเก็บน้ำต่างๆ ในจังหวัดระยองและชลบุรี ซึ่งประโยชน์ของโครงข่ายนี้คือ:

  1. ช่วงฤดูแล้ง : กักเก็บน้ำรองรับความต้องการใช้น้ำทุกภาคส่วน (อุปโภคบริโภค, เกษตรกรรม, อุตสาหกรรม)
  2. ช่วงฤดูฝน : ช่วยตัดยอดน้ำเพื่อลดปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ท้ายน้ำ

อัปเดตความคืบหน้า "4 อ่างลุ่มน้ำวังโตนด" เสริมความมั่นคงน้ำยั่งยืน

ปัจจุบัน โครงการพัฒนาคลองลุ่มน้ำวังโตนด จังหวัดจันทบุรี มีความคืบหน้าไปอย่างมาก โดยก่อสร้างเสร็จสิ้นแล้ว 3 อ่าง ได้แก่:

  • อ่างเก็บน้ำคลองประแกด
  • อ่างเก็บน้ำคลองหางแมว
  • อ่างเก็บน้ำคลองพะวาใหญ่

"ขณะนี้ยังเหลือเพียง อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด ซึ่งหากก่อสร้างครบทั้ง 4 อ่าง จะช่วยสร้างความมั่นใจได้อย่างเต็มร้อยในการผันน้ำจากอ่างฯ ประแสร์ ไปยังอ่างฯ หนองค้อ, อ่างฯ หนองปลาไหล และอ่างฯ บางพระ เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำและรองรับการเติบโตของพื้นที่ EEC ได้อย่างยั่งยืน" นายชยันต์ กล่าวทิ้งท้าย