“สิริพงศ์” เตือน ทางรถไฟเป็นพื้นที่อันตราย หลังมีคนถูกเฉี่ยวชน ชี้เหตุการณ์ต่างกันดำเนินการตามกฎหมาย -แจงแค่ศึกษาทดลองรถไฟเลี่ยงเข้าเมือง 3 เดือนยังไม่ใช่ข้อสรุป
เมื่อเวลา 12.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีชายถูกรถไฟเฉี่ยวชน บริเวณริมทางรถไฟมักกะสันว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ต่างจากคราวที่แล้ว ซึ่งไม่ได้เกิดเหตุบริเวณทางเชื่อมทางหลักของรถไฟ และมีอุปกรณ์ที่กั้นทางรถไฟไว้ ซึ่งผู้ได้รับบาดเจ็บ ก็ได้ล้ำเข้าไป เพื่อไปปัสสาวะ จึงทำให้ถูกเฉี่ยวชน ซึ่งประเด็นดังกล่าวก็ต้องว่า กันไปตามกฏหมาย ซึ่งทางรถไฟไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัย แต่เป็นสถานที่อันตราย และเหตุการณ์นี้กับเหตุการณ์ที่ที่แล้วแตกต่างกัน ตรงที่รถไฟเดินทางไปจุดทางเชื่อมต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ แต่เหตุการณ์นี้รถไฟวิ่งด้วยความเร็วปกติในเส้นทางไม่ใช่จุดตัดทางเชื่อม และเหตุที่เกิดขึ้นระยะกระชั้นชิดมากไม่สามารถเบรกได้ทัน ซึ่งจะมีการดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป ย้ำว่าทางรถไฟไม่ใช่สถานที่ปลอดภัยขอให้ประชาชนใช้ความระมัดระวัง
เมื่อถามถึงมาตรการทดลอง ไม่ให้รถไฟวิ่งเข้ามาในกรุงเทพชั้นในเป็นระยะเวลาสามเดือนมีเสียงสะท้อนจากผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน พรรคประชาชนที่เข้ามาทำงานในเมืองหรือนักเรียนนักศึกษา นายสิริพงศ์ ชี้แจงว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ให้ รฟท. ไปทำแผนมาเสนอภายในสองเดือน โดยใช้เวลารวมสามเดือนในการพิจารณา ว่าจะดำเนินการอย่างไร ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่เป็นเรื่องที่ดำเนินการมาแล้วในอดีตจึงนำข้อท้วงติงต่างๆมาพูดคุยกัน เช่น นำรถของขสมก. มาเดินรถขนานกับรถไฟ ปรากฏว่ามีความล่าช้า แต่ให้เปลี่ยนมาขึ้นรถไฟฟ้าก็มีราคาที่ต้องจ่ายสูงขึ้น ดังนั้นการดำเนินการครั้งนี้เป็นการศึกษาเสนอแนะแนวทางยังไม่มีการทดลองใช้ แต่หากจะทดลองใช้ก็เป็นเพียงระยะสั้น ซึ่งแผนยังไม่ได้นำส่ง เรารับฟังทุกเสียง แต่หลักในการจัดการคมนาคมที่ที่ผ่านมาคือการนำระบบรางขึ้นลอยฟ้าให้หมด ก็จะเหมือนกับเส้นบางซื่อไปจนถึงรังสิตซึ่งเป็นตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่าช่วยแก้ไขปัญหาจราจรได้จริง และสิ่งที่ต้องดำเนินการต่อคือระบบ Missing link ที่ยังทำไม่เสร็จ หากแล้วเสร็จก็จะเป็นระบบลอยฟ้าทั้งหมด ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการศึกษา ของ รฟท.

