วันพุธ ที่ 29 เมษายน 2569

Login
Login

‘กทม.’ เปิดบริการห้องหลบร้อน BKK Cooling Spot พร้อมจุดบริการน้ำสะอาด

‘กทม.’ เปิดบริการห้องหลบร้อน BKK Cooling Spot พร้อมจุดบริการน้ำสะอาด

“กทม.” เปิดให้บริการห้องหลบร้อน BKK Cooling Spot พร้อม 2,806 จุดบริการน้ำสะอาด ประสานข้อมูลติดตามค่าดัชนีความร้อนรายวัน แจ้ง ปชช. เฝ้าระวัง

​นายทรงยศ อาชวพงศ์ หัวหน้ากลุ่มงานผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ กทม.  เปิดเผยว่าผลพวงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้ทุกคนรวมถึงคนกรุงเทพฯ ต้องเผชิญกับอุณหภูมิสูงและดัชนีความร้อน (Heat Index) โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้เตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการความร้อนอย่างเป็นระบบ เพื่อรองรับสถานการณ์ฤดูร้อน ปี 2569 ตามแผนการจัดการความร้อนและเสริมสร้างความพร้อมของเมืองในระยะยาว รวมถึงจัดตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการความร้อนในพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อกำหนดนโยบาย กำกับ ติดตาม และขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการเฝ้าระวัง การเตือนภัย และลดผลกระทบจากภาวะความร้อนในเขตเมือง

เดินหน้าตามแผนบริหารจัดการความร้อนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2569 ของ กทม. มุ่งทำงานเพื่อดูแลสุขภาพประชาชน ลดความเสี่ยงจากภาวะเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับความร้อน และเสริมสร้างความพร้อมของเมืองในระยะยาว หนึ่งในมาตรการสำคัญที่ดำเนินการ คือ ระบบเฝ้าระวัง และเตือนภัยล่วงหน้า โดยศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร ได้ติดตามค่าดัชนีความร้อนรายวัน พร้อมทั้งประสานกรมอุตุนิยมวิทยาเพื่อรับข้อมูลพยากรณ์อากาศและแนวโน้มคลื่นความร้อน แจ้งเตือนประชาชน พร้อมคำแนะนำการดูแลสุขภาพตนเองและบุคคลในครอบครัวอย่างเหมาะสม ผ่านทุกช่องทางสื่อสารของ กทม. โดยประชาชนสามารถติดตามได้แบบเรียลไทม์อย่างต่อเนื่อง ทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน AirBKK รวมถึงเพจเฟซบุ๊คสำนักสิ่งแวดล้อมกรุงเทพมหานคร ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร ป้ายประชาสัมพันธ์ และเครือข่ายชุมชนด้วยเช่นกัน

นายทรงยศ กล่าวว่า กทม. เปิดให้บริการ จุดหลบร้อน (BKK Cooling Spot) และ ‘ห้องหลบร้อน (BKK Cooling Center)’ ตั้งแต่ 10.00-15.00 น. (วัน/เวลา ให้บริการอาจแตกต่างในแต่ละพื้นที่) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่อากาศร้อนที่สุด อุณหภูมิพุ่งสูงและมีรังสี UV เข้มข้นที่สุด ทำให้เป็นโรคลมแดดหรือ Heat Stroke ได้ โดย กทม. กระจายให้บริการครอบคลุมทุกพื้นที่ในกรุงเทพฯ พร้อมจุดบริการน้ำดื่มสะอาด 2,806 จุด ได้แก่

- จุดหลบร้อนสวนสาธารณะ 48 สวน จำนวน 110 จุด

- จุดหลบร้อนสวน 15 นาที จำนวน 200 สวน จำนวน 242 จุด

- ห้องหลบร้อนในโรงเรียน จำนวน 255 ห้อง (แบ่งเป็นโรงเรียน 51 แห่ง และโรงเรียนฝึกอาชีพ กทม. 10 แห่ง)

- ห้องหลบร้อนศูนย์บริการสาธารณสุข จำนวน 68 แห่ง

- ห้องหลบร้อนศูนย์บริการในสังกัดสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว  จำนวน 76 แห่ง

- ห้องหลบร้อนศูนย์นันทนาการ กทม.

- ห้องหลบร้อนสำนักงานเขตทั้งหมด 50 แห่ง

- ศูนย์พักร้อน 24 ชั่วโมง ในโรงพยาบาลสังกัด กทม.

สำหรับ ‘จุดหลบร้อน’ และ ‘ห้องหลบร้อน’ มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อให้ประชาชนเข้าไปพักคลายร้อน ดื่มน้ำ หลีกเลี่ยงอากาศร้อนจัด โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็ก ผู้มีโรคประจำตัว และผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง นอกจากนี้ ยังใช้เทคโนโลยีช่วยให้ประชาชนค้นหาจุดบริการหลบร้อนในสถานที่ต่าง ๆ ผ่านเว็บไซต์ greener.bangkok.go.th

 

​อย่างไรก็ตาม ‘ดัชนีความร้อน’ ในทุกวันนี้ ไม่ได้มีเพียงในฤดูร้อน แต่กำลังเป็นวิกฤตสุขภาพของประชาชนที่เกิดขึ้นได้ตลอดปี กทม. จึงเดินหน้ารับมืออย่างเป็นระบบด้วยมาตรการระยะสั้น และมาตรการระยะยาว ภายใต้การทำงานของคณะกรรมการบริหารจัดการความร้อนเพื่อปกป้องคุณภาพชีวิตของประชาชน

​‘มาตรการระยะสั้น: เฝ้าระวัง-แจ้งเตือนภัย’ ติดตามสถานการณ์ความร้อนอย่างใกล้ชิด โดยใช้ ‘ดัชนีความร้อน’ พร้อมเกณฑ์การแจ้งเตือน 4 ระดับ

​1. ระดับสีเขียว (เฝ้าระวัง) : 27.0–32.9°C ให้ดูแลสุขภาพทั่วไป

2. ระดับสีเหลือง (เตือนภัย) : 33.0–41.9°C ให้ลดกิจกรรมกลางแจ้ง

3. ระดับสีส้ม (อันตราย) : 42.0–51.9°C ให้หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง

4. ระดับสีแดง (อันตรายมาก) : มากกว่า 52.0°C ให้งดทำกิจกรรมกลางแจ้งโดยเด็ดขาด (เสี่ยงโรคลมแดด/Heat Stroke)

ความถี่ในการแจ้งเตือนในเดือนมีนาคม วันละ 2 ครั้ง เดือนเมษายน วันละ 3 ครั้ง (09.00, 11.00 และ 15.00 น.)

ช่องทางการแจ้งเตือน ได้แก่ แอปพลิเคชัน AirBKK เว็บไซต์ กทม.  เฟซบุ๊ก : ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศ และป้ายจราจรอัจฉริยะ

นอกจากนี้ กทม. ยังได้เพิ่มการดูแลกลุ่มเปราะบาง และผู้ใช้แรงงานกลางแจ้ง โดยจัดทีมเทศกิจและอาสาสมัครเยี่ยมกลุ่มเสี่ยง เปิดศูนย์พักพิงชั่วคราว ‘บ้านอิ่มใจ’ ปรับปรุงสถานดูแลผู้สูงอายุ (ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ/เครื่องฟอกอากาศ) คุมเข้มมาตรการดูแลแรงงานก่อสร้าง เพิ่มจุดพ่นละอองน้ำตามถนนสายหลัก และเปิดศูนย์ EOC (Emergency Operation Center) รองรับผู้ป่วยโรคลมแดดโดยเฉพาะ

‘มาตรการระยะยาว : ปรับผังเมืองเย็น แก้ที่ต้นเหตุ’ กทม. มุ่งปรับโครงสร้างเมืองและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดการสะสมความร้อนในอนาคต ได้แก่ ปรับปรุงผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ 4) กำหนดพื้นที่น้ำซึมผ่าน เพื่อลดปรากฏการณ์เกาะความร้อน (Urban Heat Island) มาตรการ FAR Bonus (Floor Area Ratio Bonus) ส่งเสริมอาคารสีเขียว แนวคิดเมืองกะทัดรัด (Compact City) ลดการใช้รถยนต์ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว-สีฟ้า (Green & Blue Infrastructure) อาทิ โครงการ ‘ถนนสีเขียว และ ‘คลองสีเขียว’ โครงการเพิ่มต้นไม้ในพื้นที่สาธารณะและแนวทางเดิน สนับสนุนนวัตกรรมอาคารและวัสดุ เช่น หลังคาสะท้อนความร้อน (Cool Roof) พื้นผิวถนนลดการสะสมความร้อน (Cool Pavement) นอกจากนี้ ยังเดินหน้าจัดทำฐานข้อมูลเพื่อการจัดการความร้อนในอนาคต ได้แก่ Heat-Risk Map (แผนที่จุดเสี่ยงความร้อน) และงานวิจัยพฤติกรรมสุขภาพร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

 

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ eBook กทม.สาร https://links.bookkurry.com/bkk_news_issue_301