วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ทนายอนันต์ชัย เดินหน้าร้องเรียน แพลตฟอร์มบังคับขนส่ง เมินประกาศ กขค.

ทนายอนันต์ชัย เดินหน้าร้องเรียน แพลตฟอร์มบังคับขนส่ง เมินประกาศ กขค.

ทนายอนันต์ชัย ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ กขค.ชี้ กฎหมายออกแล้ว แต่เหมือนไร้ค่า! ร้านค้าถูกบีบให้ใช้ขนส่งเดิม ลูกค้าเลือกอะไรไม่ได้ คู่แข่งถูกปิดเกมตั้งแต่ต้น—แพลตฟอร์มยักษ์ยังเดินหน้ารูปแบบเดิมไม่สะท้าน ตั้งคำถามหนักถึง กขค. จะเอาจริงหรือปล่อยให้ผูกขาดต่อไป?

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 นาย อนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ เดินหน้าร้องเรียนต่อ สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า หรือ สำนักงาน กขค. เพื่อเอาผิดแพลตฟอร์มรายใหญ่ ได้แก่ Lazada Shopee และ TikTok

ปัญหาหลักคือ “การบังคับเลือกขนส่ง” ที่ยังฝังรากลึกอยู่ในระบบ ผู้ขายจำนวนมากสะท้อนตรงกันว่าไม่สามารถเลือกบริษัทขนส่งได้ ต้องใช้บริการที่แพลตฟอร์มกำหนดไว้เท่านั้น แม้จะมีต้นทุนสูงกว่า ส่งช้ากว่า หรือไม่ตอบโจทย์ลูกค้า

ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่แค่ร้านค้า แต่ลามไปถึงผู้บริโภคที่ถูกจำกัดสิทธิในการเลือกบริการที่ดีที่สุด ขณะที่ผู้ให้บริการขนส่งรายอื่นถูกกันออกจากตลาดตั้งแต่ต้นทางการแข่งขัน

ทั้งที่ สำนักงาน กขค. ได้ออกประกาศควบคุมไว้อย่างชัดเจน โดย ข้อ 3 ห้ามการกระทำที่มีลักษณะกีดกัน บังคับ หรือจำกัดสิทธิ ซึ่งนำไปสู่การผูกขาด หรือลดการแข่งขัน หรือจำกัดการแข่งขันในตลาด

และที่ชัดเจนที่สุดคือ ข้อ 4 (2)(ข) 1) ที่ระบุว่า การบังคับใช้บริการขนส่ง หรือการตั้งค่า Default ที่ผู้ขายไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยสะดวก เป็น “พฤติกรรมต้องห้าม” โดยตรง

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับสวนทาง—แพลตฟอร์มยังคงใช้รูปแบบเดิมอย่างไม่สะทกสะท้านต่อกฎหมาย

นาย อนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ ชี้ชัดว่า พฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายต้องห้ามตามข้อ 4 (2)(ข) 1) อย่างชัดเจน และเป็นการก่อให้เกิดการผูกขาด หรือลดการแข่งขัน หรือจำกัดการแข่งขัน อีกทั้งยังเป็นการฝ่าฝืนข้อ 3 ของประกาศ สำนักงาน กขค. โดยตรง

ทนายอนันต์ชัย เดินหน้าร้องเรียน แพลตฟอร์มบังคับขนส่ง เมินประกาศ กขค.

นอกจากนี้ ยังอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 หลายมาตรา ได้แก่ มาตรา 50, 54, 55, 57 และ 58 ซึ่งมีโทษ ตามมาตรา 72 จำคุกไม่เกินสองปี ปรับไม่เกินร้อยละ 10 ของรายได้ในปีที่กระทำความผิด หรือทั้งจำทั้งปรับ   // ครอบคลุมทั้งการใช้อำนาจตลาด การร่วมกันจำกัดการแข่งขัน และการกระทำทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม

เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการยิ่งตอกย้ำความรุนแรงของปัญหา บางรายระบุว่าถูกบีบให้รับต้นทุนที่ไม่สามารถควบคุมได้ ขณะที่บางรายสูญเสียโอกาสทางธุรกิจเพียงเพราะไม่สามารถเลือกขนส่งที่เหมาะสมกับสินค้าได้

สถานการณ์นี้จึงไม่ใช่เพียงปัญหาธุรกิจทั่วไป แต่เป็นวิกฤตของ “ความเป็นธรรมในการแข่งขัน” ในระบบเศรษฐกิจดิจิทัลไทย
คำถามสำคัญจึงตกไปอยู่ที่ สำนักงาน  กขค. ว่า จะปล่อยให้พฤติกรรมที่เข้าข่ายผูกขาดและจำกัดการแข่งขันดำเนินต่อไป หรือจะใช้กฎหมายอย่างจริงจังเพื่อหยุดปัญหานี้ และทวงคืนความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการและผู้บริโภคอย่างแท้จริง

ด้าน สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า หรือ สำนักงาน กขค. ออกประกาศ “ไกด์ไลน์ E-Commerce” เพื่อกำกับดูแลพฤติกรรมทางการค้าของผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัลแบบ Multi-sided Platform โดยมีผลบังคับใช้ทันที หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา


โดย ระบุว่า แนวทางดังกล่าวอ้างอิงตามพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 เพื่อใช้พิจารณาการกระทำที่อาจเข้าข่ายไม่เป็นธรรม หรือจำกัดการแข่งขัน
สาระสำคัญแบ่งเป็น 2 ด้าน ได้แก่ ด้านราคา ห้ามกำหนดราคาเลียนแบบคู่แข่ง การเลือกปฏิบัติด้านราคาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร และการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมที่เป็นภาระเกินควรโดยไม่แจ้งล่วงหน้า
ส่วนด้านพฤติกรรมอื่น ห้ามใช้ระบบอัลกอริทึมกีดกันการมองเห็นสินค้า เอื้อประโยชน์ให้บริการของตนเอง หรือบังคับให้ผู้ค้าต้องใช้บริการที่แพลตฟอร์มกำหนด


ทั้งนี้ หากเข้าข่ายความผิด จะมีโทษทั้งทางอาญาและโทษปรับทางปกครอง โดย สำนักงาน กขค. ย้ำจะพิจารณาเป็นรายกรณีอย่างรอบด้าน