ปลัดมหาดไทย-นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย น้อมนำพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” นำคณะวิทยากรบุกไอคอนสยาม เดินหน้า “โค้ชชิ่งเยาวชนคนรุ่นใหม่” และผู้ประกอบการผ้าและงานหัตถกรรมไทย เพื่อสร้างแบรนด์ และพัฒนาช่องทางการตลาดควบคู่การเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยกระดับผลงานภูมิปัญญาไทยสู่สากล
วันนี้ (26 เม.ย. 69) เวลา 10.30 น. ที่ห้อง Meeting Room 1-3 ชั้น 7 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม เขตคลองสาน กรุงเทพฯ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการสร้างการรับรู้และเผยแพร่พระอัจฉริยภาพทางด้านการยกระดับ และพัฒนามรดกภูมิปัญญาผ้าและงานหัตถกรรมไทยตามพระดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา “จุดดำเนินการที่ 4” โดยมี นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บริหารกรม รัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย สมาชิกแม่บ้านมหาดไทย ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และเยาวชน ผู้ประกอบการ เข้าร่วมกว่า 300 คน
โอกาสนี้ ปลัดกระทรวงมหาดไทย รับชมวีดีทัศน์พระกรณียกิจสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการเสด็จไปทอดพระเนตรนิทรรศการผ้าและงานหัตถกรรมทั้ง 4 ภูมิภาคของประเทศไทย พร้อมทั้งพระราชทานลายผ้าพระราชทาน ปี 2569 "ผ้าลายขอสมเด็จฯ-เจ้าฟ้าฯ" และ "ผ้าลายบุปผาบรมราชินีนาถ" ประเภทบาติก จากนั้น เป็นประธานประกอบพิธีถวายธูปเทียนแพเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เพื่อเป็นการถวายราชสักการะและสำนึกในพระกรุณาธิคุณต่อการพระราชทานพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” และ “Sustainable Fashion” เพื่อสืบสาน รักษา และต่อยอดภูมิปัญญาผ้าและงานหัตถกรรมให้มีความทันสมัย สอดรับกับบริบทความต้องการของผู้บริโภคและตลาดสากล แล้วเป็นประธานกล่าวเปิด พร้อมพบปะกับผู้ร่วมโครงการ และเดินเยี่ยมชมนิทรรศการเผยแพร่พระอัจฉริยภาพ นำเสนอหนังสือพระนิพนธ์ และหนังสือองค์ความรู้ตามพระดำริ อาทิ หนังสือ "สิริวัณณวรีนารีรัตนราชพัสตราภรณ์”
ซึ่งกระทรวงมหาดไทยโดยสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ขอรับพระราชทานพระอนุญาตจัดพิมพ์เพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวาระทรงเจริญพระชนมายุ 39 พรรษา ตลอดถึงตัวอย่างผลงานผ้าที่เกิดจากความตั้งใจถักทอของผู้ประกอบการโดยน้อมนำพระดำริสู่การผลิตผลงานที่มีเอกลักษณ์ เรื่องราว และความงดงาม เป็นต้น
จากนั้นโดยตลอดทั้งวัน เป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้ (Coaching) กระบวนงานในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าและหัตถกรรมไทยโดยคณะวิทยากร ได้แก่ 1. การสร้างแบรนด์ให้กับผลิตภัณฑ์ผ้าและงานหัตกรรมไทยสู่ตลาดสากล โดยอาจารย์ ดร.กรกลด คำสุข รักษาการผู้อำนวยการสำนักวิชาการสร้างสรรค์ วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 2. การต่อยอดผลิตภัณฑ์ผ้าและงานหัตถกรรมไทยตามเทรนด์แฟชั่นที่ร่วมสมัยและเทคนิคการจับคู่สีตามหนังสือ Thai Textile Trend Book โดย ดร.ศรินดา จามรมาน ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก และผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย 3. การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของตลาด โดยอาจารย์ ดร.กิติศักดิ์ เยาวนานนท์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนากายภาพ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 4. การผลิตเส้นใยและการย้อมสีธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (BCG) โดย ดร.แพรวา รุจิณรงค์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นและการสร้างนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 5. กลยุทธ์ทางการตลาดและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าตามคอนเทนต์ออนไลน์ โดย ผศ.ดร.รวิเทพ มุสิกะปาน ประธานหลักสูตรแฟชั่นสิ่งทอและเครื่องตกแต่ง วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และอาจารย์ ดร.ฐิศิรักน์ โปตะวณิช อาจารย์ประจำวิชาเอกการจัดการธุรกิจไซเบอร์ วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า วันนี้เป็นวันที่สำคัญอีกวันหนึ่งที่พวกเราได้ร่วมกันดำเนินโครงการโดยพุ่งเป้าพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเพื่อพัฒนาผลงานผ้าและงานหัตถกรรมไทยตามพระดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยมีท่านวิทยากรที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก เป็นผู้ให้คำแนะนำ กระทรวงมหาดไทยได้ขับเคลื่อนร่วมกับภาคีเครือข่าย ส่งเสริมให้น้อง ๆ คนรุ่นใหม่ ได้มารับฟังการถ่ายทอดความรู้จากวิทยากรผู้ที่น้อมนำพระปณิธานสู่การยกระดับต่อยอดภูมิปัญญาผ้าและงานหัตถกรรมไทย ตั้งแต่การทอผ้า การออกแบบลวดลาย การให้สี การประกวดลายผ้า การสร้างแบรนด์ จนถึงการจำหน่าย อย่างครบวงจร ซึ่ง "คนมหาดไทยทุกส่วน" ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นกลไกขับเคลื่อนด้วยการมีส่วนร่วมจนเกิดผลเป็นรูปธรรมถึงทุกวันนี้ ซึ่งในอนาคต เรามุ่งหวังที่จะเห็นน้อง ๆ คนรุ่นใหม่และผู้ประกอบการ สามารถที่จะยกระดับแบรนด์ผ้าไทยและงานหัตถกรรมไทย เพื่อให้มีความสากลและเข้าถึงสอดรับกับสมัยนิยมที่คนรุ่นใหม่มีความชอบความสนใจแตกต่างหลากหลาย และยังทำให้เกิดสินค้าผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เข้าสู่ตลาดไทยและตลาดสากลเพิ่มขึ้น
.
"สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพระวิริยะอุตสาหะทุ่มเทพระองค์ในการสนองและแบ่งเบาพระราชภารกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด มรดกภูมิปัญญาผ้าและงานหัตถกรรมไทย ตลอดจนถึงการพึ่งพาตนเอง ตามพระราชดำริของ สมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมราชบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยการทรงศึกษา ค้นคว้า และต่อยอดต้นแบบภูมิปัญญาผ้าและงานหัตถกรรมอันเป็นพระราชมรดกที่สำคัญ อาทิ ศูนย์ศิลปาชีพแห่งแรกที่อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม กระทั่งได้รับการยกระดับและขยายผลเป็นดอนกอยโมเดล บาติกโมเดล พร้อมทั้งลายผ้าพระราชทานที่มีจุดเริ่มต้นจาก "ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ" จนถึง "ผ้าลายขอสมเด็จฯ-เจ้าฟ้าฯ" และ "ผ้าลายบุปผาบรมราชินีนาถ" ในปัจจุบัน นอกจากนี้ สิ่งที่ทรงศึกษา ค้นคว้า วิจัยเทรนด์โลก ก็ถูกนำมาถ่ายทอดด้วยพระองค์เอง โดยทรงเป็นบรรณาธิการ Thai Textile Trendbook ด้วยตนเอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นที่ประจักษ์เพียงแค่ในประเทศไทย แต่นานาประเทศทั่วโลกก็ได้เห็นและชื่นชมในพระจริยภาพของพระองค์ท่าน โดยเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2568 พระองค์ได้รับเชิดชูพระเกียรติและถวายเหรียญสดุดีพระกรณียกิจด้านการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมและการส่งเสริมงานวิจิตรศิลป์ รวมทั้งการขับเคลื่อนวัฒนธรรม ตลอดจน อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในประเทศไทยจากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) นอกจากนี้ ในความเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ของโลกใบนี้ ทั้งวิกฤตสงคราม สภาพอากาศ ภัยพิบัติต่าง ๆ พวกเราทุกคนมีความโชคดีที่พระองค์ท่านได้พระราชทานพระดำริ Sustainable Village โดยทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด "หลักการพึ่งพาตนเอง" ทำให้ประเทศไทยของพวกเราทุกคนยังสามารถดำรงอยู่ได้ด้วยความสมบูรณ์ในทุกมิติ มีข้าว ปลา อาหาร ผลไม้ พืชพันธุ์ไม้ให้สีธรรมชาติ มีการเลี้ยงไก่ไข่ เลี้ยงปลา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้เกิดความมั่นคงในการดำรงชีวิตที่ส่งผลต่อความมั่นคงของประเทศ"
.
ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเน้นย้ำในช่วงท้ายว่า ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอ เป็นผู้มีความสำคัญที่สุดในการทำให้พระดำริตลอดจนสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เกิดผลเป็นรูปธรรม เพราะ "จุดแตกหักอยู่ที่จังหวัด" ถ้าจังหวัดสามารถส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนใน 76 จังหวัด 878 อำเภอ สามารถนำความรู้หปถ่ายทอดส่งต่อและรักษาให้สิ่งเหล่านี้คงอยู่คู่กับพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน เพราะผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอเป็นเบอร์ 1 ในทุกเรื่องของพื้นที่ทั้งเรื่องความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม โดยมีส่วนราชการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นพาณิชย์จังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด เกษตรจังหวัด ที่ล้วนแล้วแต่เป็นส่วนราชการภายใต้การบริหารของผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ทั้งสิ้น จึงขอให้ได้น้อมนำสิ่งเหล่านี้ไปขับเคลื่อนขยายผลอย่างต่อเนื่องด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ เพื่อที่จะทำให้สิ่งดี ๆ เหล่านี้ ได้รับการขยายผลไปยังพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่ ทำให้พวกเขาได้มีงาน มีอาชีพ มีรายได้ เพราะเป้าหมายที่สำคัญที่สุด คือ ความผาสุกของประเทศชาติ และความสุขของประชาชนคนไทยทุกคน
.
คณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงมหาดไทยที่เข้าร่วมงานในวันนี้ อาทิ นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ รักษาการที่ปรึกษาด้านความมั่นคง นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รักษาการที่ปรึกษาด้านการปกครอง นายอัธยา นวลอุทัย นางสาวกาญจน์ขนิษฐา เอกแสงศรี ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย นายวินัย โตเจริญ รองอธิบดีกรมการปกครอง นายวรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายพงศธร กาญจนะจิตรา รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นายณัชวันก์ อัลภาชน์ เตชะเสน รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ และผู้แทนกรม หน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย





