วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน 2569

Login
Login

'กรณ์ วัจนจิรภัทร'   ปั้น 'สามสำรับ' ยกระดับอาหารไทย-จีนจานด่วน สู่มาตรฐานเอเชีย

'กรณ์ วัจนจิรภัทร'   ปั้น 'สามสำรับ' ยกระดับอาหารไทย-จีนจานด่วน สู่มาตรฐานเอเชีย

'กรณ์ วัจนจิรภัทร'   ปั้น 'สามสำรับ'เดินหน้าโมเดล QSR ผสานคุณภาพ–ระบบ–วัฒนธรรม ยกระดับอาหารไทย-จีนจานด่วน สู่มาตรฐานเอเชีย

นายกรณ์ วัจนจิรภัทร นักวางกลยุทธ์องค์กร เปิดเผยเตรียมสร้างแบรนด์อาหารยุคใหม่ เดินหน้าโมเดล QSR ผสานคุณภาพ–ระบบ–วัฒนธรรม สร้างการเติบโตระยะยาวในเวทีภูมิภาค  ในยุคที่ธุรกิจอาหารไม่ได้แข่งขันกันเพียง “รสชาติ” แต่ขยับสู่การแข่งขันด้าน “ระบบ” และ “วิสัยทัศน์” มากขึ้น 

โดยโปรเจกต์สำคัญอย่าง “สามสำรับ (Sam Samrub)” จึงไม่ได้ถูกวางตำแหน่งเป็นเพียงร้านอาหาร แต่เป็นการพัฒนา “โมเดลธุรกิจ” ที่มีเป้าหมายชัดเจนในการยกระดับอาหารไทย-จีนจานด่วน สู่มาตรฐานระดับภูมิภาคอาเซียนและเอเชีย

“สามสำรับ” ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด Quick Service Restaurant (QSR) ที่ผสาน “ความเร็ว” และ “คุณภาพ” เข้าด้วยกัน โดยนำเมนูไทย-จีนที่คุ้นเคยมาตีความใหม่ให้เข้าถึงง่าย ขณะเดียวกันยังคงมาตรฐานระดับสูง เบื้องหลังความเรียบง่ายคือการวางระบบอย่างเป็นขั้นตอน ตั้งแต่โครงสร้างต้นทุน การควบคุมคุณภาพ ไปจนถึงการออกแบบประสบการณ์ลูกค้า ซึ่งสะท้อนพื้นฐานด้าน Corporate Strategy ของผู้ก่อตั้งอย่างชัดเจน  
ภายใต้การบริหารของวินชีวี กรุ๊ป ธุรกิจร้านอาหารถูกยกระดับให้เป็นมากกว่า “ร้าน” แต่เป็น “แพลตฟอร์ม” ที่สามารถขยายได้จริงในเชิงระบบ โดยมี Centralized Kitchen เป็นหัวใจสำคัญในการควบคุมคุณภาพ ลดต้นทุน และรองรับการขยายสาขาในรูปแบบแฟรนไชส์ รวมถึงการลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของการผลักดันแบรนด์อาหารไทยสู่เวทีสากล

'กรณ์ วัจนจิรภัทร'   ปั้น 'สามสำรับ' ยกระดับอาหารไทย-จีนจานด่วน สู่มาตรฐานเอเชีย

การเปลี่ยนผ่านจากสายงานกลยุทธ์องค์กรสู่ธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งต้องแข่งขันทั้งด้านความเร็ว ความคุ้มค่า และประสบการณ์ ถือเป็นบททดสอบสำคัญของผู้บริหารรุ่นใหม่ อย่างไรก็ตาม แนวทางของกรณ์ไม่ได้เป็นเพียงการเข้าสู่ตลาด แต่เป็นการ “ยกระดับเกม” ด้วยการนำองค์ความรู้เชิงระบบมาปรับใช้กับธุรกิจอาหารที่มีความซับซ้อนสูง  

อีกหนึ่งจุดเด่นของ “สามสำรับ” คือการมองอาหารในฐานะ “Soft Power” ที่สามารถต่อยอดเชิงธุรกิจได้ เมนูไทยและจีนที่สืบทอดกันมา ถูกนำมาตีความใหม่ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนเมืองและคนรุ่นใหม่ โดยยังคงเอกลักษณ์ด้านรสชาติและวัตถุดิบพื้นถิ่น พร้อมสะท้อนแนวคิดของผู้ก่อตั้งที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ครบทุกมิติ ทั้งรูป รส กลิ่น และบรรยากาศ  

ในด้านการวางตำแหน่งแบรนด์ “สามสำรับ” ชูแนวคิด “ประสบการณ์ที่มากกว่า ในราคาที่เข้าถึงได้” ด้วยเมนูจานเดียวที่คุ้นเคยแต่ยกระดับด้วยวัตถุดิบและเทคนิคการปรุง อาทิ ข้าวผัดเตาถ่าน สุกกี้กระทะร้อน ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ และเมนูกะเพราสูตรเฉพาะ พร้อมความหลากหลายกว่า 80 รายการ ครอบคลุมทั้งอาหารไทย-จีนและเมนูฟิวชัน เพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนทำงานในย่านธุรกิจ  

'กรณ์ วัจนจิรภัทร'   ปั้น 'สามสำรับ' ยกระดับอาหารไทย-จีนจานด่วน สู่มาตรฐานเอเชีย

สำหรับแผนการเติบโต วินชีวี กรุ๊ป วาง Roadmap อย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเน้น “ความยั่งยืน” ควบคู่กับการขยายตัว ตั้งเป้าขยายสาขา “สามสำรับ” ให้ครอบคลุม 20 สาขาในกรุงเทพฯ ภายในปี 2570 จากปัจจุบันที่มี 1 สาขาหลัก และ 7 สาขาในรูปแบบ Express พร้อมเดินหน้าขยายสู่ตลาดต่างประเทศในภูมิภาคเอเชีย อาทิ ฮ่องกง จีน และไต้หวัน  
นอกจากนี้ ยังมีแผนต่อยอดธุรกิจสู่รูปแบบ OEM และอาหารแช่แข็ง (Frozen Food) เพื่อสร้างรายได้จากโครงสร้างหลังบ้าน และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถเป็นเจ้าของธุรกิจร้านอาหารได้ง่ายขึ้น ภายใต้แนวคิด “ไม่ว่าใครก็เป็นเจ้าของร้านอาหารได้”  

กรณีของ “สามสำรับ” จึงสะท้อนภาพการบริหารธุรกิจยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับโครงสร้าง ความยั่งยืน และการขยายตัวในระดับภูมิภาค ไม่เพียงเป็นตัวอย่างของผู้บริหารที่ผสานทั้ง “กลยุทธ์” และ “การลงมือทำจริง” แต่ยังเป็นการนำ Soft Power ด้านอาหารไทย-จีนมาต่อยอดเชิงธุรกิจอย่างเป็นระบบ   ท่ามกลางทิศทางการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง “สามสำรับ” กำลังสร้างนิยามใหม่ของอาหารจานด่วน ที่ไม่ได้แข่งขันเพียงความเร็ว แต่รวมถึงคุณภาพ มาตรฐาน และประสบการณ์ และมีแนวโน้มก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารในระดับภูมิภาคในอนาคตอันใกล้

'กรณ์ วัจนจิรภัทร'   ปั้น 'สามสำรับ' ยกระดับอาหารไทย-จีนจานด่วน สู่มาตรฐานเอเชีย