วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤษภาคม 2569

Login
Login

'สุชาติ'ชี้ คนเผาป่าหาของ เป็นต้นเหตุ PM 2.5 วอนตระหนักก่อมลพิษต่อคนหมู่มาก

'สุชาติ'ชี้ คนเผาป่าหาของ เป็นต้นเหตุ PM 2.5 วอนตระหนักก่อมลพิษต่อคนหมู่มาก

"สุชาติ" ชี้ คนเผาป่าหาของ เป็นต้นเหตุ PM 2.5 วอนตระหนักก่อมลพิษต่อคนหมู่มาก ย้ำ รัฐบาล หนุน พ.ร.บ. อากาศสะอาด ยันไม่ได้ป้องนายทุน แต่การออก กม.ต้องดูทั้ง 2 มิติ

เมื่อเวลา 09.25 น. วันที่ 21 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึง การลงพื้นที่ในจังหวัดเชียงใหม่ ของนายกรัฐมนตรี เพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ว่า มีการรายงานผลจากทุกภาคส่วน ทั้งกระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งขณะนี้มีกำลังพลดับไฟ 6-7,000 คน ที่อยู่ในพื้นที่ ซึ่งยอมรับว่าปีนี้เป็นปีที่แห้งแล้งมาก และฝนมาช้ากว่าทุกปี ซึ่งไฟที่เกิดขึ้นเกิดจากประชาชนที่คิดแต่จะหาของป่า เพราะไปที่เกิดตามธรรมชาติมันน้อยได้เยอะแล้วทั้งนี้เราสามารถลดฮอตสปอตได้เยอะแล้ว โดยใช้เฮลิคอปเตอร์ดับไฟจากยอดเขา เจ้าหน้าที่ก็เหนื่อยล้า และต้องดับไฟในช่วงเวลากลางคืน เพราะกลางวันเสี่ยงเป็นฮีทสโตรกมันอันตราย ส่วนงบประมาณก็ใช้เท่าที่มีอยู่โดยใช้ส่วนของรายได้อุทยานจากภาคใต้ 

เมื่อถามว่า ประชาชนจะเกิดความมั่นใจได้หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ต้องให้กรมประชาสัมพันธ์สื่อสาร กับผู้ว่าราชการจังหวัดและประชาชน ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ให้แก้ปัญหาในหลายด้าน โดยเฉพาะห้องปลอดฝุ่นของนักเรียน ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องไปพิจารณา ส่วนกระทรวงทรัพยากรฯ ก็จะบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการเผาป่า ดังนั้น จึงขอให้ประชาชนตระหนักถึงโทษของการเผาป่า ว่าการเข้าไปเผาหาของป่าทำให้เกิดมลพิษต่อคนหมู่มากดังนั้นต้องระวัง 

เมื่อถามว่า จะมีมาตรการเยียวยาสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่หรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า เรื่องนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์อยู่แล้ว ซึ่งการที่นายกรัฐมนตรีไปลงพื้นที่ก็เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ และขณะนี้เราจะผลักดันเชียงดาวโมเดล เอาชุมชนรอบนอกมาช่วยกันรักษาผืนป่า และเรากำลังคิดถึงเรื่องว่าจะทำอย่างไรให้คนหาของป่า หาเงินจากอย่างอื่นได้มากกว่า 

เมื่อถามว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) จะต้องนำร่างพระราชบัญญัติ หรือ พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่ค้างอยู่ในสภามาทบทวนหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า เราสนับสนุนกฎหมายดังกล่าวอยู่แล้ว แต่เนื่องจากขณะนี้ พ.ร.บ.อากาศสะอาดอยู่ระหว่างการพิจารณาในวาระ 2 ของวุฒิสภา ซึ่งกำลังดูในความขัดแย้งบางส่วน หากพูดไปก็เหมือนปกป้องนักธุรกิจ ต้องออกตัวว่าเราไม่ได้ปกป้อง แต่ต้องเข้าใจว่าเราดึงนักลงทุนมาลงทุนในประเทศไทยซึ่งต้องผ่าน BOI มีสิทธิประโยชน์เยอะมาก ดังนั้น เราต้องออกกฎหมายที่ไม่ขัดแย้งต่อพ.ร.บ.การลงทุน ซึ่งก็อยู่ที่วุฒิสภาจะพิจารณาแต่รัฐบาลก็ยินดีที่จะสนับสนุน พ.ร.บ.อากาศสะอาด แต่ต้องดูอีกหลายส่วน เช่นคำว่า กลุ่มเปราะบางทำงานกลางแจ้ง แบบนี้จะตีความอย่างไร และจะเยียวยาแบบใด ส่วนในเรื่องค่าปรับก็ต้องดูความเหมาะสม การออกกฎหมายต้องมีมิติทั้ง 2 ด้าน