ข้อมูลสมาชิกพรรคหลุด ปมเสี่ยงเช็คบิล 'พรรคประชาชน' มีโอกาสโดนร้องยุบพรรค เหตุรับสารภาพข้อมูลสมาชิกพรรคโดนเจาะ ขัด รธน. มาตรา 32 ผิดกฎหมาย PDPA กกต. ยก พรป.พรรคการเมืองมาตรา 92 (4) เช็กบิลได้
จากเเถลงการณ์ พรรคประชาชน เมื่อวันที่ 12 มี.ค. ที่ผ่านมา กรณีเรียนแจ้งสมาชิกพรรคประชาชนถึงความพยายามของบุคคลภายนอกในการเข้าถึงฐานข้อมูลของพรรคโดยไม่ได้รับอนุญาต แนวทางการยกระดับความปลอดภัยของระบบที่พรรคดำเนินการไปแล้ว และมาตรการแก้ไขเยียวยาเพื่อป้องกันความเสี่ยง เพราะข้อมูลสมาชิกพรรคที่ระบุ ข้อมูลส่วนบุคคลของสมาชิกจำนวนมากรั่วไหล
โดยพรรคอ้างว่าถูกเจาะระบบข้อมูลจากเเฮกเกอร์ ตั้งเเต่วันที่ 28 ก.พ. - 10 มี.ค. และในตอนนี้พรรคมีสมาชิกพรรคกว่าหนึ่งแสนคน โดยพรรคแนะนำสมาชิกพรรคไปลงบันทึกประจวันกับสถานีตำรวจ ไปทำบัตรประชาชนใหม่ ไปแจ้งเปลี่ยนข้อมูล-เปลี่ยนรหัสผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยงานที่สมาชิกพรรคได้เชื่อมต่อไว้เเละใช้บัตรประชาชนยืนยันตัวตนนั้น
สำหรับกรณีนี้ พรรคประชาชน ปชช. ยอมรับความประมาทเลินเล่อร้ายแรงแล้วว่าการป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลของสมาชิกพรรคในระบบคอมพิวเตอร์ของพรรคบกพร่องจริง เพราะการป้องกันการเจาะข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนซึ่งเป็นสมาชิกพรรคประชาชนนั้น รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 หมวด 3 รับรองสิทธิและเสรีภาพส่วนบุคคล มาตรา32 ระบุว่า
"บุคคลย่อมมีสิทธิในความเป็นอยู่ส่วนตัว เกียรติยศ ชื่อเสียง และครอบครัวการกระทำอันเป็นการละเมิดหรือกระทบต่อสิทธิของบุคคลตามวรรคหนึ่ง หรือการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ประโยชน์ไม่ว่าในทางใด ๆ จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้นเพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ"
ดังนั้นกรณีนี้พบว่า พรรคประชาชน ยอมรับเเล้วว่ากระทำการ “ประมาทเลินเล่อร้ายเเรง” ที่อาจขัด พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (กฎหมายPDPA)หลายมาตราเพราะพรรคประชาชนคือนิติบุคคลที่จดทะเบียนตามกฎหมายพรรคการเมือง
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า เจตนารมณ์ของกฎหมาย PDPA วางหลักไว้ว่า เจ้าของข้อมูล คือประชาชนที่เป็นสมาชิกพรรค เป็นบุคคลผู้เป็นเจ้าของข้อมูล มีสิทธิขอเข้าถึง ลบ ทำลาย หรือถอนความยินยอมได้เเละข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน เช่น เชื้อชาติ, ศาสนา, ความคิดเห็นทางการเมือง ข้อมูลสุขภาพ ชีวภาพ ประวัติอาชญากรรม ต้องได้รับความคุ้มครองเข้มงวด ส่วนพรรคประชาชนนั้น สถานะเบื้องต้นคือองค์กร นิติบุคคล บุคคลที่ตัดสินใจเก็บ ใช้ข้อมูล ที่ต้องรักษาความปลอดภัยและแจ้งวัตถุประสงค์ก่อนเสมอ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การที่พรรคประชาชนออกเเถลงการณ์พรรคครั้งนี้นั้น เเสดงว่าพรรคยอมรับเบื้องต้นเเล้วว่า ข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนที่เป็นสมาชิกพรรคถูกเจาะระบบข้อมูลคอมพิวเตอร์ ทำให้ความลับของสมาชิกพรรครั่วไหลไปสู่บุคคลภายนอกจำนวนมากเเละอาจถูกนำไปใช้ในเเนวทางสุ่มเสี่ยงผิดกฎหมายโดยที่ไม่ได้รับความยินยอม กรณีนีักฎหมาย PDPA หลายมาตรากำหนดโทษไว้ทั้งจำเเละปรับต่อพรรคประชาชนเเละพรรคประชาชนอาจต้องชดใช้เงินให้สมาชิกพรรคที่ถูกเจาะข้อมูลไปเเล้วด้วยหากมีการฟ้องร้องต่อศาลขึ้นมา
ส่วนกฎหมายพรรคการเมืองนั้น สำนักงาน กกต. อาจพิจารณาความประมาทเลินเล่อร้ายเเรงนี้ของพรรคประชาชน โดยอาจใช้ พรป.พรรคการเมิองมาตรา92(4) ที่ระบุว่า “มีเหตุอันจะต้องยุบพรรคการเมืองตามที่มีกฎหมายกำหนด” เพราะกรณีนี้นับว่าความปรากฏตามเเถลงการณ์ล่าสุดของพรรคประชาชนที่ยอมรับเเล้วว่าระบบข้อมูลสมาชิกพรรคถูกเเฮกเกอร์เจาะไปเเล้วจริงเเละปรากฏความผิดหลายมาตราตามที่กฎหมาย PDPA ระบุไว้





