‘ปรีติ’ ชม ‘บิ๊ก สกสค.’ เอาจริงพิมพ์แบบเรียนโปร่งใส ยึด e-bidding ไร้ตุกติก ยอดจัดจ้างต่ำกว่างบฯ 255 ล้าน กระตุกต้องตรวจยิบจนกว่าหนังสือจะถึงมือนักเรียน เชื่อทางสะดวกเหตุเขี่ย ‘ขาใหญ่’ พ้นวงจร พร้อมทีมข้อตกลงคุณธรรมคุมทุกขั้นตอน แนะวางเป็นมาตรฐานปีต่อๆไป มั่นใจยังเซฟงบฯได้อีก ลั่นตรวจสอบ ‘องค์การค้าฯ’ เข้มเหมือนเดิม เล็งส่งรายงาน กมธ.ให้ ‘รมว.ศึกษาฯคนใหม่’ จี้ตั้ง กก.สอบ ฟัน ‘ไอ้โม่ง’ ชักใยขัด กม.จัดซื้อฯซ้ำซาก เอ๊ะ!ปีนี้พิมพ์ถูกประวัติการณ์ หวั่นส่วนต่างปีก่อนๆ เป็น ‘เงินทอน’ เข้ากระเป๋าใครหรือไม่
นายปรีติ เจริญศิลป์ สส.นนทบุรี พรรคประชาชน กล่าวถึงการติดตามผลการประกวดราคาโครงการจ้างพิมพ์หนังสือแบบเรียน ประจำปีการศึกษา 2569 จำนวน 150 รายการ วงเงินงบประมาณ 1,010 ล้านบาท ผ่านระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government Procurement: e-GP) หรือ e-bidding ของ องค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (องค์การค้าของ สกสค.) ในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการว่า จากผลการประกวดราคาที่ประกาศเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ถือว่าการดำเนินโครงการในปีนี้ซึ่งใช้วิธี e-bidding เป็นไปในทิศทางที่ควรจะเป็น และเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ที่ควรยึดถือเป็นแนวทางในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อมูลค่ารวมที่จัดหาได้อยู่ที่ 754.3 ล้านบาทเศษ ต่ำกว่างบประมาณที่ตั้งไว้ 1,010 ล้านบาท หรือคิดเป็นมากกว่าร้อยละ 25
“หากดำเนินการลุล่วงตามนี้ จะประหยัดงบประมาณได้มากถึง 255.6 ล้านบาท อีกทั้งไม่เกิดข้อพิรุธเหมือนหลายปีที่ผ่านมา ที่มักมีเหตุให้ยกเลิกกระบวนการ e-bidding แล้วไปใช้วิธีอื่นในการจัดจ้างแทน จนถูกกรมบัญชีกลางวินิจฉัยว่ามีการกระทำขัดต่อพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ) ในหลายกรณี” นายปรีติ กล่าว
นายปรีติ กล่าวต่อว่า ขั้นตอนประกวดราคาเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ยังต้องติดตามตรวจสอบหลังการลงนามสัญญา ทั้งกระบวนการผลิตที่ต้องได้แบบเรียนคุณภาพ และต้องส่งถึงมือนักเรียนทั่วประเทศตามกำหนดก่อนเปิดเทอมเดือนพฤษภาคม โดยต้องโปร่งใสในทุกขั้นตอน อย่างไรก็ตาม การดำเนินการมาถึงขณะนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของผู้บริหารองค์การค้าฯ ซึ่งตามข่าวระบุว่า นายพีระพันธ์ เหมะรัต เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. ลงมากำกับด้วยตัวเอง หรือร่างขอบเขตงาน (TOR) ที่มีชื่อ นางสาวชนนิกานต์ สืบชนะ รองเลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. เป็รประธานคณะทำงานร่าง TOR ที่ได้ปรับแก้ประเด็นปัญหา ซึ่งหลายๆประเด็นก็ตรงกับตามข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎรสมัยที่แล้ว ที่ตนร่วมทำหน้าที่
“จากรายชื่อผู้รับผิดชอบปีนี้ ดูเหมือนขบวนการที่เคยครอบงำงบประมาณพิมพ์แบบเรียนจะถูกตัดออกจากวงจร พร้อมทั้งมีข้อตกลงคุณธรรมและผู้สังเกตการณ์จากหน่วยงานภายนอกมากำกับใกล้ชิดทุกขั้นตอน จนเข้ารูปเข้ารอย ก็หวังว่าจะยึดถือเป็นมาตรฐานในปีต่อ ๆ ไป พร้อมกับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งกติกาที่ยุติธรรม เปิดรับข้อเสนอราคาอย่างโปร่งใส เปิดกว้างผู้ประกอบการที่มีศักยภาพเข้าร่วมแข่ง เพื่อให้ได้แบบเรียนที่มีคุณภาพ ด้วยงบประมาณที่เชื่อว่าลดลงได้อีก” นายปรีติ กล่าว
นายปรีติ กล่าวยืนยันว่าจะติดตามตรวจสอบอย่างเข้มข้นต่อไป โดยหลังเข้าปฏิบัติหน้าที่ สส.จะเร่งประสานส่งรายงานสรุปการตรวจสอบโครงการปีการศึกษา 2567-2568 พร้อมข้อสังเกตของ กมธ.ป.ป.ช. ของสภาฯสมัยที่แล้ว ให้แก่ สกสค. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงนำส่ง รมว.ศึกษาธิการ ท่านใหม่ เพื่อพิจารณาสั่งการตรวจสอบสะสางปัญหาทุจริต ภาวะขาดทุนเรื้อรัง รวมถึงปัญหาหนี้สินสะสม เช่น ค่าลิขสิทธิ์ที่ค้างจ่าย สพฐ. กว่า 200 ล้านบาท ที่สำคัญต้องตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีที่ กรมบัญชีกลาง วินิจฉัยว่า มีการดำเนินการขัด พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ หลายกรณี หากพบผู้กระทำผิดโดยทุจริตต้องลงโทษอย่างเด็ดขาด หลังจากที่รัฐมนตรี 2 คนก่อนหน้านี้ไม่ดำเนินการใดๆ
“นอกจากนี้ ตัวเลขจากการประมูล ร้อยละ 25 หรือกว่า 255 ล้านบาทที่ต่ำกว่างบประมาณในปีนี้ เป็นประเด็นน่าสนใจว่าในปีก่อน ๆ ที่ตั้งงบไว้สูงถึง 1.1-1.2 พันล้านบาท โดยยอดจัดจ้างจริงต่ำลงมาเพียงเล็กน้อย ทั้งที่รายวิชาและยอดพิมพ์จำนวนเล่มใกล้เคียงกันนั้น เข้าข่ายใช้งบประมาณแพงเกินจริง หรือมีส่วนต่างกลายเป็นเงินทอนเข้ากระเป๋าใครหรือไม่” นายปรีติ ระบุ.





