สมิติเวชเดินหน้าแคมเปญ Blue Ribbon รณรงค์ต้านมะเร็งลำไส้ใหญ่ นำ AI ช่วยส่องกล้องเพิ่มความแม่นยำในการตรวจคัดกรอง พบติ่งเนื้อเสี่ยงมะเร็งมากขึ้น เผยช่วยป้องกันผู้ป่วยแล้วกว่า 27,687ราย พร้อมชวนคนไทยอายุ 45 ปีขึ้นไปตรวจคัดกรอง
นพ.ณัฐวุฒิ สิริมนตาภรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์โรคตับและระบบทางเดินอาหาร โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เปิดเผยว่า โรงพยาบาลสมิติเวชเดินหน้าสานต่อแคมเปญ Blue Ribbon รณรงค์ต้านภัยมะเร็งลำไส้ใหญ่ ภายใต้แนวคิด “เราไม่อยากให้ใครป่วย” โดยมุ่งเน้นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน พร้อมนำนวัตกรรมกล้องอัจฉริยะ (AI) มาช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของแพทย์ในการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่
การผสานเทคโนโลยี AI กับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านระบบทางเดินอาหาร ทำให้สมิติเวชสามารถช่วยป้องกันผู้ป่วยจากโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้สำเร็จถึง 27,687 คน จากข้อมูลปี 2017–2026 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย พร้อมตั้งเป้าลดอัตราการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ในระดับประเทศ
นพ.ณัฐวุฒิ กล่าวว่า มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของคนไทย โดยพบมากในผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป แต่ปัจจุบันมีแนวโน้มพบผู้ป่วยในกลุ่มคนอายุน้อยเพิ่มขึ้น เนื่องจากวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น การใช้ชีวิตเร่งรีบ การบริโภคเนื้อสัตว์และอาหารปิ้งย่างมากขึ้น รับประทานผักผลไม้น้อยลง รวมถึงการขาดการออกกำลังกาย
ความน่ากังวลของโรคนี้คือในระยะแรกมักไม่แสดงอาการ ทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่มาพบแพทย์เมื่อโรคลุกลามแล้ว โดยมะเร็งลำไส้ใหญ่มักเริ่มจากติ่งเนื้อขนาดเล็กที่ผนังลำไส้ใหญ่ และอาจพัฒนาเป็นเซลล์มะเร็งภายในระยะเวลา 3–5 ปี สัญญาณเตือนที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่ ท้องผูกสลับท้องเสีย ถ่ายเป็นเลือด อุจจาระสีดำคล้ำ ถ่ายไม่สุด อุจจาระมีขนาดเล็กลง ปวดท้องเรื้อรัง หรือมีน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
อย่างไรก็ตาม มะเร็งลำไส้ใหญ่สามารถป้องกันและรักษาให้หายขาดได้ หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ด้วยการตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) ซึ่งสมิติเวชได้นำกล้องอัจฉริยะ AI มาใช้ช่วยค้นหารอยโรคระหว่างการส่องกล้อง ทำให้สามารถตรวจพบติ่งเนื้อขนาดเล็กหรือจุดที่สังเกตได้ยาก เพิ่มความแม่นยำในการตรวจ และช่วยเพิ่มอัตราการตรวจพบติ่งเนื้อเสี่ยงมะเร็งในผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไปได้ถึง 40% รวมถึงเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยที่ตรวจพบมะเร็งในระยะเริ่มต้นได้มากกว่า 90%
เทคโนโลยี AI จะช่วยวิเคราะห์ภาพแบบเรียลไทม์ระหว่างการส่องกล้อง และส่งสัญญาณเตือนเมื่อพบติ่งเนื้อขนาดเล็กหรือขนาดกลาง ทำให้แพทย์สามารถตัดติ่งเนื้อที่อาจพัฒนาเป็นมะเร็งออกได้ทันทีผ่านกล้อง ส่งผลให้ผู้ป่วยไม่ต้องผ่าตัดเปิดหน้าท้อง ไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล และฟื้นตัวได้รวดเร็ว
ทั้งนี้ ศูนย์โรคตับและระบบทางเดินอาหารของสมิติเวชให้บริการด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการอบรมระดับ American Board และมีความร่วมมือกับพันธมิตรทางการแพทย์ระดับนานาชาติ เช่น โรงพยาบาลซาโน่ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการส่องกล้อง และ OHSU ประเทศสหรัฐอเมริกา
เทคโนโลยีเด่นของศูนย์ ได้แก่ การส่องกล้องด้วย AI ผสานเทคนิคญี่ปุ่นที่ช่วยตรวจพบความผิดปกติของเยื่อบุลำไส้ได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพิ่มความแม่นยำในการระบุติ่งเนื้อผิดปกติได้มากขึ้นถึง 2 เท่า รวมถึงเทคนิค ESD (Endoscopic Submucosal Dissection) ที่สามารถตัดติ่งเนื้อขนาดใหญ่ผ่านกล้องได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่าตัด ช่วยลดภาวะแทรกซ้อนและฟื้นตัวได้รวดเร็ว นอกจากนี้ยังมี ห้องส่องกล้อง Blue Light ที่ช่วยให้แพทย์เห็นติ่งเนื้อได้ชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมสร้างบรรยากาศผ่อนคลายให้ผู้เข้ารับการตรวจ
ด้าน ตู่ ภพธร สุนทรญาณกิจ นักแสดงและนักร้อง ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในแคมเปญ Blue Ribbon โดยแชร์ประสบการณ์การตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่ เพื่อเป็นกระบอกเสียงให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจสุขภาพเชิงป้องกัน พร้อมเชิญชวนผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไปและกลุ่มเสี่ยงเข้ารับการตรวจคัดกรอง โดยไม่จำเป็นต้องรอให้มีอาการ เพื่อป้องกันโรคและลดความเสี่ยงในการสูญเสียในอนาคต





