กกต. ขอ 60 วันเคลียร์ทุกปมพิรุธ ยันใช้ 8.9 พันล้านคุ้มค่า ลั่นปมบาร์โค้ดโปร่งใส จี้หยุดเฟกนิวส์ เตือนบิดเบือนส่งผิดกฎหมาย
ภายหลังการเลือกตั้ง สส. และการลงคะแนนประชามติ เมื่อวันที่ 8 ก.พ. มีกระเเสวิจารณ์การบริหารจัดการเลือกตั้งต่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หลายกรณี โดยมีแรงดดันให้ กกต. ลาออกเเสดงความรับผิดชอบกับข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นในกรณีต่างๆ โดยเปรียบเทียบงบประมาณ กว่า 8.9 พันล้านบาท
เเหล่งข่าวจาก กกต. เปิดเผยว่า ข้อวิจารณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นนั้นทราบว่าที่ประชุมคณะกรรมการกกต.ได้หารือกันเเล้วตั้งเเต่การเลือกตั้งเสร็จสิ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคณะกรรมการกกต.ได้กำชับเร่งรัดการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของกกต. จังหวัด กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ข้อร้องเรียนต่างๆใน 400 เขต โดยข่าวสารที่สื่อมวลชนเเละสังคมออนไลน์เผยเเพร่ทุกกรณี กกต.รับมาตรวจสอบ และจะต้องชี้แจงต่อสังคมโดยเร็วที่สุดไม่ให้สถานการณ์บานปลายจนบางฝ่ายนำไปใช้ประโยชน์ทางการเมืองต่อไป
แหล่งข่าว กล่าวว่า ที่ผ่านมากกต.ทำงานเชิงรุกในหลายพื้นที่ก่อนการเลือกตั้ง จะพบว่า ได้สกัดกั้นเเละจับกุมผู้กระทำผิดในการซื้อเสียงใน.จ.เชียงราย จ.ราชบุรี จ.สุราษฎร์ฯ เเละสกัดการเตรียมการทุจริตได้หลายพื้นที่ ทั้งนี้ยอมรับว่าการทุจริตเลือกตั้งของผู้สมัครสส.บางรายยังเกิดขึ้น เเต่จำนวนบุคลากรของสำนักงานกกต.ที่สนธิกำลังกับตำรวจนั้นยังทำงานสืบสวนกันอย่างเต็มที่
กรณีหีบบัตรเลือกตั้งที่จำหน่ายในสังคมออนไลน์นั้นกกต.กำลังตรวจสอบเอกชนที่ประมูลการผลิตหีบบัตรเลือกตั้งว่าได้ละเมิดสัญญากับกกต.ในเรื่องนี้หรือไม่ หรืออาจมีบางฝ่ายลักลอกผลิตเเละออกเเบบหีบบัตรเลือกตั้งขึ้นเองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกกต. โดยได้ตรวจสอบกับผู้ค้าออนไลน์ในเรื่องนี้เเล้วเช่นกัน
ส่วนเบาะเเสการทุจริตที่เกิดขึ้นนั้น กกต. ได้ประสานไปยังสำนักงานตำรวจเเห่งชาติ ให้ช่วยตรวจสอบเบาะเเส จับกุมกรณีการซื้อสิทธิขายเสียงทั่วประเทศไว้ก่อนการเลือกตั้งเเล้วเเละกำลังสืบสวนทางลับหลายเขต ดังนั้นข้อร้องเรียน ข้อสังเกตต่างๆที่เกิดขึ้นในช่วงวันที่8กพ.จนถึงปัจจุบันนั้น กกต.เเละสำนักงานตำรวจเเห่งชาติเร่งรัดการตรวจสอบข้อมูลทุจริตต่างๆเเละจะเเจ้งต่อสังคมโดยเร็วที่สุดเมื่อได้ข้อยุติ
ส่วนการดำเนินคดีผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย เช่น จ.ชลบุรี เขต1 จ.ปทุมธานี เขต7 นั้น กกต.จังหวัดต้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ไม่เช่นนั้นกกต.จังหวัดจะต้องรับผิดทางกฎหมายเสียเอง
สำหรับข้อวิจารณ์การใช้งบประมาณจัดการเลือกตั้งเมื่อเทียบกับผลของการบริหารจัดการเลือกตั้งครั้งนี้นั้น ยืนยันว่าการจัดการเลือกตั้ง-ประชามติครั้งนี้นั้น มติครม.วันที่23 ธันวาคม 2568 ได้อนุมัติในหลักการให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ดำเนินการขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 8,978,267,690 บาท ประกอบด้วย
1. ค่าใช้จ่ายที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการเอง จำนวน 7,276,423,790 บาท 2. ค่าใช้จ่ายของหน่วยงานสนับสนุนที่ร่วมดำเนินการ จำนวน 1,701,843,900 บาท
ทั้งนี้ จำนวนบุคลากร ของสำนักงานกกต. ที่ปฏิบัติงานอยู่ ณ ปัจจุบันรวมผู้บริหารและพนักงาน มีจำนวนทั้งสิ้น 2,196 คน ส่วนหน่วยงานสนับสนุนการเลือกตั้งใน400เขตเเละกระจายไปใน99480 หน่วยเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 มีผู้ปฏิบัติหน้าที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง(กปน.)หน่วยละ 15 คน แบ่งเป็น
1.) ประธานกรรมการประจำหน่วย 1 คน
2.) กรรมการประจำหน่วย สส. และ ออกเสียงประชามติ รวมหน่วยละ 12 คน
3.) เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หน่วยละ 2 คน รวม กปน. ทั้งหมด 1,492,200 คน
แหล่งข่าวระบุอีกว่า ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น เช่น การทุจริตของกปน.ที่เกิดขึ้นบางหน่วยนั้น ตรงนี้ได้กำชับการสอบสวนข้อเท็จจริง ขยายผลก่อนที่จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ส่วนสิ่งที่ผิดพลาดในการทำหน้าที่ของกปน.บางหน่วย กกต.ยอมรับ กำลังสอบสวนข้อเท็จจริงเเละอาจมีการลงโทษตามกฎหมาย ปรับปรุงการทำหน้าที่ของบุคลากรกกต. กปน.ให้ดีขึ้น
ส่วน ปัญหาระบบรายงานผลการเลือกตั้ง จากหน่วยเลือกตั้ง กกต.จังหวัด แบบออนไลน์นั้น รายงานดังกล่าวเป็นรายงานขั้นต้นเเละกกต.ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมก่อนที่จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง คะแนนของผู้สมัครสส.เเละพรรคอย่างเป็นทางการภายในหกสิบวัน กกต.ยอมรับข้อบกพร่องนี้เเละจะนำไปปรับปรุง เพราะกกต.จังหวัดเเละกปน.บางหน่วยกรอกคะแนนคลาดเคลื่อนอาจมาจากการเหนื่อยล้าในการปฏิบัติหน้าที่เพราะกกต.จังหวัดและกปน. ต้องเริ่มทำงานตั้งเเต่เช้ามืดวันที่ 8 ก.พ. เพื่อไปรับบัตรเลือกตั้งก่อนไปหน่วยเลือกตั้งเเละปฏิบัติหน้าที่จนการนับคะเเนน การรายงานผลการเลือกตั้ง การจัดเก็บหีบบัตรเลือกตั้งไปยังสถานที่ที่กำหนดเสร็จสิ้น บางหน่วยกปน.เสร็จภารกิจในเวลา 03.00 น. วันที่ 9 ก.พ.
เเหล่งข่าว กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมามีการสร้างข่าวเท็จ เฟคนิวส์ ความเห็นของฝ่ายต่างๆที่เกิดขึ้นจากบางกลุ่ม บางพรรค ที่เผยเเพร่ในสังคมออนไลน์ สื่อมวลชนในเชิงสร้างความเข้าใจผิดโดยการใช้ข้อความอันเป็นเท็จ เเะลคลาดเคลื่อน เช่น กกต.กับบางพรรคร่วมกันโกง จัดการเลือกตั้งที่ไม่โปร่งใส บัตรเขย่ง QR Code -Bar Code บนบัตรเลือกตั้งที่อาจสืบค้นได้ว่าบัตรนั้น ใครคือผู้ลงคะเเนนเเละไม่เป็นความลับ การขู่เอาผิดกับสำนักงานกกต.นั้น ความเห็นของฝ่ายต่างๆที่ออกมาเเสดงทัศนะเหล่านี้หากกระทำโดยชอบนั้น ดำเนินการได้เเต่ความเห็นเหล่านั้นหากมีการบิดเบือน ยั่วยุ ควรยุติเพราะอาจผิดกฎหมายหลายมาตรา
“กฎหมายให้เวลาหกสิบวันในการรับรองการเลือกตั้ง ดังนั้น ควรให้เวลากกต.ปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบกฎหมาย เเละกฎหมายเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายใล้สิทธิตรวจสอบการทำงานของกกต.ไว้เเล้ว หากมองว่ากกต.ปฏิบัติหน้าที่ผิดกฎหมาย เนื่องจากการให้ข้อมูลดังกล่าวของฝ่ายต่างๆ อาจสร้างความสับสน บิดเบือน ดิสเครดิตกกต. จนเกิดการสร้างกระเเสความไม่ยอมรับผลคะเเนนใน400เขตแม้การรายงานผลการเลือกตั้งส่วนใหญ่จะไม่มีปัญหาก็ตาม ดังนั้นขอให้ทุกฝ่ายรอการเเถลงข่าวของกกต.ที่จะชี้เเจงสังคมโดยเร็วที่สุดในประเด็นข้างต้นจะเหมาะสมที่สุด“





