วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

กกต. ขอ 60 วันเคลียร์ทุกปมพิรุธ ยันใช้ 8.9 พันล้านคุ้มค่า

กกต. ขอ 60 วันเคลียร์ทุกปมพิรุธ ยันใช้ 8.9 พันล้านคุ้มค่า

กกต. ขอ 60 วันเคลียร์ทุกปมพิรุธ ยันใช้ 8.9 พันล้านคุ้มค่า ลั่นปมบาร์โค้ดโปร่งใส จี้หยุดเฟกนิวส์ เตือนบิดเบือนส่งผิดกฎหมาย

ภายหลังการเลือกตั้ง สส. และการลงคะแนนประชามติ เมื่อวันที่ 8 ก.พ. มีกระเเสวิจารณ์การบริหารจัดการเลือกตั้งต่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หลายกรณี โดยมีแรงดดันให้ กกต. ลาออกเเสดงความรับผิดชอบกับข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นในกรณีต่างๆ โดยเปรียบเทียบงบประมาณ กว่า 8.9 พันล้านบาท

เเหล่งข่าวจาก กกต. เปิดเผยว่า ข้อวิจารณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นนั้นทราบว่าที่ประชุมคณะกรรมการกกต.ได้หารือกันเเล้วตั้งเเต่การเลือกตั้งเสร็จสิ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคณะกรรมการกกต.ได้กำชับเร่งรัดการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของกกต. จังหวัด กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ข้อร้องเรียนต่างๆใน 400 เขต โดยข่าวสารที่สื่อมวลชนเเละสังคมออนไลน์เผยเเพร่ทุกกรณี กกต.รับมาตรวจสอบ และจะต้องชี้แจงต่อสังคมโดยเร็วที่สุดไม่ให้สถานการณ์บานปลายจนบางฝ่ายนำไปใช้ประโยชน์ทางการเมืองต่อไป

แหล่งข่าว กล่าวว่า ที่ผ่านมากกต.ทำงานเชิงรุกในหลายพื้นที่ก่อนการเลือกตั้ง จะพบว่า ได้สกัดกั้นเเละจับกุมผู้กระทำผิดในการซื้อเสียงใน.จ.เชียงราย จ.ราชบุรี จ.สุราษฎร์ฯ เเละสกัดการเตรียมการทุจริตได้หลายพื้นที่  ทั้งนี้ยอมรับว่าการทุจริตเลือกตั้งของผู้สมัครสส.บางรายยังเกิดขึ้น  เเต่จำนวนบุคลากรของสำนักงานกกต.ที่สนธิกำลังกับตำรวจนั้นยังทำงานสืบสวนกันอย่างเต็มที่ 

กรณีหีบบัตรเลือกตั้งที่จำหน่ายในสังคมออนไลน์นั้นกกต.กำลังตรวจสอบเอกชนที่ประมูลการผลิตหีบบัตรเลือกตั้งว่าได้ละเมิดสัญญากับกกต.ในเรื่องนี้หรือไม่ หรืออาจมีบางฝ่ายลักลอกผลิตเเละออกเเบบหีบบัตรเลือกตั้งขึ้นเองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกกต. โดยได้ตรวจสอบกับผู้ค้าออนไลน์ในเรื่องนี้เเล้วเช่นกัน
 

ส่วนเบาะเเสการทุจริตที่เกิดขึ้นนั้น กกต. ได้ประสานไปยังสำนักงานตำรวจเเห่งชาติ ให้ช่วยตรวจสอบเบาะเเส จับกุมกรณีการซื้อสิทธิขายเสียงทั่วประเทศไว้ก่อนการเลือกตั้งเเล้วเเละกำลังสืบสวนทางลับหลายเขต ดังนั้นข้อร้องเรียน ข้อสังเกตต่างๆที่เกิดขึ้นในช่วงวันที่8กพ.จนถึงปัจจุบันนั้น กกต.เเละสำนักงานตำรวจเเห่งชาติเร่งรัดการตรวจสอบข้อมูลทุจริตต่างๆเเละจะเเจ้งต่อสังคมโดยเร็วที่สุดเมื่อได้ข้อยุติ

ส่วนการดำเนินคดีผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย เช่น จ.ชลบุรี เขต1 จ.ปทุมธานี เขต7 นั้น กกต.จังหวัดต้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ไม่เช่นนั้นกกต.จังหวัดจะต้องรับผิดทางกฎหมายเสียเอง
 

สำหรับข้อวิจารณ์การใช้งบประมาณจัดการเลือกตั้งเมื่อเทียบกับผลของการบริหารจัดการเลือกตั้งครั้งนี้นั้น ยืนยันว่าการจัดการเลือกตั้ง-ประชามติครั้งนี้นั้น มติครม.วันที่23 ธันวาคม 2568 ได้อนุมัติในหลักการให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ดำเนินการขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 8,978,267,690 บาท ประกอบด้วย

1. ค่าใช้จ่ายที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการเอง จำนวน 7,276,423,790 บาท 2. ค่าใช้จ่ายของหน่วยงานสนับสนุนที่ร่วมดำเนินการ จำนวน 1,701,843,900 บาท

ทั้งนี้ จำนวนบุคลากร ของสำนักงานกกต. ที่ปฏิบัติงานอยู่ ณ ปัจจุบันรวมผู้บริหารและพนักงาน มีจำนวนทั้งสิ้น 2,196 คน  ส่วนหน่วยงานสนับสนุนการเลือกตั้งใน400เขตเเละกระจายไปใน99480 หน่วยเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 มีผู้ปฏิบัติหน้าที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง(กปน.)หน่วยละ 15 คน แบ่งเป็น  

1.) ประธานกรรมการประจำหน่วย  1  คน

2.) กรรมการประจำหน่วย สส. และ ออกเสียงประชามติ รวมหน่วยละ 12 คน

3.) เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หน่วยละ 2 คน รวม กปน. ทั้งหมด 1,492,200 คน 

แหล่งข่าวระบุอีกว่า ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น เช่น การทุจริตของกปน.ที่เกิดขึ้นบางหน่วยนั้น ตรงนี้ได้กำชับการสอบสวนข้อเท็จจริง ขยายผลก่อนที่จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ส่วนสิ่งที่ผิดพลาดในการทำหน้าที่ของกปน.บางหน่วย กกต.ยอมรับ กำลังสอบสวนข้อเท็จจริงเเละอาจมีการลงโทษตามกฎหมาย ปรับปรุงการทำหน้าที่ของบุคลากรกกต. กปน.ให้ดีขึ้น

ส่วน ปัญหาระบบรายงานผลการเลือกตั้ง จากหน่วยเลือกตั้ง กกต.จังหวัด แบบออนไลน์นั้น รายงานดังกล่าวเป็นรายงานขั้นต้นเเละกกต.ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมก่อนที่จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง คะแนนของผู้สมัครสส.เเละพรรคอย่างเป็นทางการภายในหกสิบวัน กกต.ยอมรับข้อบกพร่องนี้เเละจะนำไปปรับปรุง เพราะกกต.จังหวัดเเละกปน.บางหน่วยกรอกคะแนนคลาดเคลื่อนอาจมาจากการเหนื่อยล้าในการปฏิบัติหน้าที่เพราะกกต.จังหวัดและกปน. ต้องเริ่มทำงานตั้งเเต่เช้ามืดวันที่ 8 ก.พ. เพื่อไปรับบัตรเลือกตั้งก่อนไปหน่วยเลือกตั้งเเละปฏิบัติหน้าที่จนการนับคะเเนน การรายงานผลการเลือกตั้ง การจัดเก็บหีบบัตรเลือกตั้งไปยังสถานที่ที่กำหนดเสร็จสิ้น บางหน่วยกปน.เสร็จภารกิจในเวลา 03.00 น. วันที่ 9 ก.พ.

เเหล่งข่าว กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมามีการสร้างข่าวเท็จ เฟคนิวส์ ความเห็นของฝ่ายต่างๆที่เกิดขึ้นจากบางกลุ่ม บางพรรค ที่เผยเเพร่ในสังคมออนไลน์ สื่อมวลชนในเชิงสร้างความเข้าใจผิดโดยการใช้ข้อความอันเป็นเท็จ เเะลคลาดเคลื่อน เช่น กกต.กับบางพรรคร่วมกันโกง จัดการเลือกตั้งที่ไม่โปร่งใส บัตรเขย่ง QR Code -Bar Code บนบัตรเลือกตั้งที่อาจสืบค้นได้ว่าบัตรนั้น ใครคือผู้ลงคะเเนนเเละไม่เป็นความลับ การขู่เอาผิดกับสำนักงานกกต.นั้น ความเห็นของฝ่ายต่างๆที่ออกมาเเสดงทัศนะเหล่านี้หากกระทำโดยชอบนั้น ดำเนินการได้เเต่ความเห็นเหล่านั้นหากมีการบิดเบือน ยั่วยุ ควรยุติเพราะอาจผิดกฎหมายหลายมาตรา

“กฎหมายให้เวลาหกสิบวันในการรับรองการเลือกตั้ง ดังนั้น ควรให้เวลากกต.ปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบกฎหมาย เเละกฎหมายเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายใล้สิทธิตรวจสอบการทำงานของกกต.ไว้เเล้ว หากมองว่ากกต.ปฏิบัติหน้าที่ผิดกฎหมาย เนื่องจากการให้ข้อมูลดังกล่าวของฝ่ายต่างๆ อาจสร้างความสับสน  บิดเบือน ดิสเครดิตกกต. จนเกิดการสร้างกระเเสความไม่ยอมรับผลคะเเนนใน400เขตแม้การรายงานผลการเลือกตั้งส่วนใหญ่จะไม่มีปัญหาก็ตาม ดังนั้นขอให้ทุกฝ่ายรอการเเถลงข่าวของกกต.ที่จะชี้เเจงสังคมโดยเร็วที่สุดในประเด็นข้างต้นจะเหมาะสมที่สุด“