ทร.จับ เครือข่ายสแกมเมอร์ ลอบข้ามแดนเข้าฝั่งไทย พร้อมเรียกร้องประเทศเพื่อนบ้าน รับผิดชอบปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติแหล่งพักพิง ซ่องสุม
30 ม.ค. พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่ากองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรี–ตราด (กปช.จต.) เดินหน้าปฏิบัติการเข้มงวดการควบคุมพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดสามารถจับกุมคนต่างด้าวที่มีความเชื่อมโยงกับขบวนการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (Cyber Scam) ได้หลายกรณี สะท้อนถึงประสิทธิภาพของมาตรการป้องกันภัยคุกคามข้ามชาติ และความมุ่งมั่นในการปกป้องประชาชนและความมั่นคงของประเทศ
กรณีแรก เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 2200 น. หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานนาวิกโยธินจันทบุรี ตรวจพบกลุ่มบุคคลลักลอบเดินเท้าเข้ามาในราชอาณาจักรไทยผ่านช่องทางธรรมชาติในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ชุดปฏิบัติการสามารถควบคุมตัวชายชาวจีนได้ 1 ราย อายุ 44 ปี พร้อมตรวจยึดของกลางจำนวนมาก อาทิ โทรศัพท์มือถือ 26 เครื่อง ซิมการ์ดกัมพูชา 17 หมายเลข ยาเสพติดให้โทษประเภทเมทแอมเฟตามีน และอุปกรณ์การเสพ จากการซักถามเบื้องต้นพบข้อมูลที่เชื่อมโยงกับการทำงานใน Call Center ให้กับเครือข่ายผิดกฎหมายในฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน
กรณีที่สอง เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 เวลา 0500 น. หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานนาวิกโยธินจันทบุรีอีกชุดหนึ่ง สามารถจับกุมชายชาวจีนจำนวน 6 ราย อายุ 21 - 60 ปี บริเวณรอยต่อชายแดนในพื้นที่อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี จากการตรวจค้นพบของกลางจำนวนมาก อาทิ โทรศัพท์มือถือ 59 เครื่อง เอกสารบทพูดสำหรับใช้หลอกลวงของแก๊งสแกมเมอร์ เอกสารราชการปลอม และสมุดบันทึกข้อมูลทางการเงิน ซึ่งมีลักษณะเข้าข่ายขบวนการหลอกลวงทางออนไลน์ Cyber Scam โดยผู้ถูกจับกุมให้การว่าได้ติดต่อคนนำทางหลบหนีข้ามแดนผ่านเครือข่ายนายหน้าในสื่อสังคมออนไลน์
กองทัพเรือ ได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจและตรวจคนเข้าเมือง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยการปฏิบัติทุกขั้นตอนเป็นไปตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 อย่างครบถ้วน ไม่กระทบต่อสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ถูกควบคุมตัว
ในโอกาสนี้ กองทัพเรือ ขอเน้นย้ำว่า ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติและขบวนการ Cyber Scam ที่แพร่ระบาดในภูมิภาค มีสาเหตุสำคัญจากการที่บางพื้นที่ในประเทศเพื่อนบ้านยังถูกปล่อยปละละเลยให้กลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติใช้เป็นแหล่งพักพิง แหล่งซ่องสุม และฐานปฏิบัติการ โดยขาดการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อสังคม เศรษฐกิจ และประชาชนผู้บริสุทธิ์ในหลายประเทศ
กองทัพเรือ ในฐานะหน่วยงานด้านความมั่นคงชายแดนของประเทศไทย ขอเรียกร้องให้ประเทศเพื่อนบ้านแสดงความรับผิดชอบและความจริงใจในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ด้วยการกวาดล้างเครือข่ายอาชญากรรมในพื้นที่ของตนอย่างเป็นรูปธรรม เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมพื้นที่ชายแดน และเสริมสร้างความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อไม่ให้พื้นที่ใดถูกใช้เป็นแหล่งหลบซ่อนหรือฐานดำเนินการของขบวนการอาชญากรรมที่สร้างความเสียหายต่อสังคมและบ่อนทำลายเสถียรภาพของภูมิภาค
กองทัพเรือ ยืนยัน ว่าจะไม่ยอมให้ดินแดนของประเทศไทยตกเป็นทางผ่านหรือพื้นที่รองรับอาชญากรรมข้ามชาติ และจะเดินหน้าดำเนินมาตรการเชิงรุกในการคุมเข้มชายแดนอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการผลักดันความร่วมมือระดับทวิภาคีและพหุภาคี เพื่อแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติและภัยคุกคามจาก Cyber Scam





