กรมป่าไม้ตรวจสอบข้อร้องเรียน พบเอกชนบุกรุกป่าสงวน แม่ยวม จ.แม่ฮ่องสอน เร่งเอาผิดตามกฎหมาย ส่วนกรณีเหมืองแร่ พบใบอนุญาตถึงปี 70 ยังไม่พบหลักฐานลักลอบ
นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ตามที่เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำยวม เงา เมย สาละวิน ได้ทำหนังสือถึงนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อขอให้ตรวจสอบการบุกรุกที่ดินในป่าอนุรักษ์ ลุ่มน้ำยวม อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ใน 2 กรณี
ได้แก่ กรณีนายทุนรายหนึ่งบุกรุกสร้างบ้านพักบริเวณลำห้วยกุ้ง และกรณีการลักลอบขุดแร่ดีบุกในพื้นที่ ภายหลังได้รับหนังสือร้องเรียน นายรวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวง ทส.ได้มีข้อสั่งการให้กรมป่าไม้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยละเอียดทันที หากพบกระทำผิดให้ดำเนินการตามกฎหมายไม่ละเว้น
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมลงพื้นที่เมื่อวันที่ 28 ม.ค. เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงตามข้อร้องเรียน ประกอบด้วย สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 สาขาแม่ฮ่องสอน เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มส. 6 (สบเมย) หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้สบเมย เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 สาขาแม่ฮ่องสอน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอสบเมย ตำรวจสถานีตำรวจภูธรสบเมย เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่เงา(เตรียมการ) เจ้าหน้าที่สายตรวจปราบปรามสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (สาขาแม่สะเรียง) ชุดปฏิบัติการพิเศษหน่วยป้องกันรักษาป่าอำเภอสบเมย
เบื้องต้นจากการตรวจสอบกรณีการบุกรุกพื้นที่ป่าลำห้วยกุ้ง ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ยวมฝั่งขวา ต.สบเมย อ.สบเมย พบว่ามีการบุกรุกอย่างชัดเจน มีการล้อมรั้วลวดหนามและติดตั้งกล้องวงจรปิด ในลักษณะแสดงความเป็นเจ้าของโดยเอกชนจากภายนอก
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้ลงเรือยนต์หางยาวล่องไปตามแม่น้ำยวม ห่างจากแม่น้ำสองสี ที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่เงา(เตรียมการ) ประมาณ 3 กิโลเมตร พบว่ามีการปลูกสร้างเป็นลักษณะที่อยู่อาศัย ล้อมรั้วลวดหนาม สามารถมองเห็นอย่างชัดเจน จากการตรวจสอบโดยรอบ ยังพบสิ่งปลูกสร้าง พร้อมทั้งติดตั้งกล้องวงจรปิด ติดตั้งแผงโซล่าเซลล์
เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจจับพิกัดด้วย GPS ตามพิกัด 47 Q 388669 UTM 1975012 ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจยึดพื้นที่และทำบันทึกจับกุมดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป
อธิบดีกรมป่าไม้ ยังระบุถึงการร้องเรียนกรณีที่ 2 การทำเหมืองแร่ดีบุก จากการตรวจสอบพบว่า เป็นเหมืองแร่ซีไลต์ และวุลแฟรม ที่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด พนาสิทธิ์ ได้รับสัมปทานถูกต้องตามกฎหมาย และยังไม่หมดอายุใบอนุญาต ที่ระบุถึงวันที่ 18 พฤษภาคม 2570 เมื่อเจ้าหน้าที่ลงเรือสำรวจ โดยล่องไปตามลำน้ำยวม จากแม่น้ำสองสีที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่เงา(เตรียมการ) ไปจนถึงบ้านท่าเรือหย่อม บ้านทียาเพอ ยังไม่พบร่องรอยการนำแร่ออกมาแต่อย่างใด
“กรมป่าไม้ขอย้ำว่า จะปกป้องผืนป่าและทรัพยากรของประเทศ ตามข้อสั่งการของปลัด ทส.ที่ให้ดำเนินการตามกฎหมายกับกลุ่มผู้กระทำผิดอย่างถึงที่สุด โดยกำชับให้หน่วยงานในสังกัดเร่งดำเนินการปราบปรามทันทีที่ได้รับแจ้งเบาะแส ไม่ว่าจะเป็นนายทุน ผู้มีอิทธิพล หรือขบวนการบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมให้ดำเนินคดีถึงที่สุด” อธิบดีกรมป่าไม้ ระบุ





