วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม 2569

Login
Login

‘เจษฎ์’ ลุยพังงาโชว์โมเดลเสม็ดนางชี เศรษฐกิจชุมชนคนอนุรักษ์

‘เจษฎ์’ ลุยพังงาโชว์โมเดลเสม็ดนางชี เศรษฐกิจชุมชนคนอนุรักษ์

‘เจษฎ์’ ลุยพังงา โชว์โมเดลเสม็ดนางชี เศรษฐกิจชุมชนคนอนุรักษ์ ‘แฟนคลับ’ แห่ฟังแนวคิดแก้รัฐธรรมนูญ ย้ำไม่แตะหมวด 1-2

พรรครักชาติ นำโดย รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครักชาติ พร้อม นายชนินทร์ ปิ่นทอง ผู้อำนวยการพรรค (บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 3), นายชัยพร จิรวินิจนันท์ โฆษกพรรค (บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 4), นายทัศนัย ทองมี รองหัวหน้าพรรค (บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 6) และนายฐิติพันธุ์ เกยานนท์ เลขาธิการพรรค ลงพื้นที่จัดกิจกรรม “รักชาติเริ่มที่การรับฟัง” ณ จุดชมวิวเสม็ดนางชี จังหวัดพังงา

โดยรับฟังเสียงสะท้อนจากพื้นที่ พร้อมเปิดนโยบายการท่องเที่ยว “เศรษฐกิจชุมคนอนุรักษ์” และวิสัยทัศน์ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่ยั่งยืน มุ่งเน้นการดึงศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์มาสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งสร้างรายได้ ให้กับชุมชน 
 

รศ.ดร.เจษฎ์ เผยว่า เสม็ดนางชีถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงการอยู่ร่วมกันระหว่าง "รัฐ" และ "ชุมชน" แม้จะเป็นพื้นที่ของหลวง แต่ชุมชนมีบทบาทสำคัญในการเข้ามาบริหารจัดการเพื่อทำมาหากิน ซึ่งโมเดลนี้ไม่ได้เป็นเพียงแหล่งท่องเที่ยวสำหรับถ่ายภาพหรือพักผ่อนหย่อนใจเท่านั้น แต่เป็นกลไกสำคัญในการกระจายรายได้ ตั้งแต่คนขับรถรับจ้าง พ่อค้าแม่ขาย ไปจนถึงไกด์นำเที่ยว ซึ่งก่อให้เกิดความร่วมมือร่วมใจในท้องถิ่น

"พื้นที่แบบนี้คือสิ่งที่รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ได้ปูทางไว้ คือการให้พื้นที่อนุรักษ์ได้รับการดูแลร่วมกันระหว่างรัฐและชุมชน ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่พัฒนาและรักษาไว้ การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์จึงเป็นหัวใจสำคัญที่ไม่ใช่แค่ใครอยากมาก็มา แต่ต้องมาด้วยความรับผิดชอบ" รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าว
 

ขณะที่นายฐิติพันธุ์ เลขาธิการพรรครักชาติ ได้กล่าวถึงแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ระบุว่า หัวใจสำคัญของการจัดการแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติคือ "ความสมดุล" ระหว่างอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว วิถีชีวิตชาวบ้าน และการจัดสรรพื้นที่ แต่ปัจจุบันเริ่มมีกลุ่มทุนและนายทุนหลายรายเข้ามาจับจองพื้นที่ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ หากภาครัฐไม่เข้ามามีบทบาทในการควบคุมและช่วยเหลือ การพัฒนาอาจเป็นไปในทิศทางที่ไม่ถูกต้อง ทั้งเรื่องความสะอาด การจัดโซนนิ่ง หรือการบริหารจัดการ

"สิ่งสำคัญที่สุดคือ รัฐต้องคอยดูและจัดการให้ผลประโยชน์ตกอยู่กับชาวบ้านที่เขาอยู่ตรงนี้มาตั้งแต่ต้น เพราะพื้นที่ตรงนี้คือพื้นที่ของเขา เราซึ่งเข้ามาทีหลัง ควรเข้ามาเพื่อมอบความพัฒนาให้โตไปพร้อมกับเขาในทิศทางที่ถูกต้อง" เลขาธิการพรรครักชาติ กล่าว

โดยในช่วงท้าย รศ.ดร.เจษฎ์ ได้เชิญชวนให้คนไทยหันมาท่องเที่ยวในประเทศให้มากขึ้น โดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามระดับโลกอย่างเสม็ดนางชี ที่ยังต้องการการสนับสนุนจากนักท่องเที่ยวชาวไทย เพื่อให้เม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศ พร้อมทิ้งท้ายถึงหลักคิดการพัฒนาว่า "เราต้องพัฒนาบนพื้นฐานของความงามเดิมตามธรรมชาติ สร้างงานสร้างอาชีพได้ แต่ต้องไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม"

ทั้งนี้ในระหว่างการพูดคุย ถึงนโยบาย การท่องเที่ยวฯ และถ่ายคลิปทำคอนเทนของพรรค ได้มีประชาชนคนไทย ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่ จากต่างจังหวัด เข้ามาทักมายทีมพรรครักชาติ หลังจากนั้น ทีมพรรครักชาติ ได้เดินทางต่อไปยังตลาดโคกกลอย อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา เพื่อแนะนำทีมพรรครักชาติ (เบอร์ 35) และขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนที่มาจับจ่าย รวมถึงพ่อค้าแม่ค้าในตลาดเช้า ซึ่งก็ได้รับการต้อนรับที่อบอุ่น ประชาชนเข้ามาขอเต้นด้วย

ขณะเดียวกันมีประชาชนเข้ามาพูดคุยกับ รศ.ดร.เจษฏ์ เกี่ยวกับเรื่องรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ซึ่งตรงกับแนวทางการหาเสียงของพรรครักชาติ ที่เน้นการรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชน “รักชาติ เริ่มที่การรับฟัง” นอกจากนี้ประชาชนส่วนมากที่เข้ามาพูดคุยต่างมีความเข้าใจและมีความรู้ในรัฐธรรมนูญ โดยสะท้อนมุมมองว่า ไม่อยากให้แก้ไข หรือยุ่งเกี่ยวกับหมวด 1-2