เลือกตั้ง 69 ชิง 'ผู้นำ' สู้ระบอบฮุน เซน

เลือกตั้ง 69 ชิง 'ผู้นำ' สู้ระบอบฮุน เซน

ก้าวสู่ปีใหม่ 2569 สถานการณ์บ้านเมืองยังไม่ปกติ ปัญหาสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา ที่หยุดยิงชั่วคราว ยังมีเรื่องการเลือกตั้ง สส. ในเดือนกุมภาพันธ์ อีกด้วย

ตอนนี้กำลังเข้มข้นขึ้น หลังแต่ละพรรคการเมือง และผู้สมัครเขตเลือกตั้งได้เบอร์ที่จะใช้ในการหาเสียงกันแล้ว

บรรดาพรรคใหญ่มีฐานเสียงสนับสนุนแต่ยังไม่ได้เสียงสนับสนุนมากพอ ถ้าอิงตามการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนของ “นิด้าโพล” เปิดเผยผลคะแนนนิยมทางการเมือง รายไตรมาส ครั้งที่ 4/2568 เกี่ยวกับบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ อันดับ 1 กว่าร้อยละ 40 ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้

ส่วนคะแนนแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคที่อยู่ในกระแสความนิยมขณะนี้ก็ไม่มีพรรคไหนได้ถึงร้อยละ 20 ซึ่งถ้าพูดกันง่ายๆ นั่นหมายความว่า คนส่วนใหญ่ยังไม่มีพรรคในใจที่อยากเลือก

อะไรหรือที่คนส่วนใหญ่ยังไม่สนับสนุนให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้ง 2569 ถ้าจะให้วิเคราะห์ตัวเลือก อย่าง อนุทิน ชาญวีรกูล พรรคภูมิใจไทย และ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พรรคประชาชน น่าจะเป็นคู่ท้าชิงอยู่ในสายตาประชาชน

อย่างที่ทราบว่า อนุทินจากภูมิใจไทยเป็นรัฐบาลอยู่ในขณะนี้ ถูกมองว่าสรรพกำลัง ชั้นเชิงการเมือง และขี่กระแสชาตินิยมด้วยเหตุหนุนทหารรบชนะชิงพื้นที่ชายแดนจากกัมพูชา จึงเป็นมวยภาษีดีกว่า

ขณะที่มวยรอง ณัฐพงษ์จากประชาชน ด้วยภาพลักษณ์คนรุ่นใหม่ ถูกมองว่าไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนเชิงนโยบายรัฐ และกลุ่มทุนใหญ่ แต่ถูกปรามาสเรื่องพรรษาการเมืองยังอ่อน และถูกโจมตีจากเรื่องเก่าวาทกรรม “ทหารมีไว้ทำไม” ยังคอยหลอกหลอน

ทว่า บรรดาคอการเมืองเห็นไปในทิศทางเดียวกันคือ พรรคภูมิใจไทยจะได้ สส. เพิ่มขึ้นส่วนพรรคประชาชนจะกระทบได้ สส. ลดลง

เนื่องจากภูมิใจไทยคะแนนนิยมในต่างจังหวัดโดยเฉพาะอีสานดีขึ้นจากกระแสหนุนกองทัพ และอาจเบียดชิงพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งพรรคประชาชนแชมป์เมืองหลวงอาจถูกทั้งภูมิใจไทย และประชาธิปัตย์เจาะได้เพราะความนิยมพลิกลง ถ้ากระแสคนกรุงเชียร์ทหารมาแรงมาก

ทั้งนี้ หากประชันเรื่องนโยบายหาเสียงนั้น บรรดาแกนนำพรรคต่างๆ ใช้เรื่องปราบ “ทุนเทา” กับพรรคการเมืองที่มีภาพไปเกี่ยวข้องกับคนในขบวนการแก๊งสแกมเมอร์ ในการแบ่งเขาแบ่งเรา เพื่อให้ประชาชนใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ

กระนั้น การแข่งขันหาเสียงต้องดูโค้งสุดท้ายสิ้นเดือนมกราคม 2569 แต่ละพรรคจะมีทีเด็ดอะไรออกมาชักจูงใจประชาชน ซึ่งประเด็นสำคัญนับจากนี้ ถือเรื่องเร่งด่วนเฉพาะหน้าที่พรรคไหนได้เป็นรัฐบาลต้องดำเนินการ คือ ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา การที่ทหารเข้าไปยึดที่มั่นเดิมฐานทหารกัมพูชาในพื้นที่ของไทย ย่อมเสี่ยงชีวิตไม่ปลอดภัย

เราจะดูแลชายแดนแบบไหนที่สามารถป้องกันความสูญเสียไว้ได้ เพราะใครๆ ก็คิดไปทางเดียวกันว่า กัมพูชาพักฟื้นกำลังทางทหารดีขึ้นแล้ว ย่อมเสี่ยงกลับมายั่วยุเพื่อปะทะสู้รบอีกครั้ง

เราต้องเร่งเตรียมพร้อมรับมือกัมพูชา ซึ่งคาดว่าหลังไทยเลือกตั้งเสร็จแล้วรู้ว่าใครเป็นว่าที่ผู้นำคนใหม่ สถานการณ์ชายแดนจะกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง เพราะหวังตีรวนผสมโรงปั่นป่วนการตั้งรัฐบาลใหม่

อย่างไรก็ตาม ประเมินจากหาเสียงของพรรคการเมือง มองปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา เพราะมาจาก “ฮุน เซน” เป็นตัวการสร้างความขัดแย้ง ดังนั้นโจทย์เดียวกันคือ การทำให้ระบอบฮุน เซน สิ้นสภาพคุกคามโดยเร็ว จะทำให้ประเทศไทยปลอดภัยในที่สุด

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์