5 วันดับรวม 207 ราย เจ็บ 1,141 คน ศปภ. เผย 9 จังหวัด ตายเป็นศูนย์

5 วันดับรวม 207 ราย เจ็บ 1,141 คน ศปภ. เผย 9 จังหวัด ตายเป็นศูนย์

5 วันดับรวม 207 ราย เจ็บ 1,141 คน ตายเป็นศูนย์ 9 จว. ศปถ.พร้อมรับประชาชนแห่กลับ ตั้งจุดตรวจคุมเข้มขับเร็ว -ง่วง เตือนผู้ขับขี่ใช้รถใช้ถนนด้วยความระมัดระวัง

เมื่อวันที่ 4 ม.ค. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข เป็นประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2569 ว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2569 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและความร่วมมือของภาคีเครือข่าย ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนน ประจำวันที่ 4 ม.ค.ซึ่งเป็นวันที่ห้าของการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” เกิดอุบัติเหตุ 191 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 188 คน ผู้เสียชีวิต 27 ราย สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 33.51 ตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 22.51 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 72.62 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 84.82 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 40.84 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 31.41 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 09.01 - 12.00 น. 12.01 – 15.00 น. และ 18.01 – 21.00 น. ร้อยละ 16.75 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุด อยู่ในช่วงอายุ 20 - 29 ปี ร้อยละ 16.28 โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ลำปาง (10 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ ลำปาง (10 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (3 ราย) 

สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 5 วัน (30 ธ.ค.68 - 3 ม.ค.) เกิดอุบัติเหตุรวม 1,185 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ รวม 1,141 คน ผู้เสียชีวิต รวม 207 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ ภูเก็ต (47 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ ภูเก็ต (51 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (18 ราย) จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 9 จังหวัด

นายพัฒนา กล่าวต่อว่า ในวันนี้คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางกลับกรุงเทพมหานครและพื้นที่ต่างๆ ที่เป็นจังหวัดเศรษฐกิจ ทำให้มีปริมาณรถบนเส้นทางสายหลักและเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดเป็นจำนวนมาก ศปถ.จึงได้เน้นย้ำจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการจัดตั้งด่านตรวจ จุดตรวจ จุดสกัด จุดบริการ เพื่อรองรับการเดินทางสัญจรของประชาชนในการเดินทางกลับ รวมถึงบริหารจัดการการจราจร ทั้งสายหลักและสายรอง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาจราจรติดขัดคับคั่ง อีกทั้งเน้นย้ำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายตาม มาตรการ 10 ข้อหาหลักกับผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอย่างเข้มข้น จริงจังและต่อเนื่อง ทั้งการขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย และง่วงแล้วขับ ตลอดจนอำนวยความสะดวก ดูแลความปลอดภัยของประชาชน ตรวจสอบประชาชนและนักท่องเที่ยวในสถานีขนส่งต่างๆ ให้เกิดความเรียบร้อย พร้อมให้สำนักงานขนส่งจังหวัดตรวจสอบความปลอดภัยของรถโดยสารสาธารณะทุกประเภทอย่างเคร่งครัด ทั้งความพร้อมของรถและพนักงานขับรถ โดยเฉพาะรถที่มีการใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลาหลายวัน ต้องเข้ารับการตรวจความพร้อม ณ จุดตรวจ Check Point และจัดเตรียมรถโดยสารให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน เพื่อป้องกันผู้โดยสารตกค้าง ดูแลความปลอดภัยบริเวณสถานีขนส่ง และจัดเตรียมรถโดยสารสาธารณะ รถรับจ้างส่วนบุคคล ให้สามารถรองรับการเดินทางและส่งต่อผู้โดยสารถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างสะดวกและปลอดภัย

นายพัฒนา กล่าวว่า ในส่วนการดำเนินงานของกระทรวงสาธารณสุข ได้เตรียมความพร้อมบริการการแพทย์ฉุกเฉินเพื่อรองรับผู้ประสบเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) มีหน่วยปฏิบัติการแพทย์ทั่วประเทศ จำนวน 10,723 แห่ง โดยได้นำระบบ NDEMS (National Digital Emergency Medical Services) มาใช้ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ เพื่อยกระดับการโทรแจ้งเหตุฉุกเฉินผ่านสายด่วน 1669 โดยระบบนี้สามารถระบุตำแหน่งจุดเกิดเหตุและติดต่อกับผู้ประสบเหตุผ่าน Video Call ได้ เพื่อให้ข้อมูลในการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนเจ้าหน้าที่จะเดินทางไปถึงจุดเกิดเหตุ ทำให้ได้ข้อมูลผู้ป่วยรวดเร็ว ลดเวลาในการช่วยเหลือ และเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตจากอุบัติเหตุ 

นายพัฒนา กล่าวอีกว่า โดยข้อมูลวันที่ 3 ม.ค.มีผู้แจ้งเหตุผ่านสายด่วนแจ้งเหตุฉุกเฉิน 1669 เฉพาะเรื่องของอุบัติเหตุจราจรกว่า 8,500 สาย ในส่วนของผลการดำเนินงานและการบังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2569 ได้มีการออกตรวจสะสม จำนวน 25,070 ราย พบความผิด จำนวน 1,543 ราย ร้าน/ผู้กระทำผิด จำนวน 170 ราย สำหรับการดำเนินงานประเมินการมึนเมาสุราในชุมชน/ด่านชุมชน ได้มีการประเมินอาการมึนเมาสุรา จำนวน 394,566 ราย มีอาการมึนเมา 11,917 ราย คิดเป็นร้อยละ 3.02 ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขยังคงจัดเตรียมทีมปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขไว้บริการประชาชน เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยในพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างทันท่วงทีตลอด 24 ชั่วโมง และเฝ้าระวังการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี และบังคับใช้กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเข้มงวด เพื่อลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุดื่มแล้วขับและให้ประชาชนเดินทางในช่วงปีใหม่อย่างปลอดภัย

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 เปิดเผยว่า วันนี้ประชาชนมีการเดินทางกลับกรุงเทพมหานครและพื้นที่ต่างๆ เป็นจำนวนมากต่อเนื่อง ศปถ.ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกวดขันพฤติกรรมเสี่ยงขับรถเร็วและการขับรถตัดหน้าในระยะกระชั้นชิดบนเส้นทางสายหลัก เนื่องจากเป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุทางถนนค่อนข้างสูง รวมถึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์ข้อมูลสภาพการจราจร เส้นทางทางเลือก และคำเตือนด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องผ่านทุกช่องทาง รวมถึงให้เตรียมความพร้อมของหน่วยกู้ชีพและกู้ภัย และระบบการช่วยเหลือต่างๆ ในการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ ณ จุดเกิดเหตุ 

นายธีรพัฒน์ กล่าวอีกว่า และขอฝากให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนเตรียมความพร้อมของยานพาหนะก่อนการเดินทาง ปฏิบัติตามกฎจราจร มีน้ำใจกับผู้ร่วมใช้เส้นทาง และประเมินสภาพความพร้อมในการขับขี่ของตนเองอยู่เสมอ โดยหากมีอาการง่วง อ่อนเพลีย หรือรู้สึกเหนื่อยล้าจากการเดินทาง ขอให้แวะพักยังจุดพักรถหรือจุดบริการประชาชนที่ทางราชการจัดสรรไว้ให้ อย่าฝืนขับรถต่อเพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุและความสูญเสียได้ นอกจากนี้จากการพยากรณ์อากาศใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า พบว่าภาคใต้ตอนล่างอาจมีฝนฟ้าคะนองกระจายบางพื้นที่ ส่วนภาคกลางต้องเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูง ซึ่งส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้มีน้ำท่วมผิวจราจรบริเวณถนนพระราม 2 ขาเข้ากรุงเทพฯ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์ประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านเส้นทางดังกล่าวด้วย ท้ายนี้ ประชาชนที่ประสบหรือพบเห็นอุบัติเหตุสามารถแจ้งเหตุได้ทางสายด่วน 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง และไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป