"รมว.ยุติธรรม" รับไม่ได้ คุก VIP เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เหยียบย่ำกระบวนการยุติธรรม ส่งสาวบำเรอผู้ต้องขังจีนเทา ลั่น เอาผิดผู้เกี่ยวข้องถึงที่สุด
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 21 พ.ย. ที่กระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เปิดเผยถึงกรณี นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม มีคำสั่งลงนามโยกย้าย นายมานพ ชมชื่น ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร อันเนื่องจากการตรวจค้นเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และพบว่ามีเจ้าหน้าที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำผิดในเรือนจำฯ
ต่อมา กรมราชทัณฑ์ ได้ออกเอกสารข่าวชี้แจงว่าจากการเข้าจู่โจมและตรวจค้นดังกล่าวพบว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดในการควบคุมและปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง จึงได้ดำเนินการย้ายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และย้ายผู้บัญชาการเรือนจำฯ ไปปฏิบัติหน้าที่ยังกรมราชทัณฑ์ พร้อมมอบหมายให้ผู้ตรวจราชการกรม เจ้าหน้าที่กองทัณฑวิทยา เจ้าหน้าที่กองบริหารทรัพยากรบุคคล กลุ่มงานวินัยเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในทุกประเด็นโดยละเอียด เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามมาตรฐานการปฏิบัติงาน
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีผู้ต้องขังชาวจีนบางรายที่มีอิทธิพลเหนือผู้ต้องขังรายอื่นภายในเรือนจำฯ จนสร้างความไม่พอใจให้กับผู้ต้องขังชาวไทย จึงมีผู้แจ้งเบาะแสมายังกรมราชทัณฑ์ให้ทราบถึงพฤติการณ์ดังกล่าว อย่างไรก็ดี กรมราชทัณฑ์ พร้อมดำเนินการทางวินัยกับผู้ที่เกี่ยวข้องหากพบการกระทำผิดจริง
ขณะที่ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยมี นายไพฑูรย์ มงคลหัตถี หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรม เป็นประธาน และเตรียมนำเจ้าหน้าที่เข้าสอบสวนข้อมูลกับเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ในวันจันทร์ที่ 24 พ.ย.นี้
พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า เรื่องนี้เหตุเกิดตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 16 พ.ย.ที่ผ่านมา ก็ถือว่าผ่านมาแล้ว 5 วัน และในช่วงบ่ายวันนี้ ตนได้นัดหมายปลัดกระทรวงยุติธรรม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง มาพูดคุยติดตามความคืบหน้า เพราะมันก็ล่วงเลยมา 5 วันแล้ว ซึ่งตนได้ทำหนังสือคำสั่งแจ้งให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ดำเนินการให้เสร็จภายในวันศุกร์ที่ 28 พ.ย.
"พูดตรง ๆ เลยผมมองว่าเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ นี่คือการเหยียบย่ำกระบวนการยุติธรรม ก็ไม่ควรเกิดขึ้น วันที่ 22 พ.ย.นี้ เวลา 09.00 น. ผมจะพาคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เพื่อไปดูรายละเอียดข้อเท็จจริง แต่เชื่อว่าพยานหลักฐานต่าง ๆ เราก็เห็นกันอยู่แล้ว แต่ที่สำคัญ เราจะตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเข้มข้น เพราะเป็นเรื่องที่เลวร้ายมาก ทำให้กระบวนการยุติธรรมเสื่อมเสียมาก" พล.ต.ท.รุทธพล กล่าว
เมื่อถามว่า ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า
ขอให้รายละเอียดในช่วงบ่ายวันนี้แทน เพื่อให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้เวลาทำงานก่อน แต่ตรงนี้คงต้องขอบคุณอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เพราะได้รายงานให้ตนทราบล่วงหน้าแล้วว่ามีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น และก็ได้มีการส่งสายไป จนเกิดการปฏิบัติการตรวจค้นจู่โจม ซึ่งก็ถือว่าการปฏิบัติก็พบว่าข้อมูลค่อนข้างตรง ในส่วนนี้ทางอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ก็จะได้เร่งดำเนินการแก้ไข แม้จะแก้ไขไปบางส่วนแล้ว แต่ก็อยากฟังในส่วนของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยว่าดำเนินการไปมากน้อยแค่ไหน
เมื่อถามว่า นายมานพ ชมชื่น ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เพิ่งมาปฏิบัติหน้าที่แทน นายนัสที ทองปลาด ผบ.เรือนจำฯ คนเก่าที่เกษียณอายุราชการไป ระยะเวลาเพียงเล็กน้อยที่นายมานพ มาเข้ารับตำแหน่ง เหตุใดจึงย่ามใจจนเกิดเหตุการณ์ขึ้น หรือมีการละเว้น ละเลย เพิกเฉย หรือไม่นั้น พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า เรื่องนี้คงตอบไม่ได้ แต่ขอดูจากพยานหลักฐานของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน
เมื่อถามว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมีการใช้ห้องใต้บันไดของเรือนจำฯ และพบถุงยางอนามัยใช้แล้ว ได้รับรายงานอย่างไรหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ตนก็ได้รับรายงานลักษณะนี้ แต่ว่าตนขอดูรายละเอียดอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน หากหลังจากนี้มีอะไรเพิ่มเติม เราก็จะเร่งรัดทุกอย่างโดนเร่งด่วน ส่วนจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่นั้น ตนยังไม่ทราบ เพราะเป็นเพียงการรายงานขึ้นมาด้วยวาจา แต่ตนเชื่อว่าเวลา 5 วัน คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงคงทำอะไรได้มากแล้ว เพราะปลัด ยุติธรรม ได้กำชับลงไปแล้ว
เมื่อถามว่า กลุ่มผู้ต้องขังจีนเทา คือคนกลุ่มประเภทคดีใดนั้น พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบรายละเอียด ทราบเพียงว่าเป็นกลุ่มจีนเทา และการคุมขังอะไรต่าง ๆ ก็พยายามปรับให้ดีที่สุด และในวันพรุ่งนี้(22 พ.ย.)จะได้เข้าไปดูรายละเอียด
เมื่อถามว่า หากพบว่ามีการกระทำความผิดจริง มีแนวโน้มขยับไปสู่กระบวนการสอบสวนวินัยร้ายแรง ให้พักราชการ ออกจากราชการไว้ก่อน หรือส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ดำเนินการตามมาตรา 157 เลยหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า
"ผมก็ขอให้เอาแบบเต็มที่ที่สุด เพราะอย่างที่ผมกล่าวไป มันเป็นเรื่องที่เรารับไม่ได้จริง ๆ ผมรับราชการมาจนเกษียณอายุมาขนาดนี้แล้ว จนมาอยู่จุดนี้ก็เพิ่งเคยเห็นแบบนี้ ก็จะร่วมกันแก้ไข ใครทำผิดก็ว่าไปตามผิด เพราะผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนก็รับไม่ได้กับเรื่องนี้"
เมื่อถามว่าสิ่งที่ รมว.ยุติธรรม ได้รับรายงานมีความใกล้เคียงกับที่มีการนำเสนอผ่านสื่อหรือไม่ ว่ามีนางแบบสาวสวยเข้าไปด้านใน พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวยอมรับว่า เป็นเรื่องจริงตามที่มีการรายงาน ซึ่งทางอธิบดีกรมราชทัณฑ์ได้มีการรายงานให้ตนทราบก่อนถึงวันเปิดปฏิบัติการจู่โจม และในวันปฏิบัติการก็มีการวางแผนอย่างรอบคอบและนำชุดเจ้าหน้าที่จากที่อื่นมาเสริมด้วย
เมื่อถามต่อว่า ที่ผ่านมา สังคมมักพูดว่าเรือนจำคล้ายเป็นแดนสนธยาที่จะมีสิทธิพิเศษสำหรับผู้ต้องขังบางราย มองว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีหรือไม่ที่จะได้ล้างบางคุกให้โปร่งใส พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวยอมรับว่า ก็คงต้องดูให้ครบทุกระบบ เพราะวานนี้(20 พ.ย.)ก็ไปที่จังหวัดเชียงใหม่ ไปดูระบบของทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ ไปพูดคุยกับเรือนจำกลางเชียงใหม่ ตนก็มองว่ามันแล้วแต่พื้นที่ด้วย เพราะถ้าบริเวณดังกล่าวนี้เขาจะบล็อกสัญญาณโทรศัพท์มือถือเลย ก็คงต้องนำมาปรับและพูดคุยกัน ตนไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดซ้ำอีก
เมื่อถามว่านายมานพ ชมชื่น เคยเป็น ผบ.เรือนจำที่อื่นมาก่อนมาเป็น ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จะมีการตรวจสอบย้อนหลังหรือไม่ว่าเคยมีเหตุลักษณะเช่นนี้มาก่อนหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า คงต้องดำเนินการให้มากที่สุด ส่วนว่าเคยทำมาหลายครั้งก่อนหน้านี้หรือไม่ ตนไม่ทราบจริง ๆ จึงขอดูรายละเอียดจากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงดีกว่า ส่วนพฤติกรรมส่วนตัวของ ผบ.เรือนจำฯ ตนก็ไม่ทราบข้อมูลเช่นเดียวกัน
เมื่อถามว่า มีแนวโน้มจะขอรับการสนับสนุนจากดีเอสไอ หรือตำรวจ หรือ ปปง. เพื่อเข้ามาดูข้อมูลเชิงลึกหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ตนเชื่อว่าต้องมีหลายหน่วยงานเข้าร่วมแน่นอน เราจะไม่ปล่อยผ่าน ต้องดูกันทั้งระบบ ส่วนการเข้าตรวจค้นจู่โจมเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ วันนี้เพิ่มเติม ตนก็ขอดูรายงานในช่วงบ่ายก่อน ให้ความมั่นใจเลยว่าไม่ปล่อยผ่านแน่นอน ส่วนจะพาสื่อมวลชนเข้าไปดูพื้นที่ในเรือนจำฯ ได้หรือไม่ ตนขอไปตรวจสอบเรื่องระเบียบเล็กน้อยว่าทำได้หรือไม่





