วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กยท.หนุนเกษตรกรปลูกยางทดแทน เร่งจ่ายกว่า 2,800 ล้าน ภายใน ก.ย.

กยท.แก้ไขกฎเกณฑ์ ส่งเสริม สนับสนุน เกษตรกรสวนยาง ปลูกยางพาราใหม่ ทดแทนต้นยางเก่า อัตราไร่ละ 16,000 บาท ตั้งเป้าจ่ายจบภายใน ก.ย.นี้ งบฯ 2,800 ล้าน

นายเพิก เลิศวังพง รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย(กยท.)เปิดเผยว่า กยท.ได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขกฎเกณฑ์การจ่ายเงินในการส่งเสริมและสนับสนุน ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง ในการปลูกยางพาราใหม่ ทดแทนยางพาราที่มีอายุมาก ตามพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย มาตรา 49(2)  ให้มีความรวดเร็ว สามารถจ่ายเงินให้เกษตรกรได้ทันทีที่เกษตรกรชาวสวนยางที่ได้รับอนุมัติจาก กยท.ให้โค่นยางและปลูกแทน 

จากเดิมที่เกษตรกรต้องยื่นแบบขอโค่น และปลูกแทน ด้วยทุนตนเองก่อนได้รับอนุมัติ(แบบ กยท.4) ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายสำหรับการโค่น และปลูกต้นยางใหม่ รวมทั้งยังจะช่วยให้เกษตรกรชาวสวนยางมีเงินทุนหมุนเวียนนำไปบริหารจัดการสวนยางอีกด้วย

​ทั้งนี้ 2-3 ปีที่ผ่านมา เกษตรกรที่ขอโค่นและปลูกแทนด้วยทุนตนเองก่อน ยังไม่ได้รับเงินชดเชย ทำให้เกษตรกรส่วนหนึ่งต้องกู้เงินมาใช้ในการโค่นและปลูกทดแทน สร้างภาระหนี้สินโดยไม่จำเป็น ทั้งที่เงินดังกล่าว เป็นเงินที่จะต้องจ่ายให้เกษตรกรตาม พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย มาตรา 49(2) ที่กำหนดให้นำรายได้จากเงินค่าธรรมเนียมส่งออกยาง (CESS) ไม่เกินร้อยละ 40 มาสนับสนุนส่งเสริมการปลูกยางพาราใหม่ ทดแทนยางพาราที่มีอายุมากอยู่แล้ว

กยท.หนุนเกษตรกรปลูกยางทดแทน เร่งจ่ายกว่า 2,800 ล้าน ภายใน ก.ย.
​

“เมื่อผมเข้ามาบริหาร กยท. ตั้งแต่เป็นประธานบอร์ด กยท. จนมาดำรงตำแหน่งเป็นรักษาการแทนผู้ว่าการ กยท.ในปัจจุบัน ได้ดำเนินแก้ปัญหาดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องจนประสบผลสำเร็จ พร้อมทั้งยังได้ปรับการทำงานทั้งหมดให้มีความรวดเร็ว”

“หลังจากนี้เป็นต้นไป เกษตรกรชาวสวนยางที่ยื่นขอโค่นและปลูกแทน หากมีคุณสมบัติ และหลักเกณฑ์ตรงตามที่ กยท.กำหนด จะได้รับเงินสนับสนุนส่งเสริมการปลูกยางพาราใหม่ทดแทนยางพาราที่มีอายุมากตามมาตรา มาตรา 49(2) ทันที ในอัตราไร่ละ 16,000 บาท จะไม่ให้เกษตรกรโค่นและปลูกแทนด้วยทุนของตนเองก่อนอีกต่อไป เพื่อลดภาระ ไม่ซ้ำเติมเกษตรกร โดยเฉพาะเกษตรกรที่ต้องกู้เงินมาลงทุนในการโค่นและปลูกใหม่ ที่จะต้องเสียดอกเบี้ยโดยใช่เหตุ”  รักษาการแทนผู้ว่าการ กยท.กล่าวและว่า

​ส่วนเกษตรกรชาวสวนยาง ที่ยื่นขอโค่นและปลูกแทนด้วยทุนตนเองก่อนได้รับอนุมัติ (แบบ กยท. 4) ไว้แล้ว มีทั้งหมด 36,283 ราย คิดเป็นพื้นที่รวม 346,685.90 ไร่ ขณะนี้ กยท.ได้อนุมัติงบประมาณปี 2568 จากกองทุนพัฒนายางพารา ตามมาตรา 49(2) วงเงินรวมกว่า 2,860 ล้านบาท เพื่อจ่ายให้เกษตรกรชาวสวนยางที่ยื่นขอโค่น และปลูกแทนด้วยทุนตนเอง ในอัตราไร่ละ 16,000 บาทดังกล่าวแล้ว  

โดยเกษตรกรสามารถติดต่อขอรับเงินสนับสนุนได้ที่ กยท.จังหวัด/สาขา ในพื้นที่ใกล้บ้าน ทั้งนี้ กยท. คาดว่า จะสามารถจ่ายเงินให้แล้วเสร็จทั้งหมดภายในเดือนกันยายน 2568 นี้อย่างแน่นอน
 

สำหรับเกษตรกรชาวสวนยางที่จะขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนในการปลูกแทน จะต้องมีคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ตามที่ กยท.กำหนดไว้ คือ จะต้องเป็นเกษตรผู้ขึ้นทะเบียนไว้กับ กยท.ในฐานะเป็นเจ้าของสวนยาง มีสวนยางไม่น้อยกว่า 2 ไร่ แต่ละไร่จะต้องปลูกต้นยางไม่น้อยกว่า 10 ต้น โดยเฉลี่ยไม่น้อยกว่าไร่ละ 25 ต้น และเป็นต้นยางอายุกว่า 25 ปี ขึ้นไป หรือต้นยางทรุดโทรมเสียหาย หรือต้นยางได้ผลน้อย ตามหลักเกณฑ์ที่ กยท.กำหนด  

นอกจากนี้ จะต้องไม่เป็นที่ดินหวงห้ามของทางราชการ หรืออยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ หรือเขตอุทยานแห่งชาติ หรือป่าที่ ตามมติคณะรัฐมนตรีกำหนดไว้ให้เป็นป่าถาวร อันเป็นสมบัติของชาติ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากหน่วยราชการผู้รับผิดชอบ ให้เป็นผู้มีสิทธิทำกิน หรือได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติเป็นการชั่วคราว เพื่อการทำสวนยาง
​
ทั้งนี้เกษตรกรที่มีคุณสมบัติ และผ่านหลักเกณฑ์ที่ กยท.กำหนด สามารถยื่นแบบขอรับการส่งเสริม และสนับสนุนการโค่นและปลูกแทนได้ที่ กยท.จังหวัด/สาขา ในพื้นที่ใกล้บ้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่ กยท.จะสำรวจ รังวัดที่ดินทันทีที่ กยท.อนุมัติคำขอแล้ว โดยจะแจ้งผลให้เกษตรกรเจ้าของสวนยางทราบ พร้อมทั้งนัดเกษตรกรเจ้าของสวนยางประชุมชี้แจงขั้นตอนการปลูกแทน ทำสัญญา และรับหนังสือประจำตัวผู้ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการปลูกแทน 

โดยจะได้รับการส่งเสริมและสนับสนุน ให้มีการปลูกแทนไร่ละ 16,000 บาท ซึ่งเกษตรกรสามารถเลือกรูปแบบการปลูกแทนได้ 3 แบบ  คือ แบบแรก ปลูกแทนด้วยยางพันธุ์ดี แบบที่ 2 ปลูกแทนด้วยไม้ยืนต้น ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ และแบบที่ 3 ปลูกแทนแบบสวนยางยั่งยืน ซึ่งจะเป็นการปลูกยางผสมผสาน ร่วมกับกิจกรรมอื่น