“รองโฆษก สธ.” เผย นโยบาย “สมศักดิ์” ขับเคลื่อนระบบสาธารณสุขเข้มแข็ง ตั้งสนง.เศรษฐกิจสุขภาพ เดินหน้า Medical and Wellness Hub ยกระดับภูมิปัญญาไทย ชิงส่วนแบ่งตลาดโลก
นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ รองโฆษกกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ภายในปี 2570 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เร่งผลักดันกระทรวงสาธารณสุขเป็นกระทรวงที่ขับเคลื่อนระบบสาธารณสุขของประเทศให้เข้มแข็ง สร้างเศรษฐกิจให้มีความมั่นคง ยั่งยืน ประชาชนมีสุขภาพดีพร้อมเผชิญความท้าทายในทศวรรษหน้า จากการเร่งรัดโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ รวมถึงโครงการคนกินคาร์บ ที่ส่งเสริมให้ประชาชนหันมานับปริมาณของคาร์โบไฮเดรตที่เหมาะสมต่อร่างกายของแต่ละคนในแต่ละวัน จนปัจจุบันนี้มีคนนับคาร์บมากกว่า 10 ล้านคนทั่วประเทศ
“นายสมศักดิ์ ยังได้มีมุมมองใหม่ๆในการบริหารงานกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งได้กล่าวปาฐกถาในงาน 5 ทศวรรษระบบยาประเทศไทย ภายใต้แนวความคิด Bridge Health and Weath: The Strategic Impact of Drug System ซึ่ง นายสมศักดิ์ สังเคราะห์แนวโน้มหลักที่ส่งผลต่อสุขภาพและยาดังต่อไปนี้
1.สังคมผู้สูงอายุจำนวนมากขึ้นความต้องการดูแลโรคเรื้อรังและบริการสุขภาพแบบบูรณาการเพิ่มขึ้น
2.การเปลี่ยนแปลงค่านิยมทางสังคมดูแลตัวเองมากขึ้น
3.สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงผันผวนโรคติดต่อและภัยคุกคาม
4.เกิดความร่วมมือระหว่างประเทศการจัดหายาและเวชภัณฑ์การลงทุนวัตกรรม
5.การเกิดเทคโนโลยีดิจิทัศน์และนวัตกรรมล้ำสมัย AI system cell
6 รูปแบบโลกที่เปลี่ยนแปลงโรคติดต่อและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง“ รองโฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าว
นายจิรพงษ์ เปิดเผยอีกว่า นายสมศักดิ์ ยังได้โชว์วิสัยทัศน์เร่งผลักดันการดำเนินงานต่อการพัฒนาระบบยาของประเทศ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ เพื่อให้ประเทศมีระบบยาที่มั่นคงบนพื้นฐานของการวิจัยพัฒนายา ประชาชนเข้าถึงยาคุณภาพอย่างทั่วถึงปลอดภัยสอดคล้องกับแผนปฏิบัติการการพัฒนาระบบยาของประเทศ โดยโครงการที่ นายสมศักดิ์ ทำมาแล้วได้แก่การยกระดับ สมุนไพรไทย ยาไทย และศูนย์กลางด้านการแพทย์สุขภาพมูลค่าสูงภายใต้สโลแกน เจ็บป่วยคราใด คิดถึงยาไทย ก่อนไปหาหมอ โดยเพิ่มรายการยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติรวม 106 รายการ ปรับระบบบริการผู้ป่วยนอกเพื่อส่งเสริมให้แพทย์สั่งจ่ายยาสมุนไพร 32 รายการใน 10 กลุ่มอาการโรคที่พบบ่อย ขั้นตอนต่อไป นายสมศักดิ์ มีนโยบายเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจสุขภาพสู่ Medical and Wellness Hub ซึ่งเป็นนโยบายของพรรคเพื่อไทย โดยการจัดตั้ง สำนักงานเศรษฐกิจสุขภาพ เพื่อยกระดับภูมิปัญญาไทย ยกระดับสมุนไพรไทย ยาไทย อาหารไทย ส่งเสริมสุขภาพการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ศูนย์กลางด้านการแพทย์และสุขภาพมูลค่าสูง การดูแลสุขภาพบุคคลและความงาม ซึ่งมูลค่าทางเศรษฐกิจณขณะนี้คือ 6.9 แสนล้านบาทและคาดหวังว่าไทยจะใช้จุดแข็งของภูมิปัญญาไทยแย่งชิงส่วนแบ่งจากตลาดโลกซึ่งจะเป็นรายได้มหาศาลเข้าสู่ประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อม





