วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม 2569

Login
Login

ครม.ไฟเขียว ขยายเวลายื่นขอใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ 68 จังหวัด

ครม.ไฟเขียว ขยายเวลายื่นขอใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้  68 จังหวัด

ครม.ไฟเขียว ขยายเวลายื่นขอใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ 68 จังหวัด จำนวน 21,355 โครงการ รวม 137,444 คำขอ เขตป่าสงวนแห่งชาติ 93,706 คำขอ เขตป่า 2484 จำนวน 43,738 คำขอ เร่งพิจารณาภายใน 6 เดือน

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้มอบหมายให้กรมป่าไม้ แจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อแจ้งให้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ประสานกับส่วนราชการ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดำเนินการสำรวจและรวบรวมข้อมูลโครงการที่ดำเนินการในเขตพื้นที่ป่าไม้ก่อนได้รับอนุญาต และยังไม่ได้ยื่นคำขออนุญาตตามกำหนดเวลาตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2564 ซึ่งสิ้นสุดวันที่ 7 ก.ย. 2564  และรวบรวมข้อมูลแจ้งกลับมายังกรมป่าไม้เพื่อสรุปผล 

โดยจากการสรุป เมื่อวันที่ 13 ก.ย. 2567 ที่ผ่านมา พบว่ามีโครงการที่ดำเนินการในเขตพื้นที่ป่าไม้ก่อนได้รับอนุญาต และยังไม่ได้ยื่นคำขออนุญาตใน 68 จังหวัด รวม 21,355 โครงการ ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ปัญหาและสร้างประโยชน์ให้กับทุกฝ่าย ทั้งส่วนราชการ หรือหน่วยงานของรัฐ สามารถปฏิบัติงานเป็นไปตามระเบียบและกฎหมายกำหนด ส่วนประชาชนจะได้รับการพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียมและเสมอภาค ขณะเดียวกันยังช่วยลดขั้นตอนและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน ตลอดจนส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐให้ปฏิบัติภารกิจเป็นไปตามเป้าหมายของ ทส. จึงเห็นสมควรให้กรมป่าไม้ ดำเนินการขอขยายระยะเวลา ครม. 

ทั้งนี้ ทส.ได้เสนอเรื่องผ่านไปยังเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอเข้าที่ประชุม ครม.พิจารณา เกี่ยวกับการขอผ่อนผันการเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ก่อนได้รับอนุญาต และยังไม่ได้ยื่นคำขออนุญาตในระยะเวลา ตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2563 และเมื่อวันที่ 11 พ.ค.2564 และมติ ครม.ที่เกี่ยวข้อง 

นายเฉลิมชัย ระบุว่า ในการเสนอขอผ่อนผันดังกล่าว ประกอบด้วย 5 ประเด็นสาระสำคัญ ดังนี้ 

ประเด็นที่ 1 ผ่อนผันให้ส่วนราชการที่ได้เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ก่อนได้รับอนุญาต และยังไม่ได้ยื่นคำขออนุญาตในห้วงเวลาตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2563 และเมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2564 ซึ่งสิ้นสุดเมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2564 มายื่นคำขอภายใน 120 วัน นับแต่วันที่ ครม. มีมติ  แต่ต้องเป็นโครงการที่ส่วนราชการได้เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ก่อนได้รับอนุญาต ต้องเป็นโครงการที่ได้เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ก่อนวันที่ 23 มิ.ย. 2563 เท่านั้น หากยังพบว่าส่วนราชการใด ยื่นคำขอไม่ทันอีก ให้ส่วนราชการดังกล่าวเสนอเรื่องต่อ ครม. พิจารณาด้วยตนเอง

ประเด็นที่ 2 คำขอตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2563 และเมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2564 และคำขอที่จะได้รับการผ่อนผันตามข้อ 1 หากอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ Zone C ให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติอนุมัติ จากเดิมเป็นอำนาจของ รมว.ทส. 

ประเด็นที่ 3 ขอผ่อนผันให้ส่วนราชการที่ได้ยื่นคำขอตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2563 และเมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2564 และคำขอที่จะได้รับการผ่อนผันตามข้อ 1 เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 A ซึ่งเดิมส่วนราชการผู้ขอต้องเสนอ ครม. เองเป็นราย ๆ ไป

ประเด็นที่ 4 เสนอเห็นชอบให้ส่วนราชการที่ได้ยื่นคำขออนุญาตตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2563 และเมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2564 และตามที่ ครม.ได้เห็นชอบในครั้งนี้ ให้สามารถของบประมาณ และเข้าไปดำเนินการซ่อมแซม บำรุง รักษาสิ่งปลูกสร้างได้ 

ประเด็นที่ 5 คำขอที่จะได้รับการผ่อนผันตามข้อ 1 ได้รับการยกเว้นไม่ต้องชำระค่าปลูกป่าทดแทนตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2556 

รมว.ทส. กล่าวอีกว่า สำหรับความคืบหน้าในการพิจารณาคำขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตพื้นที่ป่าไม้ก่อนได้รับอนุญาต ตามมติครม.เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2563 และเมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2564 จำนวน 137,444 คำขอ ประกอบด้วย คำขอในเขตป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 93,706 คำขอ และคำขอในเขตป่า 2484 จำนวน 43,738 คำขอ จะมีการเร่งรัดการพิจารณาคำขออนุญาตให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน โดยจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ จากเดิมเดือนละ 1 ครั้ง เป็นเดือนละ 2 ครั้ง 

ทั้งนี้ ภายใต้นโยบายของรัฐบาล ที่ได้มอบหมายให้ทุกกระทรวงรวบรวมนโยบายสนับสนุนการกินดีอยู่ดี หรือมีคุณภาพชีวิตที่ดี ในส่วนของกรมป่าไม้ จะเร่งอนุญาตคำขออนุญาตการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ที่ตกหล่น ยังไม่ได้ขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ตามมติ ครม. ส่วนคำขออนุญาตฯ ที่ยื่นไว้แล้ว จะเร่งรัดการพิจารณาให้เสร็จโดยเร็ว

ครม.ไฟเขียว ขยายเวลายื่นขอใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้  68 จังหวัด