วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม 2569

Login
Login

ศปช. ย้ำ อปท.อำนวยความสะดวกประชาชนยื่นรับ10,000 บาท ล้างดินโคลน น้ำท่วม

ศปช. ย้ำ อปท.อำนวยความสะดวกประชาชนยื่นรับ10,000 บาท ล้างดินโคลน น้ำท่วม

ศปช. ย้ำ อปท.อำนวยความสะดวกประชาชนยื่นรับ10,000 บาท ล้างดินโคลน น้ำท่วม ต้องเป็นเจ้าบ้านเท่านั้น ป้องกันแอบอ้าง

 เมื่อวันที่ 12 ต.ค.นายจิรายุ ห่วงทรัพย์โฆษกศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม หรือ ศปช. เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการฟื้นฟูอาคารบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนที่อ.แม่สาย จ.เชียงราย หลายหน่วยงานระดมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร เครื่องมือขุดและขนย้ายดินโคลนออกจากบ้านเรือนประชาชน ภาพรวมคืบหน้าอย่างมาก จะมีบางพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนัก หลังน้ำลดยังมีดินโคลนตกค้างอยู่ 

โดยกระทรวงแรงงาน จัดโครงการจ้างงานเร่งด่วน จำนวน 400 คน ช่วยฟื้นฟูพื้นที่น้ำท่วม ระดมเคลียร์ดินโคลน ล้างทำความสะอาดในพื้นที่ชุมชนเกาะทราย ตลาดนัดสายลมจอย ชุมชนไม้ลุงขน และชุมชนเหมืองแดง ต.แม่สาย  ซึ่งดำเนินการมา 4 วันมีความคืบหน้าไปมาก และจะเคลียร์พื้นที่ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 13 ต.ค.เพื่อให้ประชาชนกลับเข้าสู่บ้านเรือนที่พักอาศัยและร้านค้าสามารถดำเนินกิจการโดยเร็ว 

นายจิรายุ กล่าวว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน ลงพื้นที่ติดตามนโยบายจ้างงานให้คนงานลงไปฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำท่วมและยังช่วยให้มีรายได้ โดยจ้างงานด้วยการระดมเคลียร์ดินโคลนในชุมชนที่ยังมีตกค้างอยู่ตามบ้านเรือน สถานที่ทำงานและร้านค้า โดยเฉพาะชุมชนที่ติดลำน้ำสายที่ได้รับผลกระทบหนัก พร้อมเร่งสำรวจความเสียหายสถานประกอบการและลูกจ้างที่ประสบภัย สำหรับการยื่นเอกสารขอรับการช่วยเหลือค่าทำความสะอาดดินโคลน ซากวัสดุ บริเวณที่อยู่อาศัย หลังละ 10,000 บาท นั้น เพื่อความสะดวก รวดเร็วในการดำเนินการ ศปช.ขอให้เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)และ อบต.อบจ.เทศบาลในจังหวัดที่ประสบภัย ให้คำแนะนำและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในทุกขั้นตอน ขณะเดียวกันขอความร่วมมือประชาชนเตรียมบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมทั้งกรอกแบบฟอร์มขอรับการช่วยเหลือ ยื่นได้ที่ อปท.ในพื้นที่ที่อาศัยอยู่ จากนั้น อปท.จะส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบหน้างานและถ่ายรูปสภาพที่อยู่อาศัย หากประชาชนมีรูปถ่ายแล้วก็สามารถแนบรูปยื่นส่งพร้อมเอกสารได้ โดยผู้ยื่นเอกสารขอรับการช่วยเหลือต้องเป็นเจ้าของบ้านเท่านั้นเพื่อป้องกันการแอบอ้าง

นายจิรายุ กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาและป่าสัก เพื่อความปลอดภัยในการสัญจรทางน้ำ และป้องกันผลกระทบแก่ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมน้ำ กรมเจ้าท่า โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาอยุธยา ได้ออกประกาศแนวทางสัญจรในแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสัก ขอให้ผู้ควบคุมเรือเดินเครื่องเบา ระวังคลื่นกระทบบ้านเรือนประชาชน ให้การลากจูงเรือลำเลียงสินค้าได้ไม่เกินพวงละ 3 ลำ ต้องมีเรือดึงท้ายหรือโต่งท้ายที่กำลังเครื่องไม่น้อยกว่ากำลังของเครื่องจักรลากจูง จัดให้มีคนประจำเรืออย่างน้อย 1 คน ประจำหัวเรือลำเลียงทุกลำ ให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่นอกตัวเรือต้องสวมใส่เสื้อชูชีพตลอดเวลา  พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่งสินค้าทางน้ำ ใช้ช่วงเวลาสัญจรทางน้ำสำหรับเรือลากจูงและเรือลำเลียงสินค้า ขึ้น-ล่อง ในแม่น้ำป่าสัก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขาขึ้น เดินเรือในช่วงเวลากลางวัน ระหว่างเวลา 09.00-18.00 น. ส่วนขาล่อง เดินเรือตามน้ำนอกเหนือจากเวลาดังกล่าว  ต้องพิจารณาถึงความปลอดภัยของการเดินเรือและไม่กระทบต่อผู้ที่อยู่อาศัยริมฝั่งแม่น้ำ สอบถามสายด่วนเจ้าท่า 1199