วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘พัชรวาท’ เผย มาตรการแก้ ‘PM2.5’ จะเข้มขึ้น อะไรไม่ได้ผลต้องปรับปรุง ทบทวน

"พัชรวาท" ห่วง “PM2.5” หลายพื้นที้เข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยวอ้อย-เตรียมปลูกข้าว การเผาเพิ่มสูง ระบุ “กทม.“ ปัญหาจากท่อไอเสีย-โรงงานอุตสาหกรรม สั่ง กวดขัน ตรวจ จับ ปรับ เผย มาตรการจะเข้มขึ้น อะไรไม่ได้ผลต้องปรับปรุง ทบทวน เชื่อถ้า พ.ร.บ.อากาศสะอาด บังคับใช้ จะแก้ได้เป็นระบบ

พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า ได้รับรายงานสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ซึ่งอยู่ในช่วงที่น่าห่วงใย เนื่องจากมีระดับค่าฝุ่นปานกลางจนถึงส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน แม้ว่าได้เตรียมการและบูรณาการกับหลายภาคส่วนแล้วก็ตาม โดยในส่วนของ ทส. ได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้าไปกำกับดูแลตามภารกิจล่วงหน้าไว้อยู่แล้ว ทำให้หลายพื้นที่สถานการณ์เบาบางลง 

ขณะเดียวกัน ยังมีอีกหลายพื้นที่ที่ต้องช่วยกันควบคุมแก้ไข โดยเฉพาะช่วงนี้เข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวอ้อยและเตรียมพื้นที่ท้องนาเพื่อเริ่มฤดูกาลเพาะปลูกใหม่ จึงทำให้มีการเผาในปริมาณสูงขึ้น แม้จะให้มีการจับตาอย่างใกล้ชิด ก็ยังพบว่ามีการลักลอบเผา ส่วน กทม.และปริมณฑล ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากมลพิษจากท่อไอเสียและโรงงานอุตสาหกรรม จึงได้มอบหมายให้กรมควบคุมมลพิษร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งการตรวจตรารถควันดำให้มีมาตรการเข้มข้น ตรวจ จับ ปรับ ตามความเหมาะสม เพื่อให้ได้เกิดความตื่นตัว ร่วมมือกับภาครัฐในการแก้ไขปัญหา

"จากนี้ไปมาตรการต่างๆ จะมีความเข้มข้นมากขึ้น อะไรที่ทำไปแล้วไม่ได้ผลก็จะต้องมีการทบทวน ปรับปรุง เราพยายามแก้ไขปัญหาให้ดีขึ้นเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน ขอให้ประชาชนมั่นใจ และขณะนี้เครื่องมือสำคัญในการจัดการกับฝุ่น PM 2.5 คือร่างพ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด กำลังเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญจะใช้เวลาแปรญัตติ 15 วัน ถือว่ารัฐบาลได้ผลักดันร่างกฎหมายอย่างเร่งด่วน"

ทั้งนี้ เชื่อว่าหากร่างกฎหมายผ่านขั้นตอนของสภาฯและมีการประกาศใช้จริง จะสามารถบริหารจัดการปัญหามลพิษทางอากาศได้อย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งในประเทศและมลพิษข้ามพรมแดน