'Klook' จ่ออัพเกรดแพลตฟอร์ม ขยายฐานผู้ใช้บริการ ตอบโจทย์ท่องเที่ยวยุคใหม่

'Klook' จ่ออัพเกรดแพลตฟอร์ม ขยายฐานผู้ใช้บริการ ตอบโจทย์ท่องเที่ยวยุคใหม่

Klook บรรจุข้อตกลง ร่วมทุน บ.ชั้นนำ รวม 210ล้านเหรียญสหรัฐ เตรียมเปิดศักราชท่องเที่ยวแบบใหม่ อัพเกรดแพลตฟอร์ม ขยายฐานผู้ใช้บริการ มั่นใจผลประกอบการทะลุเป้า

เมื่อเร็วๆ นี้ อีธาน ลิน ประธานบริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง Klook เปิดเผยว่าบริษัทได้บรรลุข้อตกลงด้านเงินลงทุนรอบล่าสุดด้วยมูลค่า 210 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยการระดมทุนในรอบนี้นำโดย Bessemer Venture Partners พร้อมกับการร่วมทุนจาก BPEA EQT กองทุนการลงทุนในเอเชีย Atinum Investment และ Golden Vision Capital, บริษัทลงทุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้แก่ SMIC SG Holdings รวมถึงสถาบันการเงินไทยได้แก่ กรุงศรี ฟินโนเวต บริษัทในเครือธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และ  กสิกรแบงก์ Financial Conglomerate ดังนั้นทิศทางของบริษัทจากนี้ จะมุ่งเน้นที่การเพิ่มความแข็งแกร่งของแบรนด์ และให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ app-first เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่เข้าใช้ผ่านแอปพลิเคชันให้เพิ่มมากขั้น จากปัจจุบันที่พบว่ายอดการจองมากกว่า 80% และเกิดลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าเมื่อเทียบกับปี พ.ศ 2562 และมีลูกค้าปัจจุบันกลับมาใช้ซ้ำ

\'Klook\' จ่ออัพเกรดแพลตฟอร์ม ขยายฐานผู้ใช้บริการ ตอบโจทย์ท่องเที่ยวยุคใหม่

ประธานบริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง Klook เปิดเผยถึงแนวทางหลังจากระดมทุนได้ เป็น 3 แนวทาง คือ

 1. เพิ่มนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ โดยการพัฒนาและออกแบบ City Pass ให้ครอบคลุมความต้องการของนักท่องเที่ยวและทำให้นักท่องเที่ยวสะดวกและประหยัดมากขึ้น

2.  ยกระดับโซเชียลและดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งผ่านโปรแกรม Klook Kreator เพื่อส่งเสริมให้เกิดการสร้างสรรค์เนื้อหาจากผู้ใช้งานจริง

3.  ใช้ระบบปฏิบัติการ AI มาใช้ให้ต่อเนื่อง

"ล่าสุดบริษัท ได้ร่วมมือกับ Google Cloud เพื่อพัฒนาระบบปฏิบัติการ AI นำมาใช้บนแพลตฟอร์ม ตั้งแต่การแปลอัตโนมัติ, การสร้างคอนเทนต์, การให้บริการลูกค้าผ่านแชทบอท  นอกจากนั้นบริษัทยังวางแผนที่จะร่วมมือกับนักลงทุนใหม่ในระดับภูมิภาค เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดและส่งเสริมให้บริษัทเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง มุ่งเป้าที่การเจาะกลุ่มชนชั้นกลางที่เติบโตอย่างรวดเร็วในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" ประธานบริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง Klook กล่าว

อีธาน ลิน ยังประเมินทิศทางของธุรกิจด้านบริการจองกิจกรรมและประสบการณ์การท่องเที่ยวต่อไปด้วยว่า คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลกจะเติบโตสูงขึ้นถึง 15.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในปี พ.ศ. 2576 โดยมีภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นผู้นำในการเติบโต โดยระหว่างปี พ.ศ. 2566-2571 จะมีอัตราการเจริญเติบโตประจำปี (CAGR) ที่ 11% ถือเป็นส่วนแบ่งทางการตลาดขนาดใหญ่จากการท่องเที่ยวทั่วโลก โดยมีปัจจัยมาจากการขับเคลื่อนโดยกลุ่มชนชั้นกลาง, การใช้จ่ายของผู้บริโภคที่เพิ่มสูงขึ้น และ เทรนด์ความสนใจที่เพิ่มขึ้นต่อประสบการณ์การท่องเที่ยวที่แตกต่างหลากหลาย

\'Klook\' จ่ออัพเกรดแพลตฟอร์ม ขยายฐานผู้ใช้บริการ ตอบโจทย์ท่องเที่ยวยุคใหม่

" Klook จะให้ความสำคัญกับ การสร้างประสบการณ์การการท่องเที่ยวที่ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้นในกลุ่มลูกค้าเอเชีย และในขณะเดียวกันก็พร้อมนำเสนอประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ดีที่สุดของเอเชียให้กับนักท่องเที่ยวต่างภูมิภาคที่เดินทางเข้ามา  ซึ่งการมองเห็นจุดแข็งนี้ เชื่อว่าจะพาเราไปสู่การเติบโตทางรายได้และกำไร รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพของรายได้ของธุรกิจต่อจำนวนพนักงานในองค์กรให้สูงขึ้น 3 เท่า  โดยในช่วงที่ประเทศแถบเอเชียกำลังฟื้นตัวจากโควิด เราได้เห็นอีเว้นท์ระดับโลกที่กำลังจะเกิดขึ้น อาทิ Paris Olympics 2024 และ Osaka World Expo 2025 เมื่อพิจารณาปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ ร่วมกับการเห็นเทรนด์การเติบโตของการใช้จ่ายที่มากขึ้น และการนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในชีวิตประจำวัน ทำให้เราเห็นว่าสภาพเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของเอเชียกำลังดำเนินไปในทิศทางบวก” อีธาน ลิน กล่าว.

 

 

"