วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

นักธุรกิจรุ่นใหม่ ตระหนักสร้างโมเดลธุรกิจเท่าเทียม เอื้อเพื่อนมนุษย์

ผู้นำภาคธุรกิจและภาคประชาสังคม ระดมความเห็นผ่านวงประชุมAsia-IRB ตระหนักการสร้างโมเดลธุรกิจยั่งยืน เพื่อเศรษฐกิจฐานมนุษย์ เอื้อเพื่อนมนุษย์

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา มีการประชุม Asia-IRB Forum จัดโดย อ็อกแฟม อินเตอร์เนชั่นแนล (Oxfam International) ที่กรุงเทพฯ โดยมีผู้นำภาคธุรกิจ กลุ่มประชาสังคมจากจากเอเชีย และหน่วยงานระหว่างประเทศเข้าร่วมประชุมกว่า 80 ราย เพื่อหารือเกี่ยวกับวิธีการที่ธุรกิจจากการจ่ายค่าจ้างที่เหมาะสม การส่งเสริมศักยภาพของผู้หญิง การมีส่วนร่วม และการปรับตัวเพื่อสร้างการผลิตและห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนซึ่งส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศน้อยที่สุด การประชุมนี้ยังพิจารณาถึงวิธีการเสริมสร้างความร่วมมือกันระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในภาคส่วนต่างๆ อีกด้วย

 

กุนธี กัน รองประธาน AMRU Riceซึ่งเป็นผู้ผลิตและส่งออกข้าวอินทรีย์ ของกัมพูชา  กล่าวว่า เรากำลังพยายามสร้างระบบนิเวศที่ทุกคนในห่วงโซ่อุปทานได้รับประโยชน์ โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อย รูปแบบของเราส่งเสริมผลประโยชน์ทางการค้าที่เป็นธรรมมากขึ้นสำหรับเกษตรกรผ่านการเป็นเจ้าของหุ้นโดยตรง โดยให้ราคาที่เป็นธรรม และค่าพรีเมี่ยมสำหรับพืชผลผ่านข้อตกลงการจัดหา เรากำลังทำงานอย่างใกล้ชิดกับภาคประชาสังคมเพื่อสนับสนุนความหลากหลายในการเพาะปลูกซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ตลอดทั้งปี นอกจากนี้ เรายังส่งเสริมเทคนิครับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพของภูมิอากาศให้กับเกษตรกรด้วย ซึ่งรวมถึงการใช้โรงเรือนและการปลูกพืชแซม เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

 

 

ด้าน จักรชัย โฉมทองดี องค์การอ็อกแฟม ประจำภูมิภาคเอเชีย เผยว่า บริษัทในเอเชียเริ่มตระหนักมากขึ้นถึงแรงผลักดันด้านสิ่งแวดล้อมและความเป็นธรรมทางสังคมในระดับโลก แต่ก็ยังไม่เพียงพอ บริษัทต่างๆ ควรก้าวข้ามรูปแบบ CSR ลักษณะเดิมๆ แบบโครงการสั้นๆ แล้วจบไป หากแต่ควรผนวกรวมมิติด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมให้เป็นส่วนประกอบสำคัญของโมเดลทางธุรกิจ

ขณะที่ ปราชญ์ เกิดไพโรจน์ ผู้อำนวยการระดับภูมิภาคด้านความยั่งยืน ไทยยูเนี่ยน บริษัทแปรรูปและส่งออกอาหารทะเลระดับ กล่าวถึงความร่วมมือกับภาคประชาสังคมในระดับโลกและระดับท้องถิ่นเพื่อการพัฒนาว่า เราได้ทำสัญญากับเรือประมงเพื่อส่งเสริมการใช้แรงงานที่ปลอดภัยและถูกกฎหมาย การทำงานร่วมกันเป็นพื้นฐานในการสร้างโมเดลธุรกิจที่มีส่วนร่วมและยั่งยืน เราจำเป็นต้องร่วมมือกับทุกคน ทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม และลูกค้า

นักธุรกิจรุ่นใหม่ ตระหนักสร้างโมเดลธุรกิจเท่าเทียม เอื้อเพื่อนมนุษย์

ทางด้าน ภิรมย์ ดีพรรณ ซีอีโอของ MUCH Mobile Healthcare ประเทศ กัมพูชา สตาร์ทอัพด้านบริการสุขภาพในกัมพูชา กล่าวว่า การลงทุนในสตาร์ทอัพด้านการดูแลสุขภาพมีผลกระทบทางสังคมอย่างมาก ความสำเร็จของธุรกิจ เพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์ด้านสุขภาพและการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับชุมชนที่ด้อยโอกาส ซึ่งนำไปสู่การกระจายทรัพยากรด้านการดูแลสุขภาพที่เท่าเทียมกันมากขึ้น และลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพ

 

ปิดท้ายที่ จอย บามิเดล ซีอีโอของ Jaebee Furniture (ไนจีเรีย)  JAEBEE Furniture กิจการเพื่อสังคมในไนจีเรียที่ให้ความสำคัญกับการสร้างโลกที่มีส่วนร่วมและเท่าเทียม ว่า การลงทุนด้านการศึกษาและการจ้างงานผู้หญิงมีความสำคัญมากในการสร้างผลกระทบทางสังคม เรามุ่งมั่นที่จะเป็นเวทีสำหรับผู้หญิงที่ด้อยโอกาสในชุมชนของเรา และนำหญิงสาวที่ออกจากโรงเรียนมาเข้าสู่ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ของเรา การดูแลผู้คนในชุมชนทำให้เราสามารถลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการและเพิ่มผลกำไรได้ แนวทางของเราคือการช่วยเหลือผู้คน เพราะเรารู้ว่าเมื่อเราช่วยเหลือผู้อื่น เราทุกคนจะได้รับประโยชน์

 

สำหรับการประชุมดังกล่าวได้ข้อสรุปว่า ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจะมุ่งมั่นทำงานต่อไปเพื่อสร้างโมเดลธุรกิจที่มีความเท่าเทียม สำรวจโอกาสต่างๆ และดำเนินการเพื่อช่วยเหลือธุรกิจอื่นๆ ในการให้ความสำคัญกับจุดมุ่งหมายด้านความเป็นธรรม และความยั่งยืนเท่าๆ กับผลกำไรเพื่อสร้าง 'เศรษฐกิจฐานมนุษย์' ที่เป็นระบบเศรษฐกิจที่หนุนเกื้อต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน.