‘ม.ราม’แจง3เหตุผล‘สืบพงษ์’พ้นอธิการบดี-ยันเลิกจ้างเหตุปลอมวุฒิการศึกษา

‘ม.ราม’แจง3เหตุผล‘สืบพงษ์’พ้นอธิการบดี-ยันเลิกจ้างเหตุปลอมวุฒิการศึกษา

‘ม.ราม’แถลง3เหตุผล‘สืบพงษ์’พ้นอธิการบดี-ยันเลิกจ้างเหตุช่วยพ่อตาซุกที่ดิน ปลอมวุฒิการศึกษา บิดเบือนฎีกา เตือนอย่าแอบอ้างแสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 27 ก.พ. ที่ผ่านมา นายวีระพล ตั้งสุวรรณ  นายกสภามหาวิทยาลัยรามคำแหงออกประกาศสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง เรื่องให้ข้าราชการ พนักงานมหาวิทยาลัย และลูกจ้างมหาวิทยาลัยทุกระดับปฏิบัติตามมติของสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง 

โดยระบุว่า ตามที่ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งทุเลาการบังคับตามมติและคำสั่งของสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อวันที่ 13กุมภาพันธ์ 2566 และต่อมาศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งยกคำขอของ นายสืบพงษ์ ปราบใหญ่ เกี่ยวกับคำร้องขอให้บังคับตามคำสั่งกำหนดวิธีการคุ้มครองชั่วคราวก่อนการพิพากษาเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์2566  แล้ว นั้น

ในการประชุมสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง ครั้งที่ 4/2566 เมื่อวันที่ 27 ก.พ. สภามหาวิทยาลัยรามคำแหงพิจารณาแล้วเห็นว่า เนื่องจากขณะนี้ได้เกิดเหตุความสับสนวุ่นวายและความไม่เข้าใจในอำนาจการบริหารงานของมหาวิทยาลัยรามคำแหง ก่อให้เกิดความเสียหายแก่มหาวิทยาลัยรามคำแหงอย่างมาก อาศัยอำนาจตามความในพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2451 มาตรา18 สภามหาวิทยาลัยรามคำแหงจึงมีมติให้ออกประกาศฉบับนี้เพื่อให้บุคลากรทุกฝ่ายของมหาวิทยาลัยรามคำแหงเข้าใจข้อเท็จจริงที่ถูกต้องและยึดถือปฏิบัติดังต่อไปนี้

1. ตามที่ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งทุเลาการบังคับตามมติและคำสั่งของสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อวันที่13  กุมภาพันธ์2566 เนื่องมาจากนายสืบพงษ์ เป็นผู้ขาดจริยธรรมต้องห้ามเป็นผู้บริหารด้วยสาเหตุสามประการ กล่าวคือ นายสืบพงษ์ ช่วยเหลือนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ซึ่งถูก ปปช. กล่าวหาว่าเป็นผู้ร่ำรวยผิดปกติ ช่วยปกปิดทรัพย์สินและเมื่อถูกดำเนินคดี จนกระทั่งศาลฎีกาพิพากษาให้ยึดทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน 
 

“แต่นายสืบพงษ์ ก็ไม่แจ้งให้มหาวิทยาลัยรามคำแหงซึ่งเป็นต้นสังกัดทราบ ซึ่งเป็นการไม่ปฏิบัติตามมติของคณะรัฐมนตรี และเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาพ.ศ. 2547 มาตรา39  วรรคสี่ และมาตรา 40”

ประการที่สองนายสืบพงษ์ นำวุฒิการศึกษาปริญญาเอกที่ไม่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ)มาสมัครเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยรามคำแหง ตำแหน่งอาจารย์ คณะศึกษาศาสตร์ 

ประการที่สาม นายสืบพงษ์ ได้ยื่นหนังสือทูลเกล้าถวายฎีกาโดยบิดเบือนข้อเท็จจริง นั้น ในขณะที่สภามหาวิทยาลัยรามคำแหงมีมติถอดถอน นายสืบพงษ์ ให้พ้นจากตำแหน่งอธิการบดีเมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2565 นั้น นายสืบพงษ์ ยังคงมีสถานะเป็นพนักงานของมหาวิทยาลัยรามคำแหง แต่เนื่องจากมหาวิทยาลัยรามคำแหงได้บอกเลิกสัญญาจ้างนายสืบพงษ์ 

“ตั้งแต่ เมื่อวันที่ 15พ.ย. 2565 ก่อนที่ศาลปกครองกลางจะมีคำสั่งทุเการบังคับตามมติของสภามหาวิทยาลัยรามคำแหงดังกล่าว นายสืบพงษ์จึงไม่มีสถานะเป็นพนักงานหาวิทยาลัย ตำแหน่งอาจารย์ คณะศึกษาศาสตร์ รวมถึงไม่มีคุณสมบัติและสถานะใดๆรองรับให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีได้อีกต่อไป”
 

แม้ต่อมา เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ศาลปกครองกลางจะได้มีคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาให้ทุเลาการบังคับตามมติและคำสั่งที่ให้ถอดถอนนายสืบพงษ์ จากอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง และทุเลาการบังคับตามมติและคำสั่งที่ให้แต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนอธิการบดี แต่คำสั่งของศาลปกครองกลางดังกล่าวก็มีได้วินิจฉัยและคุ้มครองเกี่ยวกับการเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยของนายสืบพงษ์

รวมถึงการบอกเลิกสัญญาจ้างของมหาวิทยาลัยรามคำแหงแต่อย่างใด ดังนั้นการให้นายสืบพงษ์ กลับมาปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งอธิการบดีต่อไป ทั้งที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้มีหนังสือบอกเลิกสัญญาจ้างไปแล้วย่อมทำให้เกิดความลักลั่นในทางปฏิบัติ และขัดต่อพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยรามคำแหงพ.ศ. 2541 มาตรา23  และพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2547เพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. 2551 มาตรา 4.18และ 65/2 อีกด้วย 

เนื่องจากพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่สอง) พ.ศ. 2551มาตรา 4 ,18และ65/2  กำหนดให้อธิการบดีเป็นตำแหน่งประเภทผู้บริหารและผู้ที่จะดำรงตำแหน่งอธิการบดีได้จะต้องเป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา หรือต้องเป็นพนักงานของมหาวิทยาลัยเท่านั้น กรณีดังกล่าวจึงเป็นการพันวิสัยที่จะให้ผู้ช่วยศาสตราจารย์สืบพงษ์ ปราบใหญ่ กลับมาดำรงตำแหน่งอธิการบดีของมหาวิทยาลัยรามคำแหงในขณะนี้ได้

ทั้งนี้หากนายสืบพงษ์ ไม่เห็นด้วยกับสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง จะต้องไปดำเนินการใช้สิทธิตามกฎหมายในเรื่องนั้น ๆ แยกต่างหากเป็นอีกกรณีไป ดังที่ศาลปกครองกลางได้ระบุไว้ในคำสั่งยกคำขอของนายสืบพงษ์เกี่ยวกับคำร้องขอให้บังคับตามคำสั่งกำหนดวิธีการคุ้มครองชั่วคราวก่อนการพิพากษา เมื่อวันที่ 20 ก.พ.    

2.คำสั่งทุเลาการบังคับตามมติและคำสั่งของสภามหาวิทยาลัยของศาลปกครองกลาง มีผลบังคับนับแต่วันที่สภามหาวิทยาลัยรามคำแหงได้รับแจ้งคำสั่ง คือ วันที่ 13 ก.พ. ซึ่งเป็นไปตามระเบียบที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2543 ข้อ72 วรรคท้าย และมีผลคุ้มครองเฉพาะตำแหน่งอธิการบดีเท่านั้น ไม่ได้คุ้มครองตำแหน่งรองอธิการบดีด้วย 

“ดังนั้นผู้ที่ดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีในขณะที่ผู้ช่วยศาสตราจารย์สืบพงษ์ ปราบใหญ่ ดำรงตำแหน่งอธิการบดี ต้องพ้นจากตำแหน่งไป ตั้งแต่วันที่ 8 พ.ย. 2565  ซึ่งเป็นวันที่สภามหาวิทยาลัยรามคำแหงมีมติถอดถอนนายสืบพงษ์ ให้พ้นจากตำแหน่งอธิการบดีแล้ว”

3.นายสืบพงษ์ มิได้เป็นผู้ที่ดำรงตำแหน่งอธิการบดีของมหาวิทยาลัยรามคำแหงในขณะนี้ และผู้ที่ดำรงตำแหน่งรองอธิการบตีในขณะที่นายสืบพงษ์เป็นอธิการบดีนั้น ได้พ้นจากตำแหน่งรองอธิการบดีไปแล้วทั้งหมด นายสืบพงษ์และรองอธิการบดีดังกล่าวจึงไม่ใช่เป็นผู้บริหารของมหาวิทยาลัยรามคำแหงตามกฎหมาย การที่นายสืบพงษ์กระทำการใด ๆ ในฐานะอธิการบดีของมหาวิทยาลัยรามคำแหงและรองอธิการบดีตังกล่าวกระทำการใดๆ ในฐานะรองอธิการบดี ย่อมเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดฐานแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานและกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน 

โดยตนเองมิได้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจกระทำการนั้น ซึ่งถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 145 และกรณีที่นายสืบพงษ์ กับอดีตรองอธิการบดีบางคน บุกรุกเข้าไปใช้ห้องทำงานและห้องประชุมของมหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งถือเป็นสถานที่ราชการ โดยไม่ได้รับอนุญาตจนทำให้เกิดความสับสนต่อการปฏิบัติราชการย่อมเข้าข่ายมีความผิดฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362และเป็นความผิดทางวินัยอีกด้วย

ทั้งนี้ การกระทำใดๆของนายสืบพงษ์ ที่อ้างว่ากระทำในฐานะอธิการบดีและการกระทำใด ๆ ของอดีตรองอธิการบดีที่อ้างว่ากระทำในฐานะรองอธิการบดีนั้น ย่อมไม่มีผลตามกฎหมายเพราะเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายทุกประการ เพื่อให้การบริหารงานของมหาวิทยาลัยรามคำแหงเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและความเสียหายแก่มหาวิทยาลัยรามคำแหง จึงขอให้บุคลากรทุกฝ่ายยึดถือและปฏิบัติตามผู้รักษาราชการแทนอธิการบดี ภายใต้คำสั่งสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่13 /2566 และ ที่31 /2566 และรองอธิการบดีภายใต้คำสั่งสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่ 15/2566 ตลอดจนบุคลากร ภายใต้คำสั่งสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่ 420/2566 และ 422/2566

‘ม.ราม’แจง3เหตุผล‘สืบพงษ์’พ้นอธิการบดี-ยันเลิกจ้างเหตุปลอมวุฒิการศึกษา ‘ม.ราม’แจง3เหตุผล‘สืบพงษ์’พ้นอธิการบดี-ยันเลิกจ้างเหตุปลอมวุฒิการศึกษา ‘ม.ราม’แจง3เหตุผล‘สืบพงษ์’พ้นอธิการบดี-ยันเลิกจ้างเหตุปลอมวุฒิการศึกษา