"นายกฯ" มอบนโยบายเหล่าทัพ จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12ส.ค. และสนับสนุนรัฐบาลเต็มที่
27 ก.ค. ที่กระทรวงกลาโหม พ.อ.จิตนาถ ปุณโณทก รองโฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมสภากลาโหมที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมว่า พล.อ.ประยุทธ์ มอบนโยบายให้กับหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการเหล่าทัพ เรื่องการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12สิงหาคม 2565 ขอให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม เหล่าทัพ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตรียมการและสนับสนุนการจัดงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา ของรัฐบาลอย่างเต็มกำลังความสามารถและสมพระเกียรติอย่างสูงสุด
อาทิ โครงการบรรพชาอุปสมบท 910 รูป เฉลิมพระเกียรติฯ พิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 91 รูป พิธีถวายเครื่องราชสักการะและวางพานพุ่ม และพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลตลอดจนกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์และสาธารณกุศลต่างๆ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ทั้งนี้ให้ทุกส่วนราชการจัดตั้งโต๊ะหมู่ประดิษฐานพระฉายาลักษณ์พร้อมเครื่องราชสักการะ ตกแต่งสถานที่ประดับพระฉายาลักษณ์ ประดับธงชาติคู่กับธงตราสัญลักษณ์ พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 พร้อมประดับผ้าระบายสีฟ้าร่วมกับผ้าระบายสีขาวตามอาคารสถานที่ของหน่วยงาน รวมทั้งจัดทำคำถวายพระพรชัยมงคลเผยแพร่ทางเว็บไซต์และสื่อออนไลน์ของหน่วยงาน และประชาสัมพันธ์ให้กำลังพล ครอบครัว และประชาชนทั่วไปได้ร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ โดยให้ดำเนินการตลอดห้วงเดือนส.ค.
พ.อ.จิตนาถ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพของกองทัพ ขอให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม และเหล่าทัพ ดำรงความต่อเนื่องการจัดเตรียมกองทัพ ให้พร้อมสำหรับการพิทักษ์รักษา ปกป้อง และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ การป้องกันและการพัฒนาประเทศ รวมทั้งการรักษาผลประโยชน์ของชาติและการช่วยเหลือประชาชน ตลอดจนเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพของกองทัพ ด้วยการปรับลดกำลังพลลง จำนวนร้อยละ 5 ของยอดบรรจุในเดือนกันยายน 2563 ตามแนวทางการปฏิรูปการบริหารจัดการกำลังพลของกระทรวงกลาโหม ระยะที่ 2 พ.ศ. 2566 -2570 โดยดำเนินการให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของบริบทด้านความมั่นคงทั้งในระดับประเทศและในระดับภูมิภาค ตลอดจนภัยคุกคามต่าง ๆ อันเป็นการช่วยลดงบประมาณรายจ่ายบุคลากรของกระทรวงกลาโหมได้อีกช่องทางหนึ่สำหรับการนำยุทโธปกรณ์ใหม่เข้าประจำการนั้น ให้ดำเนินการเท่าที่จำเป็น ควบคู่ไปกับการซ่อมปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งานยุทโธปกรณ์ที่มีอยู่เดิม เพื่อให้สอดคล้องกับขีดความสามารถด้านงบประมาณของประเทศต่อไป





