background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

"ไฟไหม้สำเพ็ง" บทเรียนราคาแพง เร่ง “การไฟฟ้า” นำสายไฟลงดิน

"ไฟไหม้สำเพ็ง" บทเรียนราคาแพง เร่ง “การไฟฟ้า” นำสายไฟลงดิน

ผู้ว่าฯ “ชัชชาติ” รับ "เพลิงไหม้สำเพ็ง" เป็นบทเรียนราคาแพง เดินหน้าหารือ กฟน. ปรับความปลอดภัยให้ประชาชน พร้อมเร่งโครงการนำสายไฟลงดิน สั่งสำนักงานเขตสำรวจจุดเสี่ยงไฟไหม้ เผยไม่เสียกำลังใจไฟไหม้2ครั้งใน1สัปดาห์ ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 65 จากกรณีเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่ตลาดสำเพ็ง เจ้าหน้าที่ใช้เวลานานกว่า3ชั่วโมงจึงจะสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ส่งผลให้อาคารพาณิชย์ 4ชั้นเสียหายทั้งหมด 6คูหา เป็นร้านขายวัสดุ ถุงกระดาษ ที่เป็นพลาสติก และรัานขายกิ๊ฟช็อป และมีผู้เสียชีวิย 2 ราย คือ นางสาวจิราพัช สุ่มมาก อายุ52ปี พนักงานเก็บเงินราชวงศ์บรรจุภัณฑ์ และนายเพชร เดือม อายุ 35ปี พนักงานร้านราชวงศ์รุ่งเรือง บรรจุภัณฑ์ ที่หลบหนีออกมาไม่ทัน

"ไฟไหม้สำเพ็ง" บทเรียนราคาแพง เร่ง “การไฟฟ้า” นำสายไฟลงดิน

ในวันนี้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่มาตรวจสอบจุดเกิดเหตุด้วย และให้กำลังใจร้านค้าที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ พร้อมแสดงคงามเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต และบอกเหตุผลว่า ที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมไม่ลงพื้นที่มาตั้งแต่แรกว่า ไม่จำเป็นต้องลงไปในทุกพื้นที่​ที่เกิดเหตุ​การณ์​ เพราะจะทำเป็นการกีดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งขณะดับเพลิงไม่ใช่หน้าที่โดยตรงของตนเอง แต่ก็ได้มีการโทรสอบเจ้าหน้าเพื่อติดตามความคืบหน้าด้วยตนเอง ซึ่งได้ส่งให้ที่ปรึกษาผู้ว่ากทม.มาติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่เมื่อดับไฟเสร็จแล้วตนเองก็ต้องมา เพราะจะเป็นหน้าที่ของกทม.โดยตรงที่ต้องดำเนินการป้องกันแก้ไขปัญหา
 

โดย นายชัชชาติ บอกว่า ประชาชนในพื้นที่สะท้อนว่าสาเหตุหลักของเพลิงไหม้ เกิดจากหม้อแปลงที่ชำรุด จนระเบิดด้านนอก ประกอบกับมีสายสื่อสารจำนวนมาก และมีเชื้อเพลิงเยอะทำให้ลามเข้าไปรวดเร็ว

ซึ่งเบื้องต้นได้รับรายงานว่า มีอาคารที่ได้รับความเสียหาย 6 คูหา โดยมี 1 คูหา ที่พบว่าพื้นชั้นสองทรุดตัวลงมา และได้รับรายงานว่าผู้เสียชีวิต​ 2 ราย และมีพนักงานดับเพลิงบาดเจ็บ 9 ราย นอกจากนี้ยังพบว่ารถยนต์​เสียหาย 3 คัน รถจักรยานยนต์​ 1 คัน ซึ่งต้องตรวจสอบสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง เพราะโดยปกติสายไฟไม่สามารถ​ไหม้เองได้ แต่ยอมรับว่า สายไฟและสายสื่อสารก็เป็นอุปสรรค​ในการเข้าควบคุม​เพลิงของเจ้าหน้าที่ โดยในสัปดาห์หน้า​จะมีการหารือกับการไฟฟ้า​นครหลวง และเจ้าของบริษัทสายสื่อสาย เพื่อหาแนวทางแก้ไขด้านความปลอดภัยร่วมกัน และเร่งรัดโครงการนำสายไฟและสายสื่อสารลงใต้ดินให้เร็วที่สุดด้วย

"ไฟไหม้สำเพ็ง" บทเรียนราคาแพง เร่ง “การไฟฟ้า” นำสายไฟลงดิน

และเจ้าของอาคารจะต้องตรวจสอบเครื่องใช้ไหฟ้าต่างๆที่อยู่ในอาคาร เพราะอาคารที่มีความเสี่ยงคืออาคารที่มีเชื้อเพลิงภายในอยู่จำนวนมาก ทำให้มีความรุนแรงขึ้น จึงอยากให้ช่วยดูแลภายในของตัวเองด้วย
 

นายชัชชาติ ยอมรับด้วยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่ต้องนำไปปรับปรุงให้ดีขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำซาก โดยเฉพาะการไฟฟ้านครหลวงซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง และเชื่อว่าจะมีศักยภาพที่จะดูแลชีวิตประชาชนได้ ส่วนกทม.จะให้เร่งให้สำนักงานเขตสำรวจจุดเสี่ยงเพิ่มเติมด้วย อาจจะใช้ทราฟฟี่ฟองดูเป็นตัวแจ้งเหตุด้วย ซึ่งหากประชาชนพบจุดเสี่ยงก็สามารถแจ้งไปยังสำนักงานเขตได้

ทั้งนี้นายชัชชาติ ยังบอกอีกว่า อนาคตอาจจะต้องพิจารณาปรับกฎหมายควบคุมอาคารเพราะปัจจุบันยังไม่ได้กำหนดเรื่องปริมาณเชื้อเพลิงในอาคาร ซึ่งมองว่าต้องเริ่มต้นจากตัวเองก่อน สำรวจความเสี่ยงในพื้นที่ก่อน และจะมีการพิจารณากฎระเบียบให้เข้มข้นขึ้น ส่วนอาคารต่างๆมองว่า คงต้องเครื่องดับเพลิงมือถือ และอุปกรณ์ภายในอาคารที่ควรจะมีเพื่อเป็นการป้องกันด้วย

"ไฟไหม้สำเพ็ง" บทเรียนราคาแพง เร่ง “การไฟฟ้า” นำสายไฟลงดิน

ส่วนกรณีที่เกิดเหตุ​เพลิงไหม้ 2 ครั้ง ภายใน 1 สัปดาห์​จะทำให้เสียกำลังใจในการทำงานหรือไม่ นายชัชชาติ​ ยืนยันว่าไม่สูญเสีย​กำลังใจ และจะทำให้ดีที่สุด ทั้งนี้แนวทางการช่วยเหลือต่อเจ้าของอาคาร ผู้เสียชีวิต​ ผู้ได้รับบาดเจ็บ​ และผู้ที่ได้รับผลกระทบ​ในครั้งนี้ จะต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องข้อกฎหมายว่าจะช่วยเหลือในเรื่องใดได้บ้าง

และภายหลังเจ้าหน้าที่นำส่งผู้เสียชีวิตไปยังโรงพยาบาลตำรวจ และควบคุมเพลิงได้ทั้งหมดแล้ว เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าได้เข้ามาตัดสายสื่อสารบริเวณหน้าจุดเกิดเหตุออกทั้งหมดด้วย