วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชี้แชร์ลูกโซ่โกงชาวอุบลฯ 400 คน แนะรัฐบาลแก้ปัญหา

"สามารถ" ชี้แชร์ลูกโซ่โกงชาวอุบลฯ 400 คน แนะรัฐบาลแก้ปัญหา

นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม เผยว่าจากข่าวที่ปรากฏว่าไฮโซฟองน้ำ อายุ 25 ปี คดีหลอกชาว จ.อุบลราชธานี 400 คน เสียหายเป็นเงินกว่า 600 ล้านบาท ถูกศาลอนุมัติหมายจับในข้อหาฉ้อโกงประชาชน,นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์  ซึ่งผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์นั้น ผมคิดว่าน่าจะมีความผิดพ.ร.ก.กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนด้วย, ผิดพ.ร.บ. การเล่นแชร์ เป็นต้น 

เรื่องนี้ตำรวจควรที่จะต้องสอบปากคำผู้เสียหาย เพื่อให้ได้ข้อมูลชัดเจนในการรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งมีความผิดในคดี ในข้อหาพ.ร.ก.กู้ยืมที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนนั้น ชาวบ้านฟ้องเองไม่ได้ ต้องให้รัฐเป็นผู้ฟ้องคดีนั่นคือสิ่งที่พนักงานสอบสวนจะต้องรวบรวมพยานหลักฐานจากผู้เสียหายและส่งฟ้องต่อพนักงานอัยการเพื่อให้ทำความเห็นส่งฟ้องศาลต่อไป และศาลจะมีคำสั่งให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้นชดใช้เงินคืนพร้อมดอกเบี้ยด้วย โดยในเรื่องของพ.ร.ก.กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนนั้นให้อำนาจในเรื่องของการฟ้องล้มละลายด้วย  โดยรัฐ​จะเป็นผู้ฟ้องให้ฉะนั้นในเรื่องของการฟ้องผู้ต้องหาตาม พ.ร.ก.ดังกล่าวจะทำให้ผู้เสียหาย ได้ประโยชน์มากที่สุด เนื่องจากในการสืบทรัพย์และการบังคับคดีหรือรวมไปถึงการติดตามทรัพย์โดยป.ป.ง. ก็จะทำได้รวดเร็วมากกว่าในคดีฉ้อโกงประชาชนเพียงอย่างเดียว 

"ในระยะเวลาเพียงไม่ถึง 1 สัปดาห์ เราจะเห็นได้ว่ามีข่าวเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนเป็นจำนวนมาก มันเหมือนปัญหาที่ซุกอยู่ไว้ในใต้พรมไม่ได้ถูกแก้ หน่วยงานที่เกี่ยว ข้องไม่ได้ทำงานในเชิงรุก ไม่มีการป้องกันและแจ้งเตือนพ่อแม่พี่น้องประชาชน ขณะที่ในต่างประเทศ เขาจะให้ความรู้กับประชาชนในเรื่องนี้ รู้ว่าอะไรถูก รู้ว่าอะไรควร และรู้ว่าอาจจะตกเป็นเหยื่อ ซึ่งในต่างประเทศใช้คำว่า สแกม ​(scam)​หรือพอนซี​ (ponzi)​ ซึ่งเรื่องนี้มีการสอนตั้งแต่เด็ก แต่ทางกลับกันในประเทศไทยผู้ต้องหามีอายุน้อยลงเรื่อยๆ  และกลุ่มผู้เสียหายก็มีอายุน้อยลงเรื่อยๆเช่นกัน จากกลุ่มแชร์แม่มณีอายุ 30 กว่า จนมาถึงกลุ่มแชร์ฟองน้ำ อายุเพียงแค่ 25 ปี นั่นคือสิ่งที่สะท้อนว่าสังคมไทยต้องมีการปรับเปลี่ยนกันในเรื่องนี้

ชี้แชร์ลูกโซ่โกงชาวอุบลฯ 400 คน แนะรัฐบาลแก้ปัญหา

ซึ่งต่างประเทศให้ความสำคัญเรื่องความมั่นคง ทางเศรษฐกิจ การลงทุนต้องถูกที่ ถูกเวลา ไม่อย่างนั้นเม็ดเงินที่ลงทุนไปจะสูญเปล่า หรือถูกหลอกลวง ถูกฉ้อโกงไป  ถ้าเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ ก็จะทำให้ขาดเม็ดเงินหมุนเวียนเศรษฐกิจ เนื่องจากเงินออกนอกประเทศ ซึ่งในหลายประเทศอย่างประเทศอัลแบร์เนีย ก็เคยมีปัญหาเรื่องแชร์ลูกโซ่ระบาดเติบโตถึง 10% ของ GDP ประเทศในเวลานั้น พูดง่ายๆว่า 1 ในทุก 10 บริษัท จะเป็นแชร์ลูกโซ่หรือเป็นบริษัทที่ฉ้อโกงประชาชน ซึ่งทำให้ประเทศอัลแบร์เนียล้มทางเศรษฐกิจ ต้องใช้เวลาพลิกฟื้นประเทศนานกว่า 20 ปี ที่จะกู้ประเทศกลับคืนมาได้

นั่นคือสิ่งที่ผมอยากให้หน่วยงานรัฐ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องมองย้อนกลับไปว่าเราจะทำอย่างไรให้คนไทยมีความมั่นคงมั่งคั่ง และยั่งยืน เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญเป็นปัญหาฐานรากที่ต้องการแก้ไข ซึ่งมีคนพูดเสนอว่าจะทำรัฐสวัสดิการ จะช่วยเหลือคนจน ก็มาจากปัญหานี้ที่ทำให้เม็ดเงินออกนอกประเทศ หรือเม็ดเงินถูกซ่อนอย่าลืมว่าอาชญากร ถ้าโกงไปแล้วก็ต้องซ่อนเงินไม่ให้เกิดการสืบทราบหรือติดตามเจอได้ จึงทำให้เม็ดเงินออกนอกระบบ ขณะที่เม็ดเงินของประชาชนที่นำมาลงทุนมาจากการกู้หนี้ยืมสินมา เพราะคิดว่าจะได้ผลดอกเบี้ยในการปันผล แต่สุดท้ายไม่มีเงินไปคืนทั้งต้นและดอกที่กู้มาทำให้ถูกฟ้องล้มละลายหมดเนื้อหมดตัว และในรายที่ต้องไปกู้เงินนอกระบบก็ถูกติดตามไล่ทวงนั่นคือปัญหาฐานรากอย่างแท้จริงเรื่องนี้อย่ามองว่าเป็นเรื่องผิวเผินหรือมองเป็นเพียงแค่ความโลภของคนแต่มันเป็นปัญหาใหญ่ที่เราจะแก้ปัญหานี้อย่างไร

ท่านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯได้เคยให้เป็นวาระแห่งชาติเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2560 และเคยมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี จัดตั้งคณะทำงานขึ้นมาแล้ว แต่คนทำก็ทำไม่เป็น และคนคิดก็คิดไม่เป็น จึงเกิดปัญหา ดังนั้น อยากฝากท่านนายกฯแก้ไขปัญหานี้ด้วย และส.ส. ฝ่ายค้านได้เป็นปากเป็นเสียงให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนเพื่อให้มีการแก้ไขปัญหานี้ด้วย

ทั้งนี้ หากอาชญากรรมนั้นติดตามทรัพย์ยาก การคืนเงินให้กับผู้เสียหายยุ่งยาก ก็จะมีอาชญากรในรูปแบบนี้เยอะมากขึ้น ผมอยากจะฝากให้เห็นว่าการปล้นร้านทอง ปล้นธนาคารปิดหน้าปิดตา  ตำรวจสามารถจับได้ภายใน 3 วัน แต่อาชญากรประเภทนี้ผู้เสียหายมากันเต็มโรงพักและชี้ตัวคนโกง แต่ก็ยังจับไม่ได้เลย ส่วนที่จับได้ก็ได้รับการประกัน หลบหนีบ้าง ติดคุกเดี๋ยวเดียวบ้าง แต่ในทางตรงข้ามผู้เสียหายต้องรอเงินคืนนานนับสิบๆปี นั่นคือความไม่ยุติธรรมมาจากการเป็นตาชั่งที่เอียง เพราะ ณ เวลาที่ออกกฎหมายในเวลานั้นมองสิทธิ์ของผู้ต้องหาเป็นหลัก แต่ลืมมองสิทธิ์ของผู้เสียหาย จึงเป็นที่มาให้เกิดอาชญากรรมประเภทนี้มากขึ้น

ผมตั้งข้อสังเกตว่า ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่มีประชากรเพียง 8 ล้านกว่าคน ไม่มีอาชญากรรมประเภทนี้ ทั้งที่ถือว่าเป็นประเทศที่มีค่าครองชีพสูงเป็นอันดับต้นของโลก แต่ก็ไม่มีอาชญากรรมประเภทลัก จี้ ชิงปล้น​ หลอกลวง​สักเท่าไร นั่นคือการปลูกจิตสำนึกของคน ถ้ากฎหมาย กฎระเบียบ มีบทโทษที่รุนแรง รวดเร็ว การอยู่ร่วมกันของสังคม ก็จะเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย แต่ถ้ากฎหมายมีผลบังคับช้าและบทลงโทษไม่รุนแรง ก็จะทำให้คนบางกลุ่ม​เห็นช่องว่างของกฎหมายและคนที่เอาเปรียบคนและสังคม ก็จะมีเกิดขึ้นมาเรื่อยๆ​ สุดท้าย​ปัญหา​ความเหลื่อมล้ำ​ก็จะไม่มีทางถูกแก้ไข​ เพราะ​ พวกยอดปิระมิด​จะได้ประโยชน์​ คนเสียประโยชน์​ก็คือคนบนฐานปิรามิด​นั้นเอง​  

  ดังนั้น​ผมหวังว่าฝ่ายค้าน​จะเอาเรื่องเหล่านี้​อภิปราย​เป็น​ปากเสียให้พ่อแม่​พี่น้อง​ประชาชน​หรือไม่ก็จับตาดูกันต่อไป... สังคม​จะดีได้สังคมนั้นต้องได้รับความยุติธรรม​ ดังคำว่า​ ยุติธรรม​ค้ำจุน​โลก​ ถ้าสังคมให้ความยุติธรรม​สังคมนั้นก็สงบสุข