วันพุธ ที่ 11 มีนาคม 2569

Login
Login

จี้เปลี่ยนตัว รมว.ดิจิตอล แจง "ชัชชาติ" ยันนายกตู่ คะแนนนิยมดี

จี้เปลี่ยนตัว รมว.ดิจิตอล แจง "ชัชชาติ" ยันนายกตู่ คะแนนนิยมดี

ควันหลงเอฟเฟ๊กต์เลือกตั้งผู้ว่า กทม. "สามารถ" จี้เปลี่ยนตัว รมว.ดิจิตอล แจง "ชัชชาติ" ยันนายกตู่ คะแนนนิยมดีกว่าเทียบจากแคนดิเดตนายกฯปี'62ได้

นายสามารถ เจนชัยจิตรวณิช อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ได้แสดงความคิดเห็นกรณีที่นายชัชาติ สิทธิพันธ์ ผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ในนามอิสระ ได้รับเลือกเป็นผู้ว่ากทม.เมื่อวันที่22พฤษภาคมที่ผ่านมา ว่าตนขอแสดงความยินดีกับอาจารย์ชัชชาติ ด้วย แต่การออกมาบอกว่ามีคะแนนเลือกตั้งชนะพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีนั้นผมว่าไม่เป็นความจริง เพราะในช่วงสมัยตอนเลือกตั้งปี 2562 อาจารย์​ชัชชาติ เป็นแคนดิเดต
นายกฯของพรรคเพื่อไทย และพลเอกประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตนายกของพรรคพลังประชารัฐ ปรากฏว่าพรรคพลังประชารัฐได้คะแนนจากการเลือกตั้งของพ่อแม่พี่น้องประชาชนทั่วประเทศ 8.4 ล้านคะแนน ส่วนพรรคเพื่อไทยมีคะแนนแค่ 7.9 ล้าน เพราะฉะนั้นนี้คือข้อเท็จจริง

"ส่วนการเลือกตั้งผู้ว่ากทม.วานนี้ที่ท่านชัชชาติ ได้คะแนนกว่า1.3ล้านคะแนน นั้นสอดคล้องกับบริบทของคนกรุงเทพมหานครอยู่แล้ว ถ้าหากเราดูในอดีตจะเห็นว่าการเลือกตั้งผู้ว่ากทม. ถ้าพรรคการเมืองใดเป็นรัฐบาลในเวลานั้นส่งผู้สมัครก็จะแพ้เสมอ ส่วนผู้สมัครจากพรรคฝ่ายค้านหรือผู้สมัครอิสระก็จะได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่ากทม.ซึ่งเป็นมาตั้งแต่สมัยอดีตนายกฯทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี ก็จะเห็นว่าพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย ก็ไม่เคยได้ผู้ว่ากทม. ซึ่งอาจารย์ชัชาติก็รู้ดีอยู่แก่ใจ จึงได้ลงสมัครแข่งขันเลือกตั้งในนามผู้สมัครอิสระ

นอกจากนี้ ตนขอชี้แจงเกี่ยวกับที่อาจารย์ชัชชาติ บอกว่าผลการเลือกตั้งชี้ว่า 3 ป ถึงขาลงนั้นก็ไม่จริง เพราะไม่ว่าจะเป็นพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หรือแม้แต่พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา นั้นทั้ง3คนต่างไม่ได้เชียร์ใครเลย เนื่องจากกฏหมายห้ามตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ
2560 นั่นเอง ดังนั้นจะเห็นว่าทั้งพลเอกประยุทธ์ พลเอกประวิตร พลเอกอนุพงษ์ไม่ได้เชียร์ผู้สมัคร กทม.คนไหนเลย ไม่ได้ขึ้นเวทีปราศรัยแม้แต่ครั้งเดียว นั่นก็คือข้อเท็จจริงที่ปรากฏว่า3ป ไม่ได้คะแนนนิยมลดลง​และยังมีคนไม่ออกมาใช้สิทธิ์​สูงถึง
39.27%
และในส่วนการเลือกตั้งกทม.นั้น  ถ้าเราดูในรายชื่อผู้สมัคร​จะเห็นว่าอาจารย์ชัชชาติเป็นถึงอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ส่วนผู้สมัครคนอื่นนั้นไม่มีใครได้เคยเป็นรัฐมนตรี ไม่มีใครมีบุญหนักศักดิ์ใหญ่เท่า เพราะฉะนั้นการที่อาจารย์ชัชชาติ ชนะการเลือกตั้งได้เป็นผู้ว่ากทม.
จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่ผมก็อยากขอให้ท่านได้ทำตามนโยบาย9ดีที่อยากจะทำให้กรุงเทพฯดี เพราะผมก็เป็นคนกรุงเทพ

ผมก็อยากให้อาจารย์ชัชชาติได้ ทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้และทำให้กรุงเทพมหานครดีขึ้นจริงๆ เพราะวันนี้ท่านได้เป็นตัวแทนของคนกรุงเทพฯแล้ว ก็หวังว่าจะทำตามอย่างคำมั่นสัญญาที่ได้ให้ไว้กับพ่อแม่ พี่น้อง ประชาชน ส่วนพรรคพลังประชารัฐนั้นไม่ได้ส่งผู้ว่ากทม.

ส่วนเรื่องที่ได้สก.เพียง 2 คนนั้น ก็เป็นเรื่องของผู้สมัครส.ก.ไม่ได้เกี่ยวกับพรรค แต่เรื่องนี้ก็ต้องย้อนกลับไปที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าหากดูเรื่องนี้จากกรณีของต่างประเทศนั้น จะเห็นว่าเมื่อเขาเลือกตั้ง ประชาชนของเขาก็จะเลือกขั้วตรงข้ามรัฐบาลในช่วงวิกฤตโควิดเพราะว่าทุกคนได้รับผลกระทบ ซึ่งก็สอดคล้องกับที่ผมเคยย้ำบอกพลเอกประยุทธ์ ว่าต้องปรับครม.เพื่อ กระตุ้นเศรษฐกิจกระตุ้นการทำงาน ให้มีความรวดเร็ว และทันสมัยมากขึ้น สิ่งสำคัญที่ผมบอกนายกฯว่า ความเดือดร้อนของประชาชนในการถูกฉ้อโกง แก๊งคอลเซ็นเตอร์ การหมิ่นเบื้องสูง เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องรีบทำ รวมทั้งการปลูกฝังจิตสำนึกให้รักชาติ บ้านเมือง สถาบันพระมหากษัตริย์นั้นเป็นสิ่งที่ต้องทำ ซึ่งโซเชียลมีเดียเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องหันมามอง ดังจะเห็นได้จากเมื่อเราไปดูตัวผู้สมัครสก.
ของพรรคก้าวไกล ไม่เคยเดินหาเสียง ไม่เคยเดินลงพื้นที่หนักเท่าคนอื่น แต่กลับได้รับการเลือกตั้งจากพ่อแม่พี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นวันนี้เด็ก เยาวชน เขาไม่ได้อยู่บ้านหรอกครับ เขาอยู่ในโซเชียล ดังนั้นการที่เราจะสื่อสารกับเขาอย่างไร นั่นคือสิ่งที่เราต้องมาถอดบทเรียน จึงอยากให้พลเอกประยุทธ์ ได้สั่งการไปยังกระทรวงดิจิตอลให้มีการทำงานเชิงรุกมากกว่านี้ และหากทำไม่ได้ก็อยากให้เปลี่ยนตัวรัฐมนตรีกระทรวงดิจิตอลออกไปก่อนที่จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เพราะว่าตนคิดว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เสียงในสภาแต่คิดว่าเป็นเรื่องเสียงศรัทธาของประชาชน​ ถ้าแก้ไข​ปัญหา​ความเดือดร้อน​ประชาชน​ก็จะเป็นพลังให้รัฐบาล​ ดังนั้น​ใครทำงานดีนายกฯ​ก็ส่งเสริมให้อยู่กระทรวง​ใหญ่ขึ้น​  ใครทำงานไม่เป็นก็ให้กลับไปเลี้ยงหลาน​ ไม่ใช่ปล่อยให้ชาวบ้าน​เดือดร้อน​แบบนี้