“นายกฯ” ห่วงใยประชาชนเจอฝนตกหนัก 15-17 พ.ค.นี้

“นายกฯ” ห่วงใยประชาชนเจอฝนตกหนัก 15-17 พ.ค.นี้

โฆษกรัฐบาลเผย อุตุฯ เตือนฝนตกหนักถึงหนักมากในภาคเหนือ อีสาน กลาง ตะวันออก รวม กทม. ปริมณฑล 15-17 พ.ค.นี้ “นายกฯ” ห่วงใยประชาชน สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมดูแลช่วยเหลือ

วันที่ 15 พ.ค. 65 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศ ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบถึงวันที่ 17 พ.ค. 65) ฉบับที่ 3 ลงวันที่ 15 พ.ค. 65 โดยบริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น กับมีลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล นั้น

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความห่วงใยประชาชนจากสภาพอากาศฝนตกหนักในช่วงนี้ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมจากพายุได้ จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อม เพื่อเข้าไปดูแลให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วนและทันท่วงที
 

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สำหรับในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล หากมีฝนตกหนัก อาจมีปัญหาการจราจรติดขัดได้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ดำเนินการแก้ไขปัญหาในแต่ละพื้นที่อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในส่วนของกรุงเทพมหานคร กำชับให้มีการเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ ยานพาหนะ และเจ้าหน้าที่ให้มีความพร้อมสำหรับการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะจุดเสี่ยงที่มีน้ำท่วมขังและจุดเฝ้าระวังน้ำท่วมขัง หากมีฝนตกในปริมาณมาก อาจส่งผลให้มีน้ำท่วมขังบนผิวจราจรในบางพื้นที่ ขอให้กรุงเทพมหานครเตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยเบสของสำนักการระบายน้ำและของสำนักงานเขตพื้นที่ เข้าเร่งระบายน้ำเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะสามารถดำเนินการได้

 

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีฝากความห่วงใยให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ขอให้เพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ใกล้สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรงด้วย  

“ท่านนายกรัฐมนตรียังได้ฝากขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพ จากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงจากฤดูร้อนเป็นฤดูฝน ซึ่งประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการตั้งแต่ 13 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูฝน อากาศจะเริ่มเย็นลงและมีความชื้นเพิ่ม ทำให้เชื้อโรคหลายชนิดสามารถแพร่ระบาดได้ง่ายขึ้น ซึ่งโรคที่พบบ่อยส่วนมากในช่วงฤดูฝนตามข้อมูลของสาธารณสุขมีหลายกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ กลุ่มโรคติดต่อทางน้ำดื่มและอาหาร กลุ่มโรคที่มียุงเป็นพาหะ กลุ่มโรคติดเชื้อทางบาดแผลและเยื่อบุผิวหนัง รวมถึงโรคมือเท้าปากที่มักพบบ่อยในเด็ก จึงขอให้ประชาชนเฝ้าระวังและป้องกันดูแลสุขภาพตนเองให้ห่างไกลจากโรคดังกล่าว รวมทั้งขอให้ประชาชนติดตามการแจ้งเตือนสภาพอากาศจากภาครัฐอย่างใกล้ชิดด้วย” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว