background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

สาวกโต้ "พระบิดา" รุกป่า ยันยังศรัทธาในคำสอน ใจหายหากต้องย้ายออกจากพื้นที่

สาวกโต้ "พระบิดา" รุกป่า ยันยังศรัทธาในคำสอน ใจหายหากต้องย้ายออกจากพื้นที่

สาวก "พระบิดา" ยืนยันไม่ได้บุกรุกป่า ชี้อยู่มานานจากป่าเสื่อมโทรมจนเป็นป่าอุดมสมบูรณ์ ยันยังศรัทธาในคำสอน เผยใจหายหากต้องย้ายออกจากพื้นที่

วันที่ 11 พฤษภาคม 2565 ความคืบหน้า "ข่าวพระบิดา" โดยบรรยากาศเช้านี้เงียบเหงา ไม่มีความเคลื่อนไหว ล่าสุดยังไม่เจอตัว "พระบิดา" เจ้าสำนักลัทธิเพี้ยน ที่หลบหนีออกจากพื้นที่ไปหลังได้ประกันตัวจากศาลจังหวัดภูเขียว จ.ชัยภูมิ เมื่อวานนี้

 

 

ผู้สื่อข่าวได้พบกับ นายสมบูรณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 65 ปี ชาวบ้านโคกนกกระทา ต.ดงกลาง อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ หนึ่งในสาวกของ "พระบิดา" เจ้าสำนักลัทธิเพี้ยน ที่มีหน้าที่เลี้ยงวัวและกวางของพระบิดา ได้ออกมายืนยันว่าบริเวณพื้นที่ที่ถูกกล่าวหาว่าบุกรุกนี้ ความจริงประมาณ 30-40 ปีก่อน เคยเป็นป่ารกร้างและเสื่อมโทรม มีการก่อสร้างเป็นสำนักสงฆ์ แต่พอหลังสำนักสงฆ์ร้าง พระบิดาก็เข้ามาพำนักในที่แห่งนี้ ช่วยดูแลผืนป่าไม่ให้มีการบุกรุก

 

ไม่นานก็มีชาวบ้านเริ่มทยอยเดินทางเข้ามา เนื่องจากเกิดความศรัทธาในการปฏิบัติตนและการแนะนำอาชีพต่าง ๆ ที่อยู่กินแบบพอเพียง เช่น เลี้ยงปลาในกระชังบก เลี้ยงกบ เลี้ยงไก่ ปลูกพืชผักไว้รับประทานโดยไม่ต้องซื้อหา ตลอดจนตั้งกลุ่มผลิตสินค้าในสำนักพระบิดา บรรจุห่ออย่างสวยงามส่งขายทั้งออนไลน์ และก็มีพ่อค้าเดินทางเข้ามารับไปขายต่อตามอำเภอต่าง ๆ

 

 

นอกจากนี้ยังได้เลี้ยงวัวแบบฟาร์มปิด ซึ่งวัวก็ได้รับมาจากการบริจาคของผู้ที่มีความศรัทธาเลื่อมใส ตนในฐานะอยู่ในกลุ่มผู้เลี้ยงวัว ยอมรับว่าศรัทธาในคำสอนและคำแนะนำของพระบิดา แต่ยืนยันว่าไม่เคยดื่มกินฉี่เหมือนคนอื่น ส่วนวัวที่นำมาเลี้ยงนี้สามารถขยายพันธุ์และขายทางออนไลน์ไปแล้วประมาณ 3 รุ่น รวมประมาณ 20 ตัว โดยขายในราคา ตัวละ 30,000 บาท ส่วนรายได้ที่ได้จากการขายวัวนั้นก็จะนำมาเป็นเงินกองกลางใช้ในการบริหารจัดการชุมชนของตนเอง

 

"ยืนยันว่าพื้นที่นี้ไม่มีการบุกรุก เพราะพระบิดาได้ขออนุญาตจากกำนันและผู้ใหญ่บ้านอย่างถูกต้อง และไม่ใช่สถานที่ปิดแต่อย่างใด ส่วนทางราชการและบุคคลภายนอกสามารถเข้า-ออกได้ตลอดเวลา หากภาครัฐทำการขับไล่ตนก็พร้อมที่จะกลับออกไปอาศัยอยู่บ้านเดิม ส่วนวัวที่อยู่ในฟาร์มปิดนี้ก็จะพูดคุยกันในกลุ่มเลี้ยงวัวว่าจะบริหารจัดการอย่างไรต่อไป"

 

นายสมบูรณ์ เล่าเพิ่มเติมว่า ตนอยู่มานานจนมีความผูกพันกับพื้นที่แห่งนี้ รู้สึกใจหายทุกครั้งที่เห็นเจ้าหน้าที่เข้ามาเดินสำรวจพร้อมแจ้งตนว่าให้เตรียมเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่กลับภูมิลำเนาเดิม

 

ข่าวโดย วิรัตน์ ดวงแก้ว ผู้สื่อข่าว จ.ชัยภูมิ