background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

โอกาสติดเชื้อ "โอมิครอน" สายพันธุ์ย่อย “BA.4”, “BA.5” และ “BA.2.12.1” ซ้ำ

โอกาสติดเชื้อ "โอมิครอน" สายพันธุ์ย่อย “BA.4”,  “BA.5” และ “BA.2.12.1” ซ้ำ

ศูนย์จีโนมฯ รพ.รามาธิบดี เผยโอกาสติดเชื้อ "โอมิครอน" สายพันธุ์ย่อย “BA.4”, “BA.5” และ “BA.2.12.1” ซ้ำ ชี้คนในวัย 60 ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นภายใน 3-4 เดือน มีอาการไม่รุนแรง ขณะที่ สายพันธุ์ BA.1 สูญพันธุ์แล้ว

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2565 เพจ Center for Medical Genomics โพสต์ข้อความว่า ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ความว่า โอกาสติดเชื้อ "โอมิครอน" สายพันธุ์ย่อย “BA.4”, “BA.5” และ “BA.2.12.1” ซ้ำ (re-infection)

รายงานจากบรรดานักวิทยาศาสตร์ในต่างประเทศพบว่าจากผลการทดลองในห้องปฏิบัติการโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย (new sub-variant) BA.4, BA.5, และ BA.2.12.1 สามารถติดต่อระหว่างคนสู่คนได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามผู้ที่ติดเชื้อสายพันธุ์ย่อยดังกล่าวมักจะมีอาการไม่รุนแรง ใกล้เคียงโอมิครอนสายพันธุ์ดั้งเดิม

ศาสตราจารย์จูลี่ สวอนน์ (Julie Swann) แห่งมหาวิทยาลัยแห่งรัฐนอร์ทแคโรไลนา ที่ปรึกษาของ U.S. CDC เกี่ยวกับโรคระบาด กล่าวว่าระดับความเสี่ยงของบุคคลที่จะติดเชื้อซ้ำ (re-infection) อาจขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆร่วมด้วย เช่น อายุ ภาวะสุขภาพพื้นฐาน และช่วงเวลาการฉีดวัคซีนครั้งล่าสุดหรือการติดเชื้อครั้งล่าสุด

หากคนในวัย 60 ปีได้รับวัคซีนกระตุ้นเมื่อ 4-6 เดือนก่อน อาจมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อซ้ำได้ด้วยโอมิครอนสายพันธุ์ย่อยตัวใหม่ และอาจมีอาการรุนแรง (severe)ได้ ตรงข้ามหากคนวัย 60 เช่นกันแต่เพิ่งติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มาก่อนหน้าหรือได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นภายในระยะเวลา 3-4 เดือน หากติดเชื้อโอมิครอนสายพันธุ์ย่อยที่เพิ่งอุบัติขึ้นมา (new sub-variant) จะมีอาการของโรคโควิด-19 ที่ไม่รุนแรง (mild)

โอกาสติดเชื้อ "โอมิครอน" สายพันธุ์ย่อย “BA.4”,  “BA.5” และ “BA.2.12.1” ซ้ำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ศาสตราจารย์ อเล็กซ์ ซิกัล (Alex Sigal) นักไวรัสวิทยาที่สถาบันวิจัยสุขภาพแอฟริกาในแอฟริกาใต้ ระบุว่าผู้ที่เคยทั้งฉีดวัคซีนและติดเชื้อด้วยสายพันธุ์โอมิครอนดั้งเดิมมาก่อนอาจมีภูมิคุ้มกันที่กว้างกว่า (broader) ที่สามารถต่อสู้กับ "โอมิครอน" สายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งอุบัตขึ้นมาได้

ส่วน ประเทศไทยมีอัตราการฉีดวัคซีนอยู่ในเกณฑ์สูงถึง 80% ซึ่งสูงกว่าอังกฤษ อเมริกา เยอรมันนี และ อินเดีย

และจากการที่ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ฯ ร่วมกับสถาบันการแพทย์ทั่วประเทศสุ่มถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมของไวรัสโคโรนา 2019 พบว่า BA.1 สูญพันธุ์ไปแล้ว ในขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อ BA.2 รายใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยยังไม่พบ "โอมิครอน" สายพันธุ์ย่อย BA.4, BA.5 และ BA.2.12.1 ระบาดในประเทศ

โอกาสติดเชื้อ "โอมิครอน" สายพันธุ์ย่อย “BA.4”,  “BA.5” และ “BA.2.12.1” ซ้ำ

ขณะที่การสุ่มถอดรหัสพันธุกรรม BA.4 ทั้งจีโนมจากตัวอย่างทั่วโลกและซับมิทขึ้นบนฐานข้อมูลโควิดโลก “GISAID” พบแล้ว +667 ราย ประมาณว่าน่าจะมีการระบาดอยู่ประมาณ +2,652 ราย

มีการสุ่มถอดรหัสพันธุกรรม BA.5 ทั้งจีโนมจากทั่วโลกและซับมิทขึ้น “GISAID” เรียบร้อยแล้ว +318 ราย ประมาณว่าน่าจะมีการระบาดอยู่ +1,000 ราย

ล่าสุด มีการสุ่มถอดรหัสพันธุกรรม BA.2.12.1 ทั้งจีโนมจากทั่วโลกและซับมิทขึ้น “GISAID” ไปแล้ว +10,233 ราย ประมาณว่าน่าจะมีการระบาดอยู่ ทั่วโลกกว่า +40,000 ราย

โอกาสติดเชื้อ "โอมิครอน" สายพันธุ์ย่อย “BA.4”,  “BA.5” และ “BA.2.12.1” ซ้ำ